วันพุธ, กรกฎาคม 17, 2024
หน้าแรกCOLUMNISTSกองกําลังป้องกันชายแดนเข้มสกัดยาบ้า 10ล้านเม็ดพักคอยเตรียมทะลักเข้าไทย!
- Advertisment -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

กองกําลังป้องกันชายแดนเข้มสกัดยาบ้า 10ล้านเม็ดพักคอยเตรียมทะลักเข้าไทย!

ทบ.ร่วมกับ กฟภ.ทำบันทึกข้อตกลงโอนทรัพย์สินระบบจำหน่ายไฟฟ้าของกองทัพให้เป็นของ กฟภ. มุ่งลดภาระด้านงบประมาณ พร้อมสนับสนุนบำรุงรักษาตามมาตรฐานของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 

@@@…….สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่าน พบกันทุกวันเสาร์กับคอลัมน์ “Military Key” ทางเว็บไซต์ https:// thekey.news ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 22 มิ.ย.67 สัปดาห์ที่ผ่านมา ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่กฎกระทรวงกำหนดปริมาณยาเสพติดให้โทษและวัตถุออกฤทธิ์ที่ให้สันนิษฐานว่า มีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ ฉบับที่ 2 พ.ศ.2567 กำหนดว่า การถือครองยาบ้า 1 เม็ด ให้สันนิษฐานว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ หมายความว่า การครอบครองยาบ้าไม่เกิน 1 เม็ด หรือมีน้ำหนักสุทธิไม่เกิน 100 มิลลิกรัม ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า มีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ ให้นำตัวไปบำบัดรักษา หากเกินกว่านี้ ถือว่า มีไว้เพื่อจำหน่าย และจะต้องได้รับโทษตามกฎหมาย ซึ่งเป็นการแก้ไขกฎกระทรวงเดิมที่กำหนดไว้ไม่เกิน 5 เม็ด 

@@@…….อย่างไรก็ตาม กฏกระทรวงฉบับนี้ แก้ไขปริมาณยาเสพติดไว้ 2 ประเภท คือ ยาบ้า หรือแอมเฟตามีน ดังกล่าวไว้ข้างต้น กับยาไอซ์ หรือเมทแอมเฟตามีน กำหนดปริมาณไม่เกิน 1 หน่วยการใช้ หรือมีน้ำหนักสุทธิไม่เกิน 100 มิลลิกรัม หรือในกรณีที่เป็นเกล็ด ผง ผลึก มีน้ำหนักสุทธิไม่เกิน 20 มิลลิกรัม ให้สันนิษฐานว่ามีไว้่ในครอบครองเพื่อเสพ หากเกินกว่านี้ถือว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ซึ่งจะต้องถูกดำเนินคดี และรับโทษนั่นเอง… ทั้งนี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติดในไทยยังคงท้าทาย ผลสำรวจชี้ ผู้ติดยาเสพติดอายุน้อยลง ยาบ้า คือ อันดับ 1 ในประเทศไทย ตัวเลขผู้บำบัดไม่ถึงครึ่งของการจับกุมในช่วงที่ผ่านมา ซึ่ง ฝ่ายความมั่นคงถือว่า ปัญหายาเสพติด นับว่าเป็นหนึ่งในปัญหาสังคมที่รุนแรงที่สุด ถึงแม้ว่าจะมีมาตรการป้องกัน และปราบปราม รวมถึงนโยบายภาครัฐต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาที่กล่าวถึงนี้มาอย่างต่อเนื่องก็ตาม สถานการณ์ยาเสพติดในประเทศก็ยังไม่คลี่คลายลงในระดับที่น่าพอใจ 

