วันอาทิตย์, กันยายน 26, 2021
หน้าแรกCOLUMNISTSอย่าปล่อยให้“ATK”...ซ้ำเติมวิกฤติ
- Advertisment -spot_imgspot_img

อย่าปล่อยให้“ATK”…ซ้ำเติมวิกฤติ

“ความวัวไม่ทันหายความควายเข้ามาแทรก” ภาษิตโบราณที่น่าจะใช้กับการบริหารจัดการโควิด-19 ของ “รัฐบาลลุงตู่” พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เป็นอย่างดี เพราะดูเหมือนจะมีเรื่องอื้อฉาววุ่นวาย ไม่มีที่สิ้นสุด

ไม่นานมานี้ ก็มีปัญหาความไม่ชอบมาพากลที่สังคมตั้งคำถามเกี่ยวกับการจัดซื้อ “วัคซีนซิโนแวค” จากประเทศจีน ล่าสุดไม่มีกี่วันมานี้ สังคมก็เริ่มกังขากรณีการจัดประมูลซื้อชุดตรวจโควิด-19 ที่เรียกว่า “ชุดตรวจเร็ว” หรือ ATK (Antigen Test Kit) เพื่อแยกผู้ติดเชื้อ ออกจากผู้ไม่ติดเชื้อ

ผลประมูลออกมากลับบานปลาย กลายเป็น “ศึกหมอชนหมอ” ระหว่าง “แพทย์ที่เป็นผู้บริหาร” ในกระทรวงสาธารณสุขฝ่ายหนึ่ง ประกอบด้วยองค์การเภสัชกรรม สำนักงานอาหารและยา (อย.) กับ “ทีมแพทย์ชนบท” ที่เข้ามาตะลุยตรวจโควิดในกทม. ซึ่งกำลังเป็นฮีโร่ของคนกรุง

สืบเนื่องจากการระบาดโควิด-19 “สายพันธุ์เดลต้า” รุนแรงขึ้น และแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว จนตัวเลขพุ่งปรี๊ดทุกวัน อีกทั้ง “การเมือง” กดดัน กระทรวงสาธารณสุขจึงยอมเปิดทางให้ใช้การตรวจแบบ ATK ได้ โดยก่อนหน้านี้กระทรวงสาธารณสุขจะให้ใช้เฉพาะการตรวจแบบ RT-PCR ซึ่งล่าช้ามาก เพราะต้องรอผลตรวจนานถึง 6 ชั่วโมง ไม่ทันสถานการณ์ แถมต้องใช้เจ้าหน้าที่จำนวนมาก ราคาเฉลี่ยก็สูงถึง 2,000 บาทต่อชุด

เมื่อเปิดให้ประชาชนทั่วไปใช้ได้ ส่งผลให้ราคา ATK พุ่งพรวดราว 200-300 บาทต่อชุด กลายเป็นภาระชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำ ไม่มีโอกาสเข้าถึง ภายหลังจากชมรมแพทย์ชนบท ได้เห็นปัญหานี้ จึงเสนอไปยัง สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ “สปสช.” ให้ช่วยจัดหาชุดตรวจเร็วแบบ ATK แจกจ่ายให้ประชาชน และชุมชนฟรีๆ เพื่อให้ชาวบ้านตรวจกันเองได้

ข้อเสนอแพทย์ชนบทก็ถูกนำไปพิจารณาในบอร์ด สปสช. ทันทีและมีมติให้โรงพยาบาลราชวิถีไปจัดซื้อ ATK ผ่านองค์การเภสัชกรรม จำนวน 8.5 ล้านชุด โดยสปสช.เสนอว่า ควรซื้อยี่ห้อที่ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก ราคาไม่แพงเกินไป ผลการตรวจน่าเชื่อถือ ซึ่งทางชมรมแพทย์ชนบทก็ได้ศึกษาข้อมูลพบว่ามี สองยี่ห้อ ที่อยู่ใน List ของยูนิเซฟ โดยองค์การอนามัยโลกรับรอง คือ Standard Q และ Abbott หากจัดซื้อในปริมาณมากๆ ราคาอยู่ที่ราวชุดละ 120-140 บาทเท่านั้น

องค์การเภสัชกรรม ที่เป็นเจ้าภาพในการจัดหา ATK ก็ได้ทำการจัดซื้อตามระเบียบทุกอย่าง คือต้อง “ยื่นซอง” ประกวดราคา โดยเชิญบริษัทที่ผ่านการรับรองจาก อย. มาเสนอราคาจำนวน 19 บริษัท แต่ยื่นประมูลจริงๆ 16 บริษัท และจะต้องดำเนินการเสร็จภายในวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา ทั้งที่เรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนสามารถจัดซื้อได้เลย แต่ต้องทำด้วยความโปร่งใสด้วยความรอบคอบและชอบธรรม

