วันอาทิตย์, กรกฎาคม 25, 2021
No menu items!
หน้าแรกCOLUMNISTS'มั่นคง'กังวลชายแดนถูกสั่นคลอนจากพม่า งบป้องกันประเทศ 1.5 % จีดีพีอาจไม่พอ
- Advertisment -spot_imgspot_img

‘มั่นคง’กังวลชายแดนถูกสั่นคลอนจากพม่า งบป้องกันประเทศ 1.5 % จีดีพีอาจไม่พอ

การเมืองยุ่งทั้งในสภาและนอกสภา ฝ่ายความมั่นคงกังวลสถานการณ์ในพม่า เกรงจะเกิดการสู้รบและความขัดแย้งขยายตัวไปสู่สงครามการเมือง จะสั่นคลอนตามแนวชายแดน หากเป็นเช่นนั้นงบประมาณป้องกันประเทศ 1.5 % จีดีพี ที่เราใช้อยู่อาจจะไม่เพียงพอ ทำให้กระทรวงกลาโหมอาจจำเป็นต้องร้องของบประมาณเพิ่มเติมขึ้น

@@@…….สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่าน พบกันทุกวันเสาร์กับคอลัมน์ “Military Key” ทางเว็บไซต์ THEKEYNEWS ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 20 มี.ค.ช่วงนี้สถานการณ์การเมืองฝ่ายความมั่นคงเฝ้าจับตามองดูความเคลื่อนไหวตลอด ที่ล่าสุดในการประชุมรัฐสภา แม้จะอยู่ในวาระการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ แต่พรรคก้าวไกลฉวยโอกาสนําภาพแกนนําที่ถูกควบคุมตัวไปเป็นเครื่องมือเคลื่อนไหวกดดันในรัฐสภา

@@@……สำหรับการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุม นอกจากการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์และการปราศรัยโจมตี รัฐบาลแล้ว ยังพยายามแถลงผ่านสื่อมวลชนด้วยเนื้อหาเดียวกับท่าทีของพรรคก้าวไกลที่ใช้อภิปรายในการประชุมรัฐสภา โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นการ เรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนําที่ถูกควบคุมตัว ทั้งนี้ คาดว่าประเด็นที่เกิดขึ้น อาจถูกนําไปขยายผลทั้งในและนอกสภา โดยเฉพาะในกลุ่มเห็นต่างฯ ซึ่งขณะนี้มีการสร้างกลไกเผยแพร่ข้อมูลเท็จ รวมทั้งสร้างกระแสปลุกระดมการถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของแกนนําที่ถูกจับกุมดําเนินคดีผ่านโซเชียลมีเดีย เพื่อชี้นําและสร้างแรงจูงใจให้มวลชนเข้าร่วมการชุมนุมใน 20 มี.ค. 64 นี้ 

@@@……การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่น่าจะเป็นประเด็นความขัดแย้งจนทำให้เกิดความรุนแรงและความไม่สงบขึ้นในประเทศ เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญออกมาชี้ชัดเจนแล้วว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรานั้นสามารถดำเนินการได้โดยรัฐสภา หากแต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับหรือการแก้ไขบางมาตราเพื่อให้แก้ไขทั้งฉบับได้นั้นถือว่าเป็นการล้มรัฐธรรมนูญไม่สามารถทำได้ ยกเว้นจะต้องทำประชามติเพื่อสอบถามประชาชนส่วนใหญ่เสียก่อน ซึ่งเชื่อว่าเสียงส่วนใหญ่ไม่ได้เห็นด้วยเสมอไป

ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ การจะแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้ทำกันได้ง่าย ๆ ตัวอย่างเช่น รัฐธรรมนูญของสหรัฐฯยังไม่เคยมีการแก้ไขทั้งฉบับมาก่อนเลย จนถึงปัจจุบันสหรัฐฯเองมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา เสนอในสภามากกว่า 3,000 กรณี แค่สามารถแก้ไขเป็นรายมาตราได้ประสบความสำเร็จไม่เกิน 30 ครั้งด้วยซ้ำไป 

cr : FB Thanathorn Juangroongruangkit – ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

