วันอาทิตย์, กันยายน 26, 2021
หน้าแรกCOLUMNISTSทุกข์ซ้ำซากของ“พ่อค้า-แม่ค้า”ริมทาง
- Advertisment -spot_imgspot_img

ทุกข์ซ้ำซากของ“พ่อค้า-แม่ค้า”ริมทาง

“วันนี้ผมยังขายไม่ได้เลย! หนี้สินก็บาน เศรษฐกิจก็ไม่ดี เสียค่าปรับ ผมหมดตัวแน่” เป็นเสียงตัดพ้อของพ่อค้าไอศครีมไผ่ทอง ที่โดนตำรวจล็อคล้อหลังจากจอดไม่ถึง 2 นาที

นี่คือเรื่องราวจากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้บันทึกภาพเหตุการณ์เมื่อวันที่19 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรกลางรายหนึ่ง กำลังล็อกล้อ รถจักรยานยนต์ขายไอศครีมไผ่ทองไอสครีม บริเวณหน้าตลาดประชานิเวศน์ 1 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม.

ผู้โพสต์ระบุข้อความว่า “น่าเห็นใจ พ่อค้าไอติม ที่ถูกล็อกล้อรถ ยืนหน้าเศร้าถกเถียงกับคุณ “ตำหนวด” พร้อมอ้อนวอนขอความกรุณา “อย่าจับเลย” เพราะวันนี้ยังขายไม่ได้ เงินก็ไม่มี หนี้สินก็บานเบอะ แถมเศรษฐกิจก็ผุพัง”

ผู้โพสต์เล่าต่อว่า รถไผ่ทองไอศครีม มาจอดไม่ถึง 2 นาทีเท่านั้น เพื่อหาลูกค้า แต่ก็มาถูกล็อกล้อ พร้อมเผยคำพูดพ่อค้าที่บอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มว่า “ลูก-เมีย ผมรอกินข้าว กำไรวันละไม่ถึง 1 พัน เสียค่าปรับไป ผมหมดตัวแน่”

หลังจากเรื่องนี้ถูกเผยแพร่ในสื่อโซเชี่ยลและสื่อกระแสหลัก ก็มีคนเข้ามาแสดงความเห็นใจมากมาย เพราะแม้ว่าพ่อค้าไอศครีมจะทำผิดกฏจราจร แต่ในสถานการณ์ช่วงล็อคดาวน์ การทำมาหากินยากลำบาก ต่างก็มีความเห็นว่า เจ้าหน้าที่น่าจะผ่อนปรนบ้าง เพราะไม่ได้กีดขวางการจราจรทำให้รถติดแต่อย่างใด

นี่แค่เหตุการณ์หนึ่งในหลายๆ เหตุการณ์ที่สะท้อนถึงความทุกข์ยากของคนหาเช้ากินค่ำ ยิ่งในช่วงโควิดระบาดหนักเวลานี้ ลำพังการทำมาค้าขายก็ลำบากอยู่แล้ว ยอดขายหดหายทุกวัน ขายของแทบไม่ได้ กำไรไม่ต้องพูดถึง คนเริ่มไม่มั่นใจอนาคตว่า จะกลับมาเป็นปกติเมื่อไหร่ ทุกคนจึงประหยัดไว้ก่อน “เก็บเงิน” ไว้ใช้จ่ายในยามจำเป็น

อีกทั้งคนส่วนใหญ่ห่วงใยเรื่องความสะอาด จะซื้ออะไรต้องระมัดระวัง เพราะกลัวเรื่องโควิด จะเลือกซื้อเฉพาะของจำเป็น หรือร้านค้าที่ไว้ใจเท่านั้น ทำให้พ่อค้า-แม่ค้าทุกวันนี้ ต้องเจออุปสรรคหลายเด้ง

