วันอังคาร, ธันวาคม 6, 2022
หน้าแรกCOLUMNISTSทั่วโลกเผชิญเงินเฟ้อสูง ย้ำ“รักเงินต้น” ก่อนลงทุน
- Advertisment -spot_imgspot_img

ทั่วโลกเผชิญเงินเฟ้อสูง ย้ำ“รักเงินต้น” ก่อนลงทุน

หนักหนาสาหัสกันอีกรอบ!! หลังจากเงินเฟ้อของสหรัฐฯล่าสุด ในเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ทะยานทำสถิติสูงสุดในรอบ 40 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2524 ที่อัตรา 9.1% เพราะมีสารพัดปัญหาเศรษฐกิจรุมเร้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาราคาพลังงาน ทำให้ภาคครัวเรือนต้องแบกรับภาระหนักมากขึ้น

แม้ว่า…ก่อนหน้านี้สหรัฐฯได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่รวดเร็วที่สุดในรอบสามทศวรรษ ในอัตรา 0.75% เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.65 ซึ่งสูงที่สุดในรอบ 28 ปี เพื่อหวังจะควบคุมอัตราเงินเฟ้อให้ลดลงแล้ว

การประกาศขึ้นดอกเบี้ยครั้งล่าสุดของสหรัฐฯนี้ ทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้น ซึ่งมีผลกระทบต่อเงินกู้ของผู้บริโภค และบรรดาภาคธุรกิจ เพิ่มขึ้นไปอยู่ในระดับ 1.5-1.75%

สุดท้าย…สถานการณ์ก็ยังไม่คลี่คลาย เงินเฟ้อ ก็ยังสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากสะกัดกั้นไม่อยู่ ปัญหาอาจบานปลายมากขึ้นได้ ด้วยเหตุนี้ ทำให้บรรดานักการเงินต่างพินิจพิเคราะห์กันว่า อาจเป็นไปได้ที่สหรัฐ อาจตัดสินใจใช้ยาแรง ปรับขึ้นดอกเบี้ยไปถึง 1% ในการประชุมรอบต่อไปวันที่ 26-27 ก.ค.นี้

ถ้าเทียบกันแล้ว…อาการเช่นนี้ของสหรัฐฯ ไม่ได้แตกต่างจากประเทศไทยสักเท่าใดนัก เพราะอัตราเงินเฟ้อของไทยในเดือนมิ.ย.65 ก็ทะยานสูงขึ้นย่างต่อเนื่อง ที่ 7.66% และปัญหาใหญ่ มาจากราคาพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมันที่เพิ่มสูงถึง 39.45%

มีการคาดการณ์กันว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ “กนง.” ที่ประชุมกันในวันที่ 10 ส.ค.นี้ อาจตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% และทะยอยขึ้นทุกรอบของการประชุมในช่วงที่เหลือของปี

เมื่อถึงสิ้นปี 65 นี้ อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยอาจปรับขึ้นไปอยู่ในระดับที่ 1.25% เป็นอย่างต่ำ เพื่อสะกัดกั้นเงินเฟ้อไม่ให้ทะยานมากขึ้นไปกว่านี้

สัญญาณเช่นนี้… ถูกถ่ายทอดมาจาก “เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ” ผู้ว่าการแบงก์ชาติ ที่บอกไว้ชัดเจนว่า การขึ้นดอกเบี้ยจะกระทบต่อครัวเรือนและภาคธุรกิจ เพราะไทยมีภาระหนี้ครัวเรือนสูง ก็จริง!!

แต่!! หากปล่อยให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบที่หนักกว่า เพราะราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นกว่า 50% นั้น กระทบโดยตรงต่อกลุ่มรายได้ต่ำเป็นพิเศษ

แม้เป็นที่รู้กันว่า แนวโน้มจากนี้ไป อัตราดอกเบี้ยของไทยย่อมต้องเพิ่มสูงขึ้นแน่นอน ต้นทุนการใช้ชีวิต ก็ต้องปรับเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ภาระเงินหนี้ ภาระค่างวด จากเงินกู้สารพัดย่อมต้องสูงขึ้นแน่นอน

อมรเทพ จาวะลา

แต่ถ้าถามว่า ณ วันนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสหรัฐ จะส่งต่อมาถึงไทยทันทีเลยหรือไม่?

“อมรเทพ จาวะลา” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย และที่ปรึกษาการลงทุน ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย การันตีไว้ชัดเจนว่า เศรษฐกิจไทยจะไม่เข้าสู่ภาวะถดถอยตามสหรัฐแน่นอน

เหตุปัจจัย…ก็มาจากวัฏจักรเศรษฐกิจของไทยกับสหรัฐ นั้นมีความแตกต่างกัน โดยของสหรัฐฯ…คือ…การพยายามให้เศรษฐกิจชะลอเพื่อลดแรงกดดันเงินเฟ้อ

ขณะที่ของไทย!! อยู่ในช่วงของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ หลังจากเปิดประเทศ ดังนั้น…ของไทยน่าจะรับมือกับภาวะที่เกิดขึ้นได้แน่

เช่นเดียวกับบรรดากูรู ทางเศรษฐศาสตร์ หรือแม้แต่คนของภาครัฐเองก็ตาม ที่ดาหน้ากันออกมาการันตีว่า ไทยยังไม่เข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยแน่ แต่ความเสี่ยงก็มีอยู่เช่นกัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการลงทุน ที่ “กอบศักดิ์ ภูตระกูล” ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย หรือ “เฟทโก้” เตือนไว้เลยว่า ไม่ใช่เรื่องง่าย!! เพราะไม่สามารถรับรู้ได้ว่าจะเกิดปัจจัยอะไรที่อยู่นอกเหนือการควบคุมบ้าง

การลงทุนจึงมีความเสี่ยง ซึ่งหากรักจะลงทุน ก็ต้อง “รักเงินต้น” ด้วยเช่นกัน ไม่เช่นนั้น ทุนก็หาย กำไรก็หด เผลอ ๆไม่เหลืออะไรไว้ให้ลงทุนอีกต่างหาก

หลักการสำคัญ ณ เวลานี้ ให้จับจ้องเรื่องของเงินเฟ้อเป็นหลัก ถ้าทะยานสูงไปจนถึง 8-9% แล้ว ถือว่าสูงสุดหรือยัง  เพราะตามธรรมชาติ…เมื่อเงินเฟ้อขึ้นมาถึงจุดสูงสุดแล้วจะลดลงไปอยู่ที่ระดับ 3-4% จากนั้นจะเหลือ 2% เมื่อทุกอย่างเข้าสู่ภาวะปกติ

ทั้งหลายทั้งปวง…เชื่อได้ว่า ณ เวลานี้ คนทั่วโลก กำลังกระอัก “เงินเฟ้อ”  และหนทางที่ดีที่สุดเวลานี้ ก็คือการช่วยเหลือตัวเองแบบมีสติ ก็เท่านั้น!!

………..

คอลัมน์ : EC Focus by Virgo

สนับสนุนคอลัมน์ โดย E@ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน)

spot_imgspot_img
- Advertisment -
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -

Featured

- Advertisment -
- Advertisment -
Advertismentspot_imgspot_img