วันเสาร์, กันยายน 25, 2021
หน้าแรกCOLUMNISTSเที่ยววัด “ไอ้ไข่”
- Advertisment -spot_imgspot_img

เที่ยววัด “ไอ้ไข่”

ในขณะที่เขียนตอนฉบับนี้อยู่ กำลังตะลอนทัวร์เที่ยวดูแปลงโคก หนอง นา ของกรมการพัฒนาชุมชนในโซนภาคใต้คือ จังหวัดนครศรีธรรมราช,สุราษฎร์ธานี และจังหวัดชุมพร มีโอกาสได้พูดคุยกับเยาวชนคนรุ่นใหม่ นักธุรกิจ และเกษตรกรที่เดินตามรอยศาสตร์ของพระราชา ได้มุมมอง ข้อคิด ที่แตกต่างจาก “คนเมือง” ที่ส่วนใหญ่กำลังเครียดกับการ “วิ่งหาเงิน” เป็นอันมาก

คนเหล่านี้ส่วนใหญ่ต้องการ “อิสรภาพทางกายและใจ” ไม่ยอมให้ชีวิตตกเป็นทาสในการ “วิ่งหาแต่เงิน”  แต่ต้องการอยู่กับครอบครัวและชุมชนตนเอง,ต้องการทานอาหารที่ปลอดสารพิษ ซึ่งส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าการจะทำแบบนี้ได้อย่างน้อยต้องมีที่ดินและ “ต้องไม่มีหนี้ก้อนโต”

เดียวนี้เยาวชนและคนออฟฟิตจำนวนมากกลับสู่ท้องถิ่นและหันมาสนใจเรื่องสุขภาพและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น จนเราในฐานะคนเมืองคิดไม่ถึงว่า

สังคมไทยยุคนี้จะมีคนสนใจเรื่องโคกหนองนา หรือเศรษฐกิจพอเพียงมากขนาดนี้ คุยกับพัฒนการอำเภอบางรายบอกว่ามีคนสมัคร “จองคิว” อีกเพียบ!!

“โคก หนอง นา” หากมองในมิติของวัฒนธรรมมันก็เหมือนกับการหันกลับไปหา “รากเหง้า” ของสังคมไทยในอดีตนั่นเอง คือ สังคมแห่งการเกื้อกูลและการแบ่งปัน สังคมแบบพึ่งตนเอง พออยู่ พอกิน พอใช้ ที่เหลือก็ แจกจ่าย ค้าขาย  สังคมไทยในอดีตมันแบบนี้

ครั้งนี้แป็นครั้งแรกที่เดินทางมาเยือนนครศรีธรรมราช ขับรถมาเองจากรุงเทพมหานครใช้เวลาประมาณ 12 ชั่วโมง มาถึงนครศรีธรรมราช นอกจากจะมาพูดคุยกับชาวบ้านคนทำโคกหนองนาแล้ว ความตั้งใจอีกประการหนึ่งคือมากราบนมัสการ พระบรมธาตุเจดีย์ซึ่งเป็นเจดีย์เก่าแก่ยุคศรีวิชัย ตามประวัติสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 854 ก่อนอาณาจักรสุโขทัยเสียอีก ส่วนอีกแห่งที่ต้องแวะไปคือ “วัดเจดีย์” วัดของไอ้ไข่ ซึ่งคนไปขอเลขหวยกันเป็นจำนวนมาก

”วัดพระมหาธาตวรมหาวิหาร” เป็นวัดสังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย  วันที่ไปถึงคือวันเสาร์ที่ผ่านมา  คนมากรอบไหว้น้อย ไม่พลุกพล่าน หลังจากเข้าไปดูพิพิธภัณฑ์ของเก่าซึ่งส่วนใหญ่เป็นถ้วยชามโบราณแล้ว ก็ไม่ค่อยจะมีอะไรมาก  เดินดูบริเวนรอบ ๆ ที่รายล้อมไปด้วยเจดีย์ที่มีจำนวนนับร้อยองค์ วางของเกะกะไม่ค่อยเป็นระระเบียบสวยงามเท่าไร แล้วจึงเดินไปไปยังตัวดูศิลปะเก่า ๆ  เห็นรูปปั้นช้างรายรอบ พร้อมกับพระพุทธรูปปางต่าง ๆ  ศิลปะแตกต่างจากสุโขทัยและกรุงรัตนโกสินทร์มาก โดยเฉพาะพระพักตร์ เสียดายว่ารอบเจดีย์มีศาลารายและมีผ้าคลุมฐานไปเกือบหมด หากใครต้องการที่จะมาดูของเก่าจริง ๆ   เสน่ห์ตรงนี้อาจหายไป