@@@……ประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน รัฐธรรมนูญของราชอาณาจักรจริง ๆ ตั้งแต่ฉบับแรกไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงนัยสำคัญอะไรมากนัก หมายความว่า ประเทศไทยเองก็ยังไม่เคยมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ การที่มีการปฎืวัติรัฐประหารเกิดขึ้นนั้น จริง ๆ แล้ว การรัฐประหารเกิดขึ้นมิใช่เพราะระฐธรรมนูญ แต่เป็นเพราะความขัดแย้งทางการเมือง

เนื่องจากความขัดแย้งด้านผลประโยชน์ ความขัดแย้งในเชิงของโครงสร้างอำนาจมิได้เป็นปัญหาหลักที่มาจากรัฐธรรมนูญโดยตรง แต่มาจากนักการเมืองที่เอาช่องว่างไปใช้ทุจริตเชิงนโยบาย และประเด็นการแทรกแซงของฝ่ายการเมืองเพื่อเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ แต่การรัฐประหารจำต้องฉีกรัฐธรรมนูญเท่านั้นเอง ดังนั้น เชื่อว่า ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญสามารถดำเนินการในรัฐสภาได้ต่อไป และไม่สร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นในสังคมไทยแน่นอน


@@@…… ประเด็นที่ฝ่ายความมั่นคงกังวลนั้นคือสถานการณ์ในประเทศพม่า เกรงว่าอาจจะเกิดการสู้รบขึ้นหรือความขัดแย้งขยายตัวไปสู่สงครามกลางเมือง ซึ่งไม่มีใครหรือประเทศในอาเซียนใด ๆ หวังให้เกิดขึ้นเช่นนั้น เพราะว่าจะย้อนกลับไปเหมือนสถานการณ์เมื่อ 15-20 ปีก่อนหน้านี้ ซึ่งจะสั่นคลอนความมั่นคงตามแนวชายแดนอย่างมาก จะมีคนอพยพหรือการติดตามของทหาร หรือมีการปะทะกันตามแนวชายแดนเกิดขึ้น

หากเป็นเช่นนั้นงบประมาณป้องกันประเทศ 1.5 % จีดีพี ที่เราใช้อยู่อาจจะไม่เพียงพอ ทำให้กระทรวงกลาโหมอาจจำเป็นต้องร้องของบประมาณเพิ่มเติมขึ้นไม่เป็นผลดีต่อการบริหารงบประมาณของประเทศไทยต่อไป อย่างไรก็ตามฝ่ายความมั่นคงยังคงให้ความมั่นใจว่าความมั่นคงตามแนวชายแดนยังได้รับการประกันและการลงทุนเป็นอันดับ3 ของคนไทยในประเทศพม่ายังคงได้รับการคุ้มครอง  

@@@……มาที่ภารกิจของเหล่าทัพ พล.อ.เฉลิมพล  ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) เข้าร่วมประชุมผู้บัญชาการทหารสูงสุดอาเซียน ครั้งที่ 18  (The 18th ASEAN Chiefs of Defence Forces Meeting (ACDFM-18) 2021) ผ่านระบบการประชุมทางไกล (Video Teleconference : VTC) ณ กองบัญชาการกองทัพไทย ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ โดยมี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้แทนผู้บัญชาการทหารสูงสุดจากประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ เข้าร่วมประชุม

@@@……การประชุมฯ ในครั้งนี้เป็นการหารือ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้บัญชาการทางทหารระดับสูงของกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนในการเสริมสร้างความมั่นคงในภูมิภาค ภายใต้หัวข้อ  We Care, We Prepare, We Prosper โดยสาระสำคัญของการประชุมฯ ในครั้งนี้ ประกอบด้วย การเสนอความคิดเห็นของผู้แทนแต่ละประเทศถึงสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาค รวมทั้ง สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 แนวทางการรับมือและบทบาทของกองทัพในการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาความสำคัญของการเตรียมพร้อมในการเผชิญกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ อาทิ อาชญากรรมข้ามชาติ การก่อการร้าย โจรสลัด เป็นต้น 

@@@……รวมถึงความจำเป็นที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกัน ผ่านกลไกอาเซียนในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร การฝึก การประชุม และการเตรียมพร้อมในทุกมิติ ทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี ทั้งภายในและนอกอาเซียน ซึ่งกองทัพบรูไน ในฐานะประธานการประชุมฯ ได้เสนอแนวคิดให้มีการจัดการฝึก ASEAN Military Exercise (AMX) ระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อเตรียมความพร้อมกับการเผชิญหน้ากับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ รวมทั้ง การร่วมผลักดันเวที ASEAN Military Intelligence Community (AMIC) ที่กองทัพเวียดนามได้เสนอในการประชุมผู้บัญชาการทหารสูงสุดอาเซียน ครั้งที่ 17 เมื่อปี พ.ศ.2563 ให้เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 