@@@……ประเทศไทย เป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับอิทธิพลอย่างมากจากการขยายตัวของยาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ โดยพบว่ามีการเคลื่อนย้ายยาเสพติดจากแหล่งผลิตประเทศเมียนมา และนำเข้าผ่าน สปป.ลาว ก่อนเข้าสู่ประเทศไทย จึงทำให้ยาเสพติดแพร่กระจายในพื้นที่ชายแดนได้มากขึ้น ได้แก่ จ.เชียงราย พะเยา ตลอดจนจังหวัดชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จ.เลย หนองคาย และมุกดาหาร เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ต้นเดือนที่ผ่านมา แค่ 3 วัน เจ้าหน้าที่สกัดยานรกได้เกือบ 20 ล้านเม็ด พบกลุ่มม้งโหมขนจากชายแดนไทย-ลาว แถบภูซางส่งล่องใต้ และ คาดว่า ชายแดนไทย-เมียนมา มียาบ้ามากกว่า 10 ล้านเม็ด ยังคงพักคอยอยู่ตามตะเข็บชายแดน พร้อมที่จะเคลื่อนย้ายเข้าสู่ประเทศไทยทันที เมื่อโอกาสอำนวยอีกด้วย 

@@@……จากกรณีตัวอย่างการตรวจยึดยาบ้าจํานวนมาก ในพื้นที่ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย นั้น ทราบว่ายาบ้า ดังกล่าว มีต้นทางมาจากแหล่งผลิตของกลุ่มชาติพันธุ์อาข่า ในพื้นที่ จ.เมืองสาด ประเทศเมียนมา จากนั้นได้ นํามาพักคอยที่แหล่งพัก บริเวณพื้นที่ บ.แม่โจ๊ก และ บ.ซูตะดาว ด้านตรงข้าม อ.แม่ฟ้าหลวงฯ ก่อนห้วงฤดูฝน และมีการลักลอบนําเข้ามายังฝั่งไทย ที่บริเวณ บ.แม่หม้อ ต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวงฯ จากนั้นได้ลำเลียงมาตามเส้นทางภูมิประเทศ โดยจะนําไปพักคอยในพื้นที่ อ.เมือง เชียงราย จ.เชียงราย หรือ อ.ภูซาง จ.พะเยา เพื่อรอสั่งการส่งมอบให้กับกลุ่มผู้ลําเลียงฯ นําส่งยังพื้นที่ตอนใน แนวโน้มคาดว่าจะมีการลักลอบนํายาเสพติดเข้ามายังฝั่งไทย บริเวณพื้นที่ด้าน อ.แม่ฟ้าหลวงฯ อีกครั้ง ในห้วง 2-3 สัปดาห์ นี้ 

@@@……เนื่องจากตามข่าวสารแจ้งเตือนของฝ่ายความมั่นคง พบว่า ยังคงมียาเสพติดอยู่ที่แหล่งพักคอยอีกเป็นจำนวนมาก ดังนั้น จึงเห็นสมควรให้เจ้าหน้าที่กองกําลังป้องกันชายแดน เข้มงวดในการปฏิบัติภารกิจ และกําหนด มาตรการในการลาดตระเวน/เฝ้าตรวจ มิให้การลักลอบนํายาเสพติดเข้ามาตามเส้นทางดังกล่าวเพิ่มมากขึ้นอีก ทั้งนี้ ถึงแม้ จะเป็นห้วงฤดูฝนที่กลุ่มขบวนการมักไม่นิยมก็ตาม แต่เนื่องจากกลุ่มฯ ต้องการเร่งระบายยาเสพติดที่คงค้างอยู่แหล่งพักคอยออกจากพื้นที่ จึงยังมีการนําเข้ามายังฝั่งไทยอย่างต่อเนื่อง

@@@……ดังนั้น มิใช่เพียงมาตรการทางกฎหมายเท่านั้น แต่ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ฝ่ายปกครอง เอกชน หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และภาคประชาสังคม ถือเป็นความจำเป็นสำคัญที่ขาดไม่ได้สำหรับการแก้ปัญหายาเสพติดของชาติ ซึ่งฝ่ายความมั่นคงจะได้ประสานงานกับหน่วยเกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินมาตรการด้านการข่าว และพิจารณาใช้มาตรการเด็ดขาดด้วยกำลังตามแนวชายแดนต่อไป อย่างน้อยเพื่อให้แน่ใจว่า ปริมาณยาเสพติดที่เป็นยาบ้าลักลอบขนย้ายเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านส่วนใหญ่จะถูกสกัดกั้นไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ปริมาณยาบ้าในประเทศลดลงได้ในที่สุด 

