วันอังคาร, ตุลาคม 26, 2021
หน้าแรกCOLUMNISTSแกะรอย....“เสี่ยวินท์-รวมไทยยูไนเต็ด” ไม่กินเส้น“พิธา”-แยกวง“ก้าวไกล”
- Advertisment -spot_imgspot_img

แกะรอย….“เสี่ยวินท์-รวมไทยยูไนเต็ด” ไม่กินเส้น“พิธา”-แยกวง“ก้าวไกล”

การแยกวงออกมาจาก “พรรคก้าวไกล” ของ “วินท์ สุธีรชัย อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล-อนาคตใหม่” เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อเตรียมการจัดตั้ง-เปิดตัวพรรคการเมืองใหม่ ภายใต้แบนด์ที่ตอนนี้ใช้ชื่อกลุ่ม “รวมไทย ยูไนเต็ด”

ว่าไปแล้วสำหรับ ส.ส.-คนในพรรคก้าวไกล หรืออนาคตใหม่เดิมและกลุ่ม”คณะก้าวหน้า“ซึ่งมี ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และปิยบุตร แสงกนกกุล เป็นหัวหอก พบว่า ส.ส.ก้าวไกล และคนในคณะก้าวหน้า ไม่ได้รู้สึกแปลกใจกับการตัดสินใจแยกวงของ  “วินท์ สุธีรชัย  นักธุรกิจใหญ่ในวงการอุตสาหกรรมเหล็กของประเทศไทย -ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไพร์ม สตีล มิลล์ จำกัด ที่เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านธุรกิจเหล็กในประเทศไทย” เท่าใดนัก    

เหตุเพราะคนในพรรคสีส้ม รู้กันมานานเป็นปีแล้วว่า “เสี่ยวินท์ ไม่กินเส้น กับ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล” มานานแล้ว ตั้งแต่พรรคก้าวไกล ยังเป็นพรรคอนาคตใหม่ด้วยซ้ำ

เปิดตัวรวมไทย ยูไนเต็ด 7ต.ค.64

ยิ่งเมื่อ อนาคตใหม่โดนยุบพรรค แล้วต้องมีการดันคนในพรรคมาเป็นหัวหน้าพรรค คอยคุมพรรคแทน ธนาธร ปิยบุตร จนทำให้ พิธา ขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคก้าวไกล ซึ่งตอนนั้น ส.ส.ในพรรคอนาคตใหม่เดิมหลายคน ก็บอกว่า ไม่สามารถยอมรับการขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรค ของพิธา ได้ บางคนถึงกับบอกกันในหมู่ส.ส.ด้วยกันเองว่า “หากต้องมาเป็นลูกน้อง เป็นลูกพรรคของ พิธา ผมรับไม่ได้ เขามีคุณสมบัติเป็นหัวหน้าพรรค เป็นผู้นำพรรค แค่ไหน ลีดเดอร์ชิพก็ไม่มี”

และผลพวงจากที่ส.ส. พรรคก้าวไกล จำนวนหนึ่งไม่ยอมรับในตัว พิธา ทำให้ มีข่าวออกมาก่อนหน้านี้ว่า วินท์ ได้เคยหารือกับส.ส.ก้าวไกล หลายคน ที่ก็ไม่กินเส้นกับ พิธา ถึงเรื่องความเป็นไปได้ในการแยกตัว ออกไปอยู่กับพรรคการเมืองอื่น หรือการตั้งพรรคการเมืองใหม่

ซึ่งในช่วงที่ กำลังมีการจัดตั้งพรรคก้าวไกลหลังอนาคตใหม่โดนยุบพรรค แล้วส.ส.อนาคตใหม่ต้องหาพรรคใหม่สังกัดภายใน 30 วัน ก็พบว่า หลายคนแยกย้ายกันไปอยู่กับพรรคการเมืองต่างๆ โดยเฉพาะ”พรรคเสี่ยหนู ภูมิใจไทย“ที่มีส.ส.อนาคตใหม่ไปอยู่ร่วมด้วยร่วม 10-11 คน ขณะที่อีกบางส่วน ก็ไปอยู่กับ พรรชาติไทยพัฒนา-พรรคชาติพัฒนา-พรรคท้องถิ่นไทย-พรรคพลังประชารัฐ