@@@……ด้านกองทัพบก พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจังหวัดชายแดนภาคใต้ มอบนโยบายติดตามการปฏิบัติงาน พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่ในหลายหน่วย อาทิ กรมทหารราบที่ 151 ค่ายกัลยานิวัฒนา, กรมทหารพรานที่ 46, ตรวจเยี่ยมชุดปฏิบัติการจรยุทธ์ กองร้อยทหารพรานที่ 4707 สาธิตการตั้งฐานลาดตระเวนพิสูจน์ทราบพื้นที่เพ่งเล็ง, การปฏิบัติการทางยุทธวิธีในการดูแลความปลอดภัย กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 5 ค่ายมหาจักรีสิรินธร และในโอกาสนี้ได้ไปเยี่ยมเจ้าหน้าที่ 3 นาย ที่บาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ซึ่งพักรักษาอาการที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ได้แก่ ร.ต.อ.พนมกร แซ่ฮ่อน, อส.ทพ.ทิวากร บุญแสน และ อส.ทพ. สกล ปัญญา

@@@……การเดินทางลงพื้นที่ในครั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารบก ได้ให้ความสำคัญกับการปฏิบัติงานของหน่วยในการสกัดกั้นยาเสพติด สิ่งผิดกฎหมายและผู้ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ผ่านการคัดกรองโรค และการบริหารจัดการสถานการณ์ COVID-19 ในพื้นที่ รวมถึงการสนับสนุนจากกองทัพบกเพิ่มเติมในการแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องให้กับหน่วยในพื้นที่ โดยเฉพาะการบริหารจัดการและการสนับสนุนสิ่งอุปกรณ์ในการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ ในเรื่องยาเสพติด เน้นย้ำให้มีการคุมเข้มชายแดนเพราะถือเป็นภัยแทรกซ้อน ที่จะต้องเข้มงวดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเชื่อมั่นว่าเจ้าหน้าที่ทุกนาย ได้ทุ่มเท ปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อให้ทุกอย่างคลี่คลายดีขึ้นต่อเนื่องเป็นลำดับ ส่วนตัวมีความห่วงใยกำลังพลในเรื่องความไม่ประมาท พร้อมขอบคุณที่อุทิศตน เพื่อประเทศชาติบ้านเมืองอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย และขอให้ดำรงความมุ่งหมายที่จะทำให้จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความสงบอย่างสมบูรณ์  

@@@……พล.อ.ณรงค์พันธ์ ยังได้ย้ำถึงนโยบาย ให้ทุกหน่วยบูรณาการทรัพยากรทางทหารที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อดูแลและพัฒนาพื้นที่ เช่น การลาดตระเวนด้วยชุดจักรยานยนต์ทางยุทธวิธี, การดูแลพื้นที่ด้วยชุดปฏิบัติการจรยุทธ์ โดยจะมีการใช้เทคโนโลยีถ่ายทอดภาพและเสียงขณะปฏิบัติการมายังที่ทำการของหน่วยแบบเรียลไทม์ ทำให้เพิ่มศักยภาพของการปฏิบัติการได้ดีขึ้น, การใช้ชุดสุนัขทหารในการลาดตระเวน เป็นต้น โดยการจัดชุดปฏิบัติการจรยุทธ์ลงพื้นที่จะช่วยสร้างความมั่นใจและพร้อมที่จะดูแลประชาชนได้อย่างทันที และเนื่องจากภารกิจมีความหลากหลาย การมอบหมายงานต้องคำนึงถึงความเหมาะสมในทุกด้าน และมีการพัฒนาสัมพันธ์กับทุกภาคส่วน ในขณะเดียวกันการปฏิบัติงานของกำลังพลจะต้องไม่ประมาท พร้อมกันนี้ได้ให้กำลังใจกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ให้ยึดมั่นในยุทธศาสตร์พระราชทาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” อย่างไรก็ตามในเรื่องของการพัฒนาพื้นที่ขอให้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาดำเนินการร่วมกับชุมชนอย่างต่อเนื่อง 