@@@……ไม่ได้หายไปไหนแต่ไปดูงานที่ต่างประเทศ….นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม และคณะ ได้เดินทางเข้าร่วมงานนิทรรศการ Eurosatory 2024 ระหว่างวันที่ 17 – 19 มิ.ย. 2567 ณ ศูนย์แสดงสินค้า Paris Nord Villepinte กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส โดยมี นาย เซบาสเตียน เลอกอร์นู รมว.กลาโหมฝรั่งเศส เป็นประธานเปิดงานนิทรรศการฯ กระทรวงกลาโหมฝรั่งเศส ในฐานะเจ้าภาพการจัดงานนิทรรศการฯ ได้ให้ความสำคัญต่อความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศกับมิตรประเทศ ซึ่งงานนิทรรศการ Eurosatory เป็นงานนิทรรศการนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในการแสดงยุทโธปกรณ์การป้องกันประเทศ และเพื่อความมั่นคงทางภาคพื้นและทางอากาศ โดยงานนิทรรศการฯ ในปีนี้ (พ.ศ.2567) มีบริษัทผู้ประกอบการ เป็นจำนวนกว่า 1,800 บริษัท จาก 62 ประเทศ มาเข้าร่วมจัดแสดงสินค้าอาวุธยุทโธปกรณ์ แบ่งออกเป็น 4 ด้านหลักได้แก่ 1) ด้านการต่อต้านก่อการร้าย 2) ด้านความปลอดภัยของพลเรือน 3) ด้านความมั่นคงในประเทศ และ 4) ด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ 

@@@……สำหรับการเดินทางเข้าร่วมงานนิทรรศการฯ ในครั้งนี้ นับเป็นโอกาสอันดีที่ได้มีการพบปะบุคคลสำคัญทางการทหารและผู้ประกอบการต่างๆ ทำให้รับทราบถึงข้อมูลเทคโนโลยี และความก้าวหน้าทางด้านยุทโธปกรณ์ทางทหารที่ทันสมัย ซึ่งจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อการกำหนดนโยบายในการพัฒนากิจการด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยให้มีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น ตลอดจนสามารถนำแนวทางการจัดงานนิทรรศการฯ ดังกล่าว มาประยุกต์ใช้กับการจัดงานนิทรรศการอุปกรณ์ป้องกันประเทศ (Defence and Security 2025) ที่กระทรวงกลาโหมจะเป็นเจ้าภาพจัดขึ้น ณ ประเทศไทย ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในเดือน พ.ย. 2568 อีกด้วย

@@@……กองบัญชาการทหารสูงสุด….พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและคณะ เดินทางเยือนเนการาบรูไนดารุสซาลาม (บรูไน) อย่างเป็นทางการ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองกองทัพ โดย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ เอกอัครราชทูต ณ บันดาร์เสรีเบกาวัน ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน ทำให้ทราบถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับบรูไนในหลากหลายมิติ ทั้งในด้านการต่างประเทศ ด้านเศรษฐกิจและสังคม เป็นต้น จากนั้น ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้เดินทางไปยัง กระทรวงกลาโหมบรูไน รับการเคารพจากกองทหารเกียรติยศ และเข้าเยี่ยมคำนับ พลตรี Dato Paduka Seri Haji Muhammad Haszaimi bin Bol Hassan ผู้บัญชาการทหารสูงสุดบรูไน ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้กล่าวถึงความร่วมมือระหว่างทั้งสองกองทัพ ที่แน่นแฟ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการฝึกศึกษา และความร่วมมือในระดับต่างๆ นอกจากนี้ยังได้มีการหารือกันถึงกรอบความร่วมมือของทุกเหล่าทัพ ทั้งกิจกรรมที่มีอยู่ และกิจกรรมที่จะขยายขอบเขตให้มากขึ้นในอนาคต 

