วันอาทิตย์, กรกฎาคม 25, 2021
No menu items!
หน้าแรกCOLUMNISTSพลิกวิกฤติให้เป็นวิกฤติ
- Advertisment -spot_imgspot_img

พลิกวิกฤติให้เป็นวิกฤติ

จั่วหัวไว้ไม่ผิดหรอก อาจดูขัด ๆ กับสำนวน “พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส” ซึ่งนักการเมืองไทยหลายยุคหลายสมัยเคยสร้างตำนานเอาไว้ แต่สำหรับ เมืองสาระขัน แล้ว แตกต่างสิ้นเชิงเพราะกำลัง “พลิกวิกฤติให้เป็นวิกฤติ” ยิ่งขึ้น

ย้อนไปปี 2532 พายุไตฝุ่นเกย์ พัดเข้าประจวบคีรีขันธ์และชุมพร แหวกแผ่นดินราบเป็นหน้ากลอง ชาวบ้านเสียชีวิต 800 กว่าคน เรือกสวนไร่นาเสียหายกว่า 1.5 ล้านไร่ ตอนนั้น “น้าชาติ” พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี นักข่าวไปถามเรื่องนี้ ท่านตอบที่ทำเนียบว่า “โนพล็อบเบลม” ซึ่งแปลว่า ไม่มีปัญหา ซึ่งหมายถึงรัฐบาลจะเข้าไปดูแลเป็นอย่างดี

แต่ผู้ประสบเหตุไม่ได้คิดอย่างนั้น พอได้ยินคำว่า “โนพล็อบเบลม” ก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ก่นด่านายกรัฐมนตรีออกทีวี แทบไม่มีชิ้นดี “น้าชาติ” ตัดสินใจไม่ชี้แจงต่อปากต่อคำ แต่บุกเข้าไปในพื้นที่ แบกกระสอบข้าวขึ้นบ่า เดินแจกผู้ประสบภัย ทำให้ผู้คนทั่วประเทศพากันสรรเสริญถึงความห่วงใยผู้ประสบภัย

วิกฤติที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ได้กลายเป็นโอกาสขึ้นมาทันทีในวันนี้

อีกคนก็คือ คุณชวน หลีกภัย เป็นผู้นำฝ่ายค้านอยู่ดี ๆ แต่พอเกิดวิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้งในปี 2540 เป็นผลให้ “บิ๊กจิ๋ว” พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ นายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น แสดงสปิริตลาออก จุดแตกหักของสถานการณ์ในขณะนั้นก็คือ รัฐบาลประกาศขึ้นค่าน้ำมันลิตรละ 1 บาท อันเป็นผลจากค่าเงินบาทลอยตัว ชาวบ้านไม่พอใจอย่างแรง จนเกิดกระแสกดดันให้นายกรัฐมนตรีอยู่ต่อไปไม่ได้

พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ในขณะนั้น คิด “สูตรงูเห่า” ฉีกเอา ส.ส.ประชากรไทยมาร่วมจัดตั้งรัฐบาล สามารถพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส ดัน คุณชวน ขึ้นเป็น นายกรัฐมนตรีรอบ 2 และนั่งบริหารจนครบวาระ

แล้วก็แปลก..?? “คุณชวน” เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ไม่ถึงเดือน สั่งขึ้นราคาน้ำมันลิตรละ 1 บาท ทำเหมือนกับ “บิ๊กจิ๋ว” แต่ชาวบ้านกลับเห็นชอบ และยอมจ่ายแม้จะแพงกว่าเดิม !!!

กระทั่งมาถึง “คุณโทนี่” ทักษิณ ชินวัตร จำได้ว่า ช่วงปลายปี 2547 กระแสความนิยมตกต่ำอย่างหนัก เพราะเป็นโรคปากไว ชอบเพาะศัตรูไว้รอบตัว และแก้ปัญหาโจรก่อการร้ายภาคใต้ไม่สำเร็จ ถ้าอยู่ต่อไปเรื่อย ๆ คงแพ้เลือกตั้งในรอบต่อไป แต่ปรากฏว่าเกิด คลื่นยักษ์สึนามิ พัดถล่มภูเก็ตและพังงา คร่าชีวิตชาวบ้านประมาณ 5,000 คน บ้านเรือนเสียหายย่อยยับ

“คุณโทนี่” รีบบินไปดูที่เกิดเหตุ พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือชาวบ้าน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ภาพข่าวในหน้าจอทีวีทำให้กระแสความนิยมดีขึ้นทันตา ถือว่าเป็น นายกรัฐมนตรีอีกคนที่สามารถแก้วิกฤติได้เข้าตาชาวบ้าน จนสามารถพลิกสถานการณ์ให้เกิดโอกาสทางการเมืองขึ้นมาอีกครั้ง

ตัวอย่างสุดท้ายที่จะเอ่ยถึง เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ ไม่เกี่ยวกับไทย ขอย้ำ ไม่เกี่ยวกับไทย

เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อหลายเดือนก่อน เมืองสาระขัน เกิดโรคระบาดครั้งใหญ่ ชาวบ้านตายเป็นใบไม้ร่วง ตัวแทนสถานทูตหมีขาว ขอเข้าพบ นายกเมืองสาระขัน เพื่อเสนอขายยา แบบขายครึ่งแถมครึ่ง แต่พอไปถึงห้องรับรองในที่ทำการรัฐบาล ก็มี เสนาบดี มาชวนเล่นเกมคณิตศาสตร์ แม้ตัวแทนสถานทูตหมีขาวจะพอรู้เรื่องอยู่บ้าง แต่เลือกที่จะเย็บปากเงียบ

กระทั่งนายกเมืองสาระขันว่างแล้ว รัฐมนตรีจึงพาไปพบที่ห้องทำงาน พอทักทายกันตามธรรมเนียม นายกเมืองสาระขัน ได้เอ่ยสั้น ๆ ว่า “ยินดีและสนใจ แต่ขอเป็นยาที่ผ่านการตรวจคุณภาพของหน่วยงานที่รับผิดชอบเท่านั้น”

ตัวแทนสถานทูตหมีขาวเดินออกมาแบบมึน ๆ เพราะทั่วโลกต้องการยาเป็นอย่างยิ่ง ทำไม..?? ไม่บอกชัด ๆ ไปว่าต้องการซื้อในเงื่อนไขลดครึ่งราคา หรือไม่ต้องการซื้อเพราะมียาเพียงพอแล้ว

หรือ..?? นายกเมืองสาระขัน ถูกเสนาบดีปิดล้อมข้อมูล โดยให้พูดสั้น ๆ และส่วนที่เหลือจะขอไปเจรจาเอง

ปัญหาก็คือ “นายกเมืองสาระขัน” รู้หรือไม่ว่า “เสนาบดี” เอ่ยปากชวน “ตัวแทนสถานทูตหมีขาว” เล่นเกมคณิตศาสตร์

แต่สำหรับตัวแทนสถานทูตหมีขาว เลิกแยแสเมืองสาระขัน เพราะตลาดเป็นของผู้ขาย แล้วทำไม..?? ต้องยอมเล่นเกมคณิตศาสตร์เพื่อเอาใจผู้ซื้อด้วย.

#ดินสอโดม

spot_imgspot_img
- Advertisment -
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -

Most Popular

- Advertisment -
- Advertisment -
Advertismentspot_imgspot_img