ข่าวบอกว่า  เดิมที วินท์ ก็ได้รับการชักชวนให้ไปอยู่กับ พรรคภูมิใจไทยด้วยเช่นกัน  เพราะส.ส. ที่ไปอยู่กับ ภูมิใจไทย เช่น โชติพิพัฒน์ เตชะโสภนมณี ส.ส.กทม. -วิรัช พันธุมะผล ส.ส.บัญชีรายชื่อ-ร.ต.ต.มณฑล โพธิ์คาย ส.ส.กทม -อนาวิล รัตนสถาพร ส.ส.ปทุมธานี ที่ส่วนใหญ่ต่างก็ไม่ยอมรับการขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคก้าวไกลของ พิธา ซึ่งกลุ่มนี้ ต่างก็มีความสนิทสนมคุ้นเคยกับ วินท์ อยู่แล้ว ทำให้พอพรรคอนาคตใหม่แตก กลุ่มนี้เลยตัดสินใจง่าย ผสมกับออฟชั่นพิเศษ ที่ภูมิใจไทยมีให้ เลยทำให้ อดีตส.ส.อนาคตใหม่หลายคน เลยไม่ลังเลที่จะย้ายไปภูมิใจไทย

แต่สำหรับ วินท์ กลับใช้เวลาตัดสินใจค่อนข้างนาน ซึ่งอาจเป็นเพราะด้วย ความเป็นนักธุรกิจใหญ่ เรื่องเงินทอง การดูแลแบบพิเศษ รายเดือนรายสะดวกแบบที่บางพรรคการเมืองมีให้กับอดีตส.ส. ที่ย้ายไปอยู่ด้วย  เรื่องพวกนี้ เลยไม่มีปัญหาสำหรับเขาที่เป็นคนมีฐานะดีอยู่แล้ว  ทำให้ วินท์ เลยไม่ต้องรีบตัดสินใจ และคงคิดว่าจะขออยู่กับ พรรคก้าวไกลสักระยะเพื่อรอดูก่อนว่า พรรคก้าวไกล ในยุคของ พิธา จะเดินไปทางไหน

จนสุดท้าย วินท์ ก็อยู่กับพรรคก้าวไกล และร่วมทำกิจกรรมต่างๆ กับพรรคก้าวไกล มาร่วมปีกว่า ซึ่งก็สร้างความแปลกใจให้กับหลายคนในพรรคก้าวไกลเช่นกัน แต่ก็พบว่า ในการเคลื่อนไหวบางเรื่องของพรรคก้าวไกล “วินท์”ก็ไม่เอาด้วย จนเริ่มแสดงให้เห็นถึง

สัญญาณเตรียมแยกวง

ให้เห็นโดยเฉพาะที่เด่นชัด ก็คือ วินท์ คือ 1 ใน 9 ส.ส. พรรคก้าวไกล ที่ไม่ร่วมลงชื่อ เสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ …) เกี่ยวกับการแก้ไขประมวลกฎหมานอาญา มาตรา 112 ซึ่งตอนนั้นมี ส.ส.พรรคก้าวไกลลงชื่อ 44 คน

ส่วน 9 คนที่ไม่ลงชื่อด้วย นอกจาก วินท์ แล้วก็ยังประกอบด้วย อาทิเช่น คารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ  -ขวัญเลิศ พานิชมาท ส.ส.ชลบุรี  -เอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย-พีรเดช คำสมุทร ส.ส.เชียงราย -จิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ส.ส.กทม ซึ่งถึงตอนนี้ ห้าคนดังกล่าว ก็เป็นที่รู้กันว่า

“แยกตัว-วงแตก

จากพรรคก้าวไกลมาเป็นปีแล้ว โดยสี่คนแรก “คารม-ขวัญเลิศ-เอกภพ-พีรเดช“คือ 4 ส.ส.งูเห่า พรรคก้าวไกล ที่ไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทยนานแล้ว และที่ผ่านมา ก็ไม่ปฏิบัติตามมติพรรคก้าวไกลหลายครั้งโดยเฉพาะในการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจสองครั้งล่าสุด  

ขณะที่ “จิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ส.ส.กทม.”  ก็เช่นกัน ก็มีข่าวว่า ไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมการเมืองกับพรรคก้าวไกลมานาน และที่สำคัญพบว่าในการลงมติไม่ไว้วางใจรอบล่าสุด ก็”งดออกเสียง“ตอนลงมติ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ โดยเจ้าตัว ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “เป็นเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวกับนายศักดิ์สยาม  ไม่เกี่ยวกับการย้ายพรรคแต่อย่างใด และยืนยันว่า อนาคตคงไม่ได้ไปกับพรรคก้าวไกล เพราะมีทัศนคติหลายอย่างไม่ตรงกัน”