เมื่อได้เวลาตามสมควรแล้วจึงขับรถไป “วัดเจดีย์” ของไอ้ไข่ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอสิชล ขับรถจากตัวเมืองใช้เวลาพอสมควร ก่อนถึงวัดไอ้ไข่ไม่น่าเชื่อว่า มีร้านค้าขายไก่ ขายของเด็กเล่นและขายประทัดยาวน่าจะ 3-4 กิโลเมตร ขนาดมีการแพร่ระบาดของโควิด -19 แต่วัดไอ้ไข่พลุกพล่านเต็มไปด้วยนักแสวงโชคและคนมาทำบุญ

“เปรียญสิบ” อดคิดไม่ได้ว่า วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เป็นพระเจดีย์ที่มีตำนานว่าเป็นสถานที่บรรจุ “พระทันตธาตุ” ของพระพุทธเจ้า เมื่อเปรียบเทียบกับวัดไอ้ไข่แล้ว ไม่น่าเชื่อเลยว่า พุทธศาสนิกชนจะหันไป กราบไหว้ เด็กวัดมากกว่าพระทันตธาตุของพระพุทธเจ้า

วัดไอ้ไข่ เข้มงวดสำหรับคนเดินทางมาจากพื้นที่สีแดงต้องแสดงใบรับรองการฉีดวัคซีน เมื่อเข้าไปแล้วจะมีมาตรการขั้นพื้นฐานทั่วไปคือ วัดอุณภูมิ ลงทะเบียน ข้างในวัดมีพื้นที่ใหญ่โต ลานจอดรถกว้าง มีการวางตุ๊กตาไก่สีแดงเต็มไปหมด หากจะว่าไปแล้ว การจัดระเบียบภายในวัด ยังไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าไร

เมื่อเข้าไปด้านใดสังเกตุมีผู้คนมาก พลุกพล่าน มีรูปปั้นไอ้ไข่เป็นภาพวัดบ้าง รูปปั้นบ้าง ไม่รู้ไอ้ไข่ต้นตำรับคือ “รูปไหน”  แต่คาดว่าน่าจะเป็นรูปที่ใส่ชุดตามภาพที่ปรากฎอยู่ด้านล่างนี้

บอกตรง ๆ  เปรียญสิบมิได้มาขอหวย เพราะไม่เคยเชื่อ “ลัทธิรอผลดลบันดาล” และในชีวิตก็ไม่เคยเล่นเลข มาเพราะต้องการมาดูบรรยากาศและชมวัด 

เรื่องเลขจึงไม่ได้ขออะไรจาก “ไอ้ไข่”

แต่ยินดีกราบไอ้ไข่ เพราะไอ้ไข่ถือว่าเป็นผู้มีคุณูปการต่อวัด มีคุณูปการต่อชุมชนและจังหวัดนครศรีธรรมราช ดีไม่ดี หลายจังหวัดก็เศรษฐกิจดีเพราะไอ้ไข

กราบไหว้ไอ้ไข่เสร็จเดินไปดูโบสถ์ที่กำลังสร้างเห็นพระพุทธตั้งอยู่มีฝุ่นเกาะ มีขี้นก หดหู่ใจนิดหนึ่งว่า ปัจจุบันคนไม่ค่อยสนใจธรรมะพระพุทธเจ้าเท่าไร แต่หันไปสนใจเด็กวัดแทน!!

…………………

คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง

โดย…“เปรียญสิบ” : riwpaalueng@gmail.com

spot_imgspot_img
- Advertisment -
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -

Featured

- Advertisment -
- Advertisment -
Advertismentspot_imgspot_img