@@@……กองบัญชาการกองทัพบก….พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ ผู้บัญชาการทหารบก ให้การต้อนรับ พ.อ.ทิโมธี ปีเตอร์แมน ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารบกสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ในโอกาสเข้าเยี่ยมคำนับผู้บัญชาการทหารบกเพื่ออำลา เนื่องในโอกาสครบวาระการปฏิบัติหน้าที่ และไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งใหม่ พร้อมทั้งแนะนํา พ.ต.ฟีลิกส์ อเวลลานา รองผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารบกสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ในระหว่างการพบปะหารือ ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงการหารือข้อราชการกับ ผู้บัญชาการทหารบกสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ ในห้วงการเดินทางเยือนสหรัฐฯ โดยได้มีการเพิ่มเติมการสนับสนุนให้นักเรียนนายร้อยทหารบกไทยเข้ารับการศึกษา โรงเรียนนายร้อยทหารบกสหรัฐฯ (West Point) ซึ่งกองทัพบกไทย-สหรัฐฯ ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังพลผ่านการฝึกศึกษาอย่างต่อเนื่อง มุ่งสานต่อความร่วมมือทางทหารผ่านการประสานงานและการแลกเปลี่ยนการเยือนในทุกระดับ อีกทั้งได้ผลักดันการเพิ่มกรอบความร่วมมือในทุกมิติ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถกำลังพลผ่านการแลกเปลี่ยนการฝึกศึกษา 

@@@……กองทัพบก โดยสำนักงานปลัดบัญชีทหารบกได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการโอนทรัพย์สินระบบจำหน่ายไฟฟ้าของกองทัพบก เป็นทรัพย์สินของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) โดย พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้ลงนามบันทึกข้อตกลง ร่วมกับผู้ว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.67 ที่ผ่านมา มีวัตถุประสงค์เพื่อให้กองทัพบก และ กฟภ. มีแนวทางการดำเนินการปรับปรุงระบบจำหน่ายไฟฟ้าให้สอดคล้องกับระเบียบที่กระทรวงการคลังกำหนด อีกทั้งให้หน่วยทหารดำเนินการตามแนวทางของกองทัพบกในการปรับปรุงและการโอนระบบจำหน่ายไฟฟ้าของหน่วยให้เป็นทรัพย์สินของ กฟภ.ในพื้นที่ให้เป็นผู้รับผิดชอบดูแลและบำรุงรักษาให้มีสภาพการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดภาระค่าใช้จ่ายของหน่วยเกี่ยวกับหม้อแปลงไฟฟ้าแรงสูงและการซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้า 

@@@……ทั้งนี้เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.67 พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก และ คุณภาณุมาศ ลิ้มสุวรรณ รองผู้ว่าการวางแผนและวิศวกรรมการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เป็นผู้แทนผู้ว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค รับมอบบันทึกข้อตกลงเพื่อแสดงเจตนาร่วมกันของทั้งสองฝ่าย ซึ่งการจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ กฟภ.ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งในการบริหารจัดการที่กองทัพบกให้ความสำคัญและดำเนินการผลักดันแนวทาง ดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยลดภาระการใช้งบประมาณของของหน่วยทหาร ในด้านการซ่อมบำรุงซึ่งมีราคาสูง อีกทั้งเพื่อให้กฟภ. สามารถดำเนินการในการซ่อมบำรุง มีความคล่องตัวในการให้บริการ ตรวจสอบแก้ไข รวมไปถึงการบำรุงรักษาระบบการจำหน่ายไฟฟ้าในพื้นที่ค่ายทหารทั่วประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นไปตามมาตรฐาน มีเสถียรภาพและความปลอดภัย อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการใช้ไฟฟ้าของหน่วยทหาร กำลังพลและครอบครัว ได้อย่างคุ้มค่าต่อไป.

 ………………………………….

 คอลัมน์  : “Military Key”

 โดย.. “รหัสมอร์ส”

- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_imgspot_img

Featured

- Advertisment -spot_img
Advertismentspot_imgspot_img
spot_imgspot_img