ท่ามกลางกระแสข่าวว่า จิรวัฒน์ เอง ก็ไม่ถูกกับ พิธา เช่นเดียวกัน “และที่ผ่านมาเขาก็มีความสัมพันธ์อันดีกับ วินท์ แต่ข่าวบอกว่า การย้ายพรรค ดูแล้ว น่าจะมีสองพรรคที่จะไปอยู่ด้วยคือ ไทยสร้างไทยของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์หรือไม่ก็ ภูมิใจไทย เว้นเสียแต่ หากมองว่าพรรคใหม่ของ วินท์ ไปได้ในทางการเมือง ก็อาจย้ายไปอยู่ด้วย แต่ก็ไม่น่าจะใช่ทางเลือกแรกๆ

เพราะในความเป็นจริงทางการเมือง ก็ต้องยอมรับกันว่า ชื่อชั้นของ “วินท์-รวมไทยยูไนเต็ด”ยังไม่ใช่นักการเมืองที่สังคมรู้จัก และที่ผ่านมาในการเป็นส.ส.มาสองปีกว่า บทบาทก็แทบไม่มีให้เห็น ทั้งบทบาทในห้องประชุมสภาฯ -บทบาทในกรรมาธิการฯหรือแม้แต่บทบาทในพรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกล เรียกได้ว่า เป็นนักการเมืองที่แทบไม่เคยมีชื่อปรากฏผ่านสื่อ คนไม่รู้จัก

แม้ก่อนหน้านี้อาจเป็นที่จับตามองบ้าง ก็ตอนช่วงที่พรรคก้าวไกลมีปัญหาการเมืองในพรรค แล้วมีข่าวว่า มีการตั้งกลุ่มการเมืองขึ้นกลุ่มหนึ่ง เป็นกลุ่มเล็กๆ มีส.ส.ประมาณสิบคน และส่วนใหญ่เป็นส.ส.ที่ไม่ค่อยถูกกับ พิธา หัวหน้าพรรคก้าวไกล โดยมีข่าวว่า ส.ส.กลุ่มดังกล่าว ที่ทั้งหมดเป็นส.ส.ชาย จะจับกลุ่มกันพบปะสังสรรค์ในโอกาสต่างๆ ซึ่งข่าวว่า หัวหน้ากลุ่มที่คอยดูแลการนัดพบกันทั้งหมด ก็คือ “วินท์-นักธุรกิจเหล็กรายใหญ่”นั่นเอง

โดยข่าวดังกล่าว ถือเป็นจุดกำเนิดแรก ๆของกระแสข่าวการเตรียมตั้งพรรคการเมืองของ วินท์ ที่จะรวบรวมคนในพรรคก้าวไกลที่ไม่เอาด้วยกับ พิธา และไม่เห็นด้วยกับการดำเนินงานทางการเมืองของ พรรคก้าวไกล ที่เอาพรรคไปผูกติดกับม็อบสามนิ้วมากเกินไป โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับ”สถาบันฯ “ที่ทำให้ พรรคก้าวไกล เดินไปได้ลำบากในทางการเมือง โดยเฉพาะการเมืองในสภาฯ เลยมีคนในพรรคคิดจะแยกตัวและตั้งพรรคใหม่   

เพียงแต่คำถามก็คือ การตั้งพรรคใหม่ดังกล่าวของ วินท์ ที่ข่าวว่า มีความสัมพันธ์อันดีกับคนหลายกลุ่มทั้งนักธุรกิจ นักการเมือง แวดวงไฮโซฯ รวมถึง กลุ่มการเมืองหลายกลุ่ม โดยเฉพาะพวกที่รุ่นราวคราวเดียวกัน แม้แต่กับแกนนำเพื่อไทย ก็มีข่าวว่า วินท์ ก็รู้จักหลายคน อาทิ “เจ๊แจ๋น พวงเพชร ชุนละเอียด แกนนำเพื่อไทย สายตระกูล ชินวัตร”ที่ตอนนี้มีบทบาทในพรรคเพื่อไทยอย่างมากโดยเฉพาะการดูแลส.ส.และค่าใช้จ่ายต่างๆ ในเพื่อไทย ก็มีข่าวว่า เสี่ยวินท์ สนิทกับเจ๊แจ๋นไม่ใช่น้อย ในฐานะเจ๊ใหญ่ ที่คอยให้คำแนะนำด้านการเมือง

แต่ทว่า เมื่อ เสี่ยวินท์ ลงมาทำการเมืองเองเต็มตัว หลายคน ก็ยังไม่เชื่อว่า พรรคนี้จะไปได้ไกล โดยเฉพาะหากไม่มีคนคอยหนุนหลังที่เชี่ยวกรากทางการเมืองคอยช่วยเหลือสนับสนุน

เพราะอย่างคนที่ร่วมเปิดตัว กลุ่มรวมไทยยูไนเต็ดด้วยกันเมื่อ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา“อภิรัต ศิรินาวิน อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ และอดีตหัวหน้าพรรคมหาชน” ชื่อชั้