ในทางกลับกัน ทุกวันนี้กลับมีพ่อค้า-แม่ค้ายิ่งมีมากขึ้น มีทั้งมืออาขีพ มือสมัครเล่น มาเร่ขายของริมถนนมากมาย ส่วนหนึ่งเป็นคนทำงานออฟฟิศ บางคนทำงานโรงงงาน ไม่น้อยที่เป็นเจ้าของธุรกิจเอสเอ็มอีที่ตกงาน ไม่มีงานทำ ธุรกิจเจ๊งและพ่อค้า-แม่ค้าที่เคยขายของตลาดนัดในตลาดสด แต่ถูกสั่งปิดก็หันมาทำมาค้าขายริมถนน หาเลี้ยงครอบครัวเพื่อความอยู่รอดไปวันๆ

พ่อค้า-แม่ค้าเหล่านี้ มีทั้งรูปแบบรถฟูดส์ทักเล็กๆ ขายของกิน แต่ส่วนใหญ่จะเป็นรถปิกอัพขายผลไม้ที่รับมาจากชาวสวนบ้าง ก็เป็นรถยนต์เปิดท้าย ขายน้ำดื่ม เจลล้างมือแอลกอฮอล์ แต่บางคนก็ยกแผงจากตลาดนัดตลาดสด มาตั้งขายชั่วคราว กลุ่มนี้เมื่อตลาดเปิดได้ ก็จะกลับไปขายที่เก่า

ทำเลทองจะเป็นถนนตัดใหม่ เพราะไม่มีเจ้าถิ่นยึดครอง ถนนกว้างไม่กีดขวางการจราจร ที่สำคัญถนนตัดใหม่เหล่านี้ จะเป็นย่านบ้านจัดสรรราคาแพง ผู้อยู่อาศัยจะเป็นครอบคนรุ่นใหม่ มีฐานะดี การจับจ่ายใช้สอยก็จะง่าย มีกำลังซื้อสูง ทำเลที่ฮิตมากๆ หากเป็นในย่านฝั่งธนฯ ก็จะเป็นถนนราชพฤกษ์ ถนนพรานนก-พุทธมณฑลตัดใหม่ หรือฝั่งกรุงเทพฯก็จะเป็นถนนเทพรักษ์(เส้นใหม่) จะมีบรรดาพ่อค้าเปิดขายของทั้งสองข้างทาง

อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้พ่อค้าเหล่านี้กำลังเดือดร้อนหนัก เพราะโดนตำรวจจราจรไล่จับ อ้างว่าห้ามจอดรถ ส่วนตำรวจเทศกิจก็อ้างว่า พ่อค้า-แม่ค้าเหล่านี้ขายของบนที่ห้ามขาย และมักจะโดนเรียกเงินดื้อๆ มีรถพ่อค้า-แม่ค้าหลายคันที่โดนวันละพัน วันไหนขายดีก็โดนเรียก 2 พันบาท ก็มีบางพื้นที่ก็จะทำเป็นสติ๊กเกอร์ติดให้จ่ายเป็นรายเดือน

พ่อค้ารายหนึ่งเล่าว่า ตำรวจจราจรดีหน่อย บางวันก็แกล้งทำไม่เห็น แต่ตำรวจเทศกิจนี่หนัก ไม่ยอมฟังเหตุฟังผล จะจับอย่างเดียว ก็อยากจะฝากผู้บังคับบัญชาหน่วยงานที่รับผิดชอบ ยังไงช่วงนี้คนค้าขายกำลังลำบาก อยากให้ช่วยผ่อนปรนให้พอมีช่องทางค้าขายได้บ้าง

ไหนๆ ก็ฝากแล้วก็อยากอีกเรื่องคือ นโยบายที่ให้พ่อค้า-แม่ค้าหยุดขายของวันจันทร์ เพื่อทำความสะอาดทางเท้านั้น ช่วงนี้น่าจะยกเลิกชั่วคราว เพื่อจะได้ให้พ่อค้า-แม่ค้ามีวันเวลาขายของได้มากขึ้นสถานการณ์ดีขึ้นค่อยว่ากันใหม่ จะช่วยชาวบ้านที่ทำมาค้าขายได้อย่างมาก

…………………………………

คอลัมน์ : เศรษฐศาสตร์ข้างทาง

โดย “ทวี มีเงิน”

spot_imgspot_img
- Advertisment -
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -

Featured

- Advertisment -
- Advertisment -
Advertismentspot_imgspot_img