วันอาทิตย์, พฤษภาคม 29, 2022
หน้าแรกCOLUMNISTSเอ้า!!เก็บอีกภาษีขายหุ้น คาดแมลงเม่าดีดดิ้นแน่!!
- Advertisment -spot_imgspot_img

เอ้า!!เก็บอีกภาษีขายหุ้น คาดแมลงเม่าดีดดิ้นแน่!!

ทำเอาบรรดา “นักเล่นหุ้น” เกิดอาการงงงวยกันเป็นแถว หลังก่อนเข้าเทศกาลสงกรานต์ “ขุนคลัง-อาคม เติมพิทยาไพสิฐ” ออกมาบอกว่า กระทรวงการคลังยังเดินหน้า เก็บภาษีจากการขายหุ้น หรือ Financial Transaction Tax ในปี 65 นี้ต่อไป

ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่ถึงเดือน “กฤษฎา จีนะวิจารณะ” ปลัดกระทรวงการคลัง ได้ระบุว่า ต้องเลื่อนการจัดเก็บภาษีตัวนี้ออกไปก่อน เพราะสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย เพราะเศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบ ทั้งจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน รวมไปถึงการระบาดของโควิดโอมิครอน

ข่าวคราวการชะลอเก็บภาษีขายหุ้นในช่วงที่ผ่านมา กลายเป็นกระแส ที่เชื่อมโยงไปถึง “เก้าอี้” รัฐบาลโดยเฉพาะ “คะแนนนิยม” ของผู้นำรัฐบาล ที่กำลังรวงลงเรื่อย ๆ อาจเป็นส่วนหนึ่งที่กระตุกความชื่นชอบของบรรดานักลงทุนต่อตัวผู้นำรัฐบาลให้ลดลง

คนในแวดวงตลาดหุ้นต่างออกมาเคลื่อนไหว ต่างออกมาวิพากษ์วิจารณ์นโยบายนี้ กันอย่างหนัก โดยให้เหตุผลไปในทิศทางเดียวกันว่า…ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม!!

ที่สำคัญ!! ยังมีผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนอย่างรุนแรง เพราะนักลงทุนต่างชาติจะลดความสนใจตลาดหุ้นไทย ไม่เข้ามาลงทุน สุดท้ายแล้ว…ก็ส่งผลไปถึงการพัฒนาตลาดหุ้นและการระดมทุนของบริษัทจดทะเบียน

ปีที่แล้วกระทรวงการคลังโดยไอเดียที่จะเก็บภาษีการขายหุ้นในอัตรา 0.1% จากมูลค่าของการขายหุ้น โดยมีผลเฉพาะนักลงทุนเฉพาะกลุ่ม ที่มีมูลค่าการซื้อขายเกิน 1 ล้านบาทต่อเดือนขึ้นไป พูดง่าย ๆ ก็ล้านละ 1 พันบาท ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อนักลงทุนรายย่อย

หลังจากบรรดานักลงทุนต่างหายใจหายคอ โล่งอกไปเปราะหนึ่งแล้ว แต่ปรากฎว่า “ขุนคลัง” ก็ออกข่าวยืนยันการเก็บภาษีขายหุ้นตัวนี้ รับขวัญปีใหม่เข้าให้อีก แถมยังเป็นการเก็บภาษีแบบไม่แยกแยะ คือเก็บทุกคนเท่ากันหมด โดยจะจัดเก็บภายในปีงบประมาณ 65 หรือภายในเดือนก.ย.นี้

อย่างที่บอก “ขุนคลัง” ย้ำว่า ปีนี้เป็นปีที่ดี ปีที่เหมาะสม เพราะตลาดหุ้นไทยเติบโตขึ้นมาก และยังไม่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยงที่กำลังเกิดขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ

นอกจากนี้การจัดเก็บภาษีขายหุ้นไม่ใช่เรื่องใหม่ ไม่ใช่อยู่ ๆ รัฐบาลก็มาเรียกเก็บภาษี แต่กว่า 30 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลมีกฎหมายเรียกเก็บภาษีนี้อยู่แล้ว เพียงแต่ได้ยกเว้นให้ตั้งแต่ปี 2534

ขณะเดียวกันกระทรวงการคลังได้หารือกับทุกฝ่าย และเข้าใจตรงกันแล้วว่า…กระทรวงการคลังจำเป็นต้องจัดเก็บภาษี เพราะยกเว้นมานาน ขณะที่รัฐบาลต้องจัดหารายได้ ซึ่งการจัดเก็บภาษีหุ้นเป็นหนึ่งในแผนการหารายได้

ภาษี / cr : www.ncb.co.th

ดังนั้น!! จึงถึงเวลาที่ต้องจัดเก็บ โดยสภาพตลาดขณะนี้ก็มีการเติบโต และความผันผวนที่เกิดขึ้น ก็ไม่ได้เป็นผลกระทบจากปัจจัยภายในประเทศเป็นหลัก

จากข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ “ตลท.” พบว่า จำนวนนักลงทุนในตลาดหุ้นไทยมีมากกว่า 3.1 ล้านราย ขณะที่จำนวนบัญชีที่เปิดซื้อขายหุ้นทั้งหมดอยู่ที่ 5.2 ล้านบัญชี ขณะที่การซื้อขายหลักทรัพย์เฉลี่ยต่อวันมีมากกว่า 9.38 หมื่นล้านบาท

ส่วนนักลงทุนที่ขายหุ้นมูลค่าเกินกว่า 1 ล้านบาทต่อเดือน มีอยู่ 80% ของจำนวนนักลงทุนทั้งหมด และขายหุ้นมูลค่าเกินกว่า 2.5 ล้านบาทต่อเดือน กว่า 90% ของนักลงทุนทั้งหมด

เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้ว…ต่อให้กระทรวงการคลัง อ้างเหตุผลสารพัดในการจัดเก็บภาษีการขายหุ้น หรือแม้แต่การจัดเก็บภาษีอื่น ๆ ก็ตาม แต่สุดท้ายหนีไม่พ้นเรื่องของการอุดรายได้!!

เพราะอย่างน้อย ๆ การเก็บภาษีครั้งนี้ ก็มีรายได้เพิ่มเป็นหลักหมื่นล้านบาท ขณะที่การเก็บภาษีอี-เซอร์วิส ที่ผ่านมาก็จัดเก็บไปได้กว่า 3 พันล้านบาท ขณะที่ทั้งปี คาดว่าจัดเก็บได้รวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท

ด้วยเพราะเหตุปัจจัย ทั้งภายในและภายนอกมากมาย ที่ส่งผลกระทบต่อฐานะเศรษฐกิจไทย การมุ่งหารายได้เข้าประเทศในยามวิกฤติเช่นนี้ ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ฝ่ายที่มีหน้าที่จัดเก็บรายได้ ต้องดำเนินการให้ได้ตามเป้าหมาย ซึ่งในปีงบประมาณ 65 อยู่ที่ระดับ 2.4 ล้านล้านบาท

เอาเป็นว่า…หลังจากหมดเทศกาลสงกรานต์ คงต้องรอดูเสียงเรียกร้องอีกรอบ!! ของบรรดา “นักลงทุน” ว่าจะเสียงดังฟังชัดจน สวนกระแสกระทรวงการคลังอีกหรือไม่?

……..……………………………………

คอลัมน์ : EC Focus by Virgo

สนับสนุนคอลัมน์ โดย E@ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน)

spot_imgspot_img
- Advertisment -
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -

Featured

- Advertisment -
- Advertisment -
Advertismentspot_imgspot_img