วันจันทร์, สิงหาคม 15, 2022
หน้าแรกCOLUMNISTS“วิกฤติคริปโตเคอร์เรนซี่” ถึงเวลาหรือยัง? ที่ต้องคุม
- Advertisment -spot_imgspot_img

“วิกฤติคริปโตเคอร์เรนซี่” ถึงเวลาหรือยัง? ที่ต้องคุม

การลงทุนมีความเสี่ยง!! ทั้งการเล่นหุ้น การเล่นหวย การซื้อพันธบัตร การซื้อทองคำ หรือแม้แต่การลงทุนใน “สินทรัพย์ดิจิทัล” ที่กำลังเป็นที่ฮอตฮิต ติดเทรนด์ บรรดาวัยโจ๋ เจนวาย รุ่นใหม่ ทั้งหลาย

ด้วยเพราะวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ส่งผลให้การลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงปีนี้ ย่อยยับกันหมด เพราะราคารูดหนัก และไม่ว่าจะเป็นนักเก็งกำไรหรือนักลงทุน เจ็บหนักถ้วนหน้า หรือเจ๊งกันทั่วโลก

บิตคอยน์และเงินดิจิทัลสกุลต่าง ๆ หลายปีก่อนหน้านี้ คึกคักกันสุด ๆ เพราะราคาอยู่ในช่วงขาขึ้น ปลุกเร้าให้นักเก็งกำไรแห่เข้าไปลงทุน จนหลายคนกลายเป็นเศรษฐีกันถ้วนหน้า ใครไม่หันไปเล่น แทบจะเรียกได้ว่า “ล้าสมัย” เผลอๆ เล่นเอาตกกลุ่มเพื่อน ด้วยซ้ำไป

แต่มาจนถึงวันนี้ สารพัดข่าวคราวของการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลกต่างสั่นสะเทือน บรรดาทุนใหญ่ ยักษ์ใหญ่ มีการเทขายเงินดิจิทัลสกุลใหญ่ถึง 75% ด้วยความไม่มั่นใจ

เช่นเดียวกับการระงับฝาก-ถอนเงินของแพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลแห่งใหญ่ทั่วโลก ต่างแพร่ออกมาตาม ๆ กัน จนล้มกันเป็นโดมิโน เพราะขาดสภาพคล่องของบริษัท ที่มีต้นตอมาจากการเข้าลงทุนใน เทียร์ร่า-ลูนา ที่ล่มสลายไปแล้วในเดือนพ.ค. 65

ไม่เพียงเท่านี้ เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นกับ บริษัท ซิปเม็กซ์ (ประเทศไทย) ที่ได้ประกาศระงับการซื้อขาย-ถอนเหรียญเป็นการชั่วคราว เมื่อวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา ในช่วงเวลา เย็น ๆ รวมไปถึงการระงับการซื้อ-ขาย สำหรับผลิตภัณฑ์ Zipup+ บน Z-wallet ก็ทำให้วงการสินทรัพย์ดิจิทัลไทยสะเทือนไม่น้อย!

ถึงขนาดบรรดากูรู บรรดานักลงทุน ต่างออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานกำกับดูแลอย่าง คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. เข้าตรวจสอบแต่ละบริษัทนั้นมีทรัพย์สินดิจิทัลของลูกค้า อยู่ครบทั้งหมดหรือไม่?

ขณะเดียวกันก็ต้องตรวจสอบดด้วยว่า สินทรัพย์ดิจิทัลเหล่านั้น เคลื่อนย้าย โอนย้าย ไปอยู่ที่ไหนกันบ้าง? ทั้งหลายทั้งปวง ก็เพื่อต้องการให้เกิดความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนไทย

เพราะ ณ เวลานี้ อะไร ๆ ยังไม่แน่นอน จากภาวะเศรษฐกิจโลกที่กำลังถูกสารพัดพายุถาโถม เข้ามามากมาย ขณะที่สกุลเงินดิจิทัลหลายสกุลจากที่เคยทำกำไรให้เป็นกอบเป็นกำ เป็นเศรษฐีในพริบตา แต่จนถึง เวลานี้ กลายเป็นว่า ไม่มีค่าซะอย่างนั้น!!