@@@……ช่วงที่ผ่านมา กองทัพเรือ ร่วมกับสำนักงานเขตบางซื่อ สำนักการระบายน้ำ กทม. ส่วนราชการ และประชาชนจิตอาสาในพื้นที่ รวมจำนวน 200 คน จัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความดีเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์” พัฒนาคลองทุ่ง และชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียง (ซ.กรุงเทพ ​- นนทบุรี​ 25) แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ ระยะทาง 890 เมตร  (คลองทุ่ง ยาว 890 เมตร กว้าง 3 – 5 เมตร) โดยดำเนินการพัฒนาทำความสะอาด กำจัดวัชพืชและขยะสิ่งปฏิกูลกีดขวางทางน้ำในคลอง ปรับแต่งภูมิทัศน์ การรณรงค์ประชาสัมพันธ์ลดและคัดแยกขยะ ไม่ทิ้งขยะลงคลอง เป็นการรักษาความสะอาดคลองทุ่ง เพื่อทัศนียภาพสวยงาม สะอาด เรียบร้อย น่าชม น่ามอง ปราศจากขยะมลพิษทางน้ำและเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ

@@@……กองทัพอากาศ พล.อ.อ.เดชอุดม  คงศรี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผู้ช่วย ผบ.ทอ.) เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลประกวดออกแบบตราสัญลักษณ์ กิจกรรม “รำลึก ๘๐ ปี สดุดีวีรชนสงครามมหาเอเชียบูรพา ๘ ธันวาคม ๒๔๘๔” โดยมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ และผู้ที่ได้รับรางวัล ร่วมในพิธีที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ ซึ่งมีผู้ได้รับรางวัล จำนวน 3 ผลงาน ได้แก่ 1. รางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศของผู้บัญชาการทหารอากาศ และเกียรติบัตร ได้แก่ นายพิริยะ  กาญจนคงคา 2. รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 เงินรางวัล 4,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร ได้แก่ นายธัชทอง  อ่ำสมคิด 3. รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 เงินรางวัล 2,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร ได้แก่ นายบำรุง  อิศรกุล

@@@……กองทัพบก โดยกองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน แจ้งเคลื่อนย้ายกำลังพล อาวุธยุทโธปกรณ์ และยานพาหนะ ดังนี้ กองทหารพลาธิการ กองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน เพื่อออกทำการฝึกตามหน้าที่ ประจำปี 2564 ณ พื้นที่ฝึกศูนย์ฝึกทางยุทธวิธีกองทัพบก อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี  ในวันที่ 20 มี.ค. 64 เวลา 05.00 น.  เคลื่อนย้ายทางรถยนต์จาก กองทหารพลาธิการ กองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน – ถ.ทหาร – ถ.วิภาวดีรังสิต – ถ.พหลโยธิน – ถ.สายสระบุรี ปลายทาง พื้นที่ฝึกศูนย์ฝึกทางยุทธวิธีกองทัพบก อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี  และเคลื่อนย้ายกลับ กองทหารพลาธิการ กองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน ตามเส้นทางเดิม  ในวันที่ 26 มี.ค. 64 เวลา 21.00 น.

@@@……  กองพันเสนารักษ์ที่ 13 กองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน เพื่อออกทำการฝึกตามหน้าที่ ประจำปี 2564 ณ พื้นที่ฝึกศูนย์ฝึกทางยุทธวิธีกองทัพบก อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี  ในวันที่ 21 มี.ค. 64 เวลา 06.00 น.  เคลื่อนย้ายทางรถยนต์จาก กองพันเสนารักษ์ที่ 13 กองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน – ถ.ทหาร – ถ.วิภาวดีรังสิต – ถ.พหลโยธิน – ถ.สายสระบุรี ปลายทาง พื้นที่ฝึกศูนย์ฝึกทางยุทธวิธีกองทัพบก อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี  และเคลื่อนย้ายกลับ กองพันเสนารักษ์ที่ 13 กองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน ตามเส้นทางเดิม  ในวันที่ 26 มี.ค. 64 เวลา 20.00 น.

………………..

คอลัมน์ “Military Key” 

โดย “รหัสมอร์ส” 

spot_imgspot_img
- Advertisment -
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -

Most Popular

- Advertisment -
- Advertisment -
Advertismentspot_imgspot_img