วันอังคาร, ตุลาคม 4, 2022
หน้าแรกCOLUMNISTSถอดบทเรียน “SCBX” ...หักเหลี่ยม Bitkub
- Advertisment -spot_imgspot_img

ถอดบทเรียน “SCBX” …หักเหลี่ยม Bitkub

เมื่อก่อนมักจะมีคำกล่าวว่า “คนจนเล่นหวย คนรวยเล่นหุ้น” แต่สองสามปีที่ผ่านมา ต้องเพิ่มเป็น “คนจนเล่นหวย คนรวยเล่นหุ้น วัยรุ่นเล่นคริปโตเคอร์เรนซี่” คำกล่าวอ้างนี้ ไม่เกินความจริง

ข้อมูลล่าสุดของสภาพัฒน์ฯ ระบุว่า ผู้ลงทุนในคริปโตฯ ส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ที่ต้องการสร้างผลกำไรที่สูงในเวลาที่รวดเร็วจากข้อมูลพบว่า บัญชีของผู้ลงทุนในคริปโตฯกว่าครึ่ง เป็นผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปี โดย 3% เป็นเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี และ 47% เป็นบัญชีลงทุนของผู้ที่มีอายุ 21-30 ปี

ซึ่งการศึกษาของมหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) พบว่า สาเหตุที่คน Gen Z สนใจลงทุนในคริปโตฯ เพราะต้องการรวยเร็ว

ผู้ลงทุนในคริปโตฯ 1 ใน 5 ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับคริปโตฯ อยู่ในระดับน้อย และใช้สัญชาตญาณในการตัดสินใจลงทุน

เดิมทีคนไทยยังไม่ค่อยรู้จักคริปโตฯเท่าใดนัก กระทั่งในปี 2021 ราคาเหรียญบิตคอยน์ในตลาดโลก พุ่งสูงถึง 1 ล้านเหรียญสหรัฐต่อ 1 เหรียญบิตคอยน์ ทำให้คนไทยเริ่มหันมาสนใจที่จะซื้อขายกันมากขึ้น ส่งผลให้ในปีนั้น Bitkub โตกระฉูด 1,000% มีรายได้ ถึง 4,000 ล้านบาท

แม้แต่ธนาคาร ช่วงแรกไม่ได้สนใจ แต่เมื่อเห็นการเติบโตของ Bitkub ก็พากันเริ่มอยากจะเข้ามาบ้าง จึงเป็นที่มาของ คณะกรรมการบริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ มีมติเมื่อวันที่ 2 พ.ย.64 อนุมัติการเข้าทำสัญญาซื้อหุ้น บริษัท Bitkub Online ผู้ให้บริการศูนย์ซื้อขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลรายใหญ่ที่สุดของประเทศ ในสัดส่วน 51% ของทุนจดทะเบียน วงเงิน 17,850 ล้านบาท

นอกจาก Bitkub จะทำหน้าที่เป็นแพล็ตฟอร์มในการเทรดคริปโตฯแล้ว บริษัท บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี จำกัด ยังได้ออกเหรียญของตัวเองชื่อ Kub Coin อีกด้วย ทันทีที่ทั้งสองฝ่ายได้ทำสัญญาร่วมกัน ส่งผลให้ราคาหุ้นของไทยพาณิชย์ และราคาของเหรียญของ Bitkub ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคา Kub Coin ก็พุ่งจาก 30 บาทต่อเหรียญและมาอยู่จุดสูงที่สุด 580 บาทต่อเหรียญ

หลังจากนั้น สัญญาณร้ายก็ตามมาเป็นระลอก เศรษฐกิจโลกปั่นป่วนจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน เศรษฐกิจที่ทำท่าจะดี อัตราเงินเฟ้อและดอกเบี้ยที่ต่ำกลับพลิกผัน เศรษฐกิจเริ่มถดถอยและเงินเฟ้อสูงและอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น รวมถึงล่มสลายของเหรียญลูนาก่อนหน้านี้ ทำให้ทรัพย์สินมีค่าสูงราคาเริ่มดิ่งเหว ราคาหุ้นบิตคอยน์ก็ทิ้งดิ่งลงมา จาก 65,000 เหรียญ เหลือเพียง 35,000 เหรียญ และเคยตกลงมาเหลือเพียง 20,000 เหรียญ

ทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยลบส่งผลให้ราคาบิตคอยน์ราคาร่วง รวมถึง Kub Coin ด้วย แถมยังมีปัจจัยลบในประเทศมาซ้ำเติม อย่างกรณี บริษัท โปรเอ็น คอร์ป จำกัด (มหาชน) ขอยกเลิกการลงทุนในเหรียญ Kub จำนวน 250,000 เหรียญ วงเงินลงทุน 72 ล้านบาทขณะที่ “Bitkub” ก็สะดุดขาตัวเอง โดนก.ล.ต. ลงโทษทางแพ่ง กรณีเจ้าหน้าที่บริษัทสร้างปริมาณเทียมสินทรัพย์ดิจิทัลในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลของบริษัท Bitkub Online จากปัจจัยลบรุมเร้า ทำให้ภาวะตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลที่ SCBX ประกาศซื้อเมื่อปีที่แล้ว จนถึงปัจจุบันตลาดก็ปรับตัวแย่ลงเรื่อยๆ จนนำไปสู่การตัดสินยกเลิกธุรกรรมดังกล่าว

แต่ที่น่าสังเกตคือ หลังจากที่ SCBX ถอนตัวจากการซื้อ Bitkub ในวันเดียวกันนั้นเอง เว็บไซต์ของ ก.ล.ต. ประกาศ ว่า SCBX เริ่มประกอบธุรกิจ เปิดกระดานซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ของตัวเองอย่างเป็นทางการ ในโลกออนไลน์ต่างวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างดุเดือดว่า ในช่วงที่ SCBX ทำการตรวจสอบธุรกิจ ได้เรียนรู้ข้อมูลต่างๆ รวมถึงนวัตกรรมจาก Bitkub แล้วประเมินว่า SCBX น่าจะเก็บเงินไว้เอามาลงทุนลุยธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลเอง น่าจะดีกว่า เพราะเชื่อว่าน่าจะใช้เงินลงทุน น้อยกว่าการเข้าไปถือหุ้น Bitkub

ขณะที่เส้นทางการ Bitkub พวกเขาจะยังเติบโตต่อไปได้ เพียงแต่รอจังหวะเวลา เมื่อคริปโตฯผ่านพ้นช่วงขาลง อีกอย่างธุรกิจ Bitkub เป็นคนกลางที่มีรายได้จาก “ค่าธรรมเนียม” ไม่ต้องลงทุนอะไรมากมาย ที่ผ่านมามีเงินตุนไว้ในกระเป๋าไว้หลายพันล้านบาท รวมมูลค่าเหรียญที่ขายออกไปอีกจำนวนมหาศาล ยังถือว่ามีสายป่านยาว ต่ออายุธุรกิจได้อีกนาน

แต่งานนี้ผู้บริหาร Bitkub คงได้บทเรียนหลายๆ อย่างในการทำธุรกิจในสังคมไทย ว่าที่ผ่านมา อาจจะทำตัวโดดเด่น เชื่อมั่นในตัวเองจนเกินไป พยามสร้างคอนเน็คชั่น และคิดว่าคอนเน็คชั่นที่ตัวเองมีอยู่นั้น เพียงพอจะปกป้องธุรกิจได้นั้น อาจจะช่วยอะไรไม่ได้มากนัก

อย่างไรก็ตาม งานนี้คนที่เสียหายจริงๆ หนีไม่พ้นบรรดา “แมงเม่าทั้งหลาย” ที่โดดเข้ามาเล่นและยังขายออกไม่ทัน ซึ่งมีจำนวนไม่น้อย มีนักเก็งกำไรคนรุ่นใหม่แห่เข้าไปเล่นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ขาดทุนอย่างหนัก คนกลุ่มนี้คือคนที่เจ็บหนักที่สุด คงจะต้องกัดฟันอดทนรอ จนกว่าสถานการณ์คลี่คลาย

นี่คือบทเรียนอีกบทหนึ่งของคนที่อยากเป็นเศรษฐีทางลัด หากอยากได้กำไรงาม ก็ย่อมตามมาด้วยความเสี่ยงสูง เป็นของคู่กันเสมอ

……………………..

คอลัมน์ : เศรษฐศาสตร์ข้างทาง

โดย “ทวี มีเงิน”

สนับสนุนคอลัมน์ โดย :   บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)

#ยิ่งใกล้คุณยิ่งต้องดี #GCเคมีที่เข้าถึงทุกความสุข #GCChemistryforBetterLiving

spot_imgspot_img
- Advertisment -
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -

Featured

- Advertisment -
- Advertisment -
Advertismentspot_imgspot_img