ในที่สุดเมื่อเปิดซองราคา ผลการประมูลได้ชุดตรวจจาก บริษัท LEPU จากจีน ซึ่งยังไม่ผ่านการรับรองจากองค์การอนามัยโลก และไม่ผ่านการรับรองจาก FDA สหรัฐฯ เมื่อเข้าไปตรวจสอบงบการเงิน บริษัท ออสท์แลนด์ แคปปิตอล ผู้นำเข้าชุดตรวจ LEPU จากจีน ก็อดแปลกใจไม่ได้พบว่า ปี 61 มีรายได้ 4,501 บาท ปี 62 มีรายได้ 2,218 บาท ปี 63 ไม่มีรายได้ แม้แต่บาทเดียว

น่าสงสัยว่า ฐานะบริษัทที่ดูง่อนแง่น ไม่มั่นคง จะมีความสามารถนำเข้าชุดตรวจ 8.5 ล้านชุด มูลค่าหลายร้อยล้านบาทได้อย่างไร ทำไมองค์การเภสัชฯ ไม่มีการตรวจสอบฐานะการเงินมาเป็นองค์ประกอบในการตัดสินใจ

ขณะที่ อย. ได้ชี้แจงว่า ชุดตรวจ LEPU ได้คุณภาพ พิจารณาแล้วได้มาตรฐานสากลแน่นอน อีกทั้งขั้นตอนการจัดซื้อ ได้ทำตามกฎหมาย สามารถประหยัดเงินรัฐได้กว่า 400 ล้านบาท โดยประมูลในราคาต่ำสุด 595 ล้านบาท จากวงเงินที่สปสช.ตั้งไว้ 1,014 ล้านบาท

จึงเกิดเสียงวิพากษ์วิจารย์เรื่องนี้อย่างกว้างขวาง ในที่สุด นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานบอร์ดองค์การเภสัชฯ ได้ “ชะลอ” การทำสัญญาจัดหาชุดตรวจไว้ก่อน ในฟากชมรมแพทย์ชนบท ก็ได้ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ 4 หน่วยงาน อภ., อย., โรงพยาบาลราชวิถี และกระทรวงสาธารณสุข รับผิดชอบหากมีการจัดซื้อชุดตรวจ ATK ที่มาตรฐานยังเป็นข้อกังขา

พร้อมกับออกมาเปิดเผยว่า ราคาขายส่งของ ATK ยี่ห้อ LEPU ตามที่บริษัท ออสท์แลนด์ แคปปิตอล จำกัด ชนะการประมูล ใน ราคา 70 บาทนั้น โดยอ้างว่าได้ของถูกนั้น แต่ในความเป็นจริง ราคาขายส่งของ ATK ยี่ห้อ LEPU ราคาไม่เกิน 35 บาทเท่านั้น เรียกว่า ถูกกกว่ากันครึ่งต่อครึ่งเลยทีเดียว

ศึกสองหมอคงจะพันตูกันอีกหลายยก ไม่รู้ว่าจะลงเอยอย่างไร ขณะที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อในบ้านเรา ก็ยังพุ่งสูงปรี๊ดล่าสุดเมื่อวาน (จันทร์ที่ 16 สิงหาคม 64) ยังสูงถึง 21,157 คน และผู้เสียชีวิต 182 คน ยิ่งกว่านั้นผู้ติดเชื้อในโรงงานรุนแรงมากขึ้นทุกวัน จนกลายเป็นคลัสเตอร์ใหญ่

ชุดตรวจหาเชื้อโควิด 19 นำเข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต

ที่สำคัญทุกวันนี้ สิ่งที่โรงงานต้องการมากที่สุดคือ ชุดตรวจ ATK หลังจากที่รอวัคซีนไม่ไหวซึ่งผู้ประกอบการได้พยายามเรียกร้องให้รัฐบาลต้องเร่งปลดล็อก ให้คนไทยทุกระดับสามารถเข้าถึง ATK โดยง่าย ด้วยราคาต่ำและได้มาตรฐาน ควบคู่กับการเร่งฉีดวัคซีน ก่อนที่จะกระทบกับเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม

น่าเสียดายโอกาส ทุกวันนี้เศรษฐกิจในประเทศใหญ่ๆ ที่เป็นคู่ค้าของไทย กำลังฟื้นตัวการบริโภคกำลังกลับมาออร์เดอร์สินค้าต่างๆ ทะลักจ่อหน้าโรงงาน แต่ทำอะไรไม่ได้ “โอกาสทองการส่งออกไทย” กำลังหลุดลอยเพราะปัญหาโควิดระบาด ขณะที่วัคซีนยังมาไม่ถึง และกำลังมีปัญหาชุดตรวจ ATK มาซ้ำเติมอีก

เห็นที “ลุงตู่” จะทำเป็นทองไม่รู้ร้อนไม่ได้ ต้องรีบตัดไฟตั้งแต่ต้นลม อย่าปล่อยให้ชุดตรวจ ATK ซ้ำเติมวิกฤติ ซ้ำรอยวัคซีน จนบ้านเมืองต้องเสียหายหนัก

……………………….

คอลัมน์ : เศรษฐศาสตร์ข้างทาง

โดย “ทวี มีเงิน”

spot_imgspot_img
- Advertisment -
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -

Featured

- Advertisment -
- Advertisment -
Advertismentspot_imgspot_img