นักลงทุนชื่อดังระดับโลกหลายคน ต่างออกมาเปรียบเปรยในเรื่องของตลาดคริปโตเคอร์เรนซี่แบบเห็นภาพ อย่าง “วอร์เรน บัฟเฟตต์” ที่เห็นว่า บิตคอยน์นั้นไร้ค่า แต่กลับอ้างว่าตัวเองมหัศจรรย์

หรืออย่าง “บิล เกตส์” ที่มองว่า คริปโตฯ คือทฤษฎีคนโง่กว่าล้วน ๆ ขณะที่กูรูการเงินและนักเขียนชื่อดัง อย่าง “นิเวศน์ เหมวชิรวรากร” ก็ได้ออกมาเขียนในบทความส่วนตัวเช่นกันว่า “อวสานของคริปโท ได้มาถึงแล้ว”

ล่าสุด ทางด้าน ก.ล.ต.ได้ออกมารายงานตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลก (15 ก.ค.2565) มีมูลค่าตามราคาตลาด อยู่ที่ประมาณ 0.89 ล้านล้านดอลลาร์ โดยมีการซื้อขายต่อวัน 53.55 พันล้านดอลลาร์

โดยมูลค่าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทยเดือนมิ.ย.2565 ลดลง 71.2% มาอยู่ที่ 7.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นระดับต่ำสุด จากระดับ 2.5 แสนล้านบาท ในเดือน ม.ค.2564 (ข้อมูล ณ วันที่ 11 ก.ค.2565)

ขณะที่จำนวนบัญชีซื้อขายที่มีการเคลื่อนไหว ของผู้ซื้อขายประเภททุนบุคคลในประเทศ เดือนมิ.ย.2565 มีการเคลื่อนไหว 153,000 บัญชี จากทั้งหมด 2,867,231 บัญชี ซึ่งลดลงต่ำสุดในรอบ 1 ปี

ทั้งนี้ในปี 2565 มูลค่าซื้อขายสะสมแยกประเภทสินทรัพย์พบว่าค่อนข้างกระจายตัว โดยมีมูลค่าสินทรัพย์สูงสุดบนศูนย์ซื้อขายในประเทศไทย ได้แก่ ธีเทอร์ (Tether) มีมูลค่าซื้อขาย 1 แสนล้านบาท, บิตคอยน์ (Bitcoin) 8.44 หมื่นล้านบาท และ อีเธอเรียม (Ethereum) มีมูลค่าซื้อขาย 5.52 หมื่นล้านบาท

สำหรับ ทั้ง 3 สินทรัพย์นี้มีมูลค่าซื้อขายสูงสุดบนศูนย์ซื้อขายในประเทศไทย ขณะที่ เหรียญคับ (KUB) มีมูลค่าซื้อขายบนศูนย์ซื้อขายในประเทศไทยเป็นอันดับที่ 6 อยู่ที่ 4.27 หมื่นล้านบาท และให้ผลตอบแทนติดลบ 67.09%

สถานการณ์ของตลาดคริปโตเคอร์เรนซี ที่ร่วงลงในช่วงนี้ ทำให้หลายคนนำไปเปรียบเทียบกับวิกฤติการเงินเมื่อปี 2551 นั่น…หมายความว่า ถึงเวลาหรือยัง ที่ “คริปโตฯ” ควรถูกควบคุม

………………………………………..

คอลัมน์ : EC Focus by Virgo

สนับสนุนคอลัมน์ โดย E@ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน)

spot_imgspot_img
- Advertisment -
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -

Featured

- Advertisment -
- Advertisment -
Advertismentspot_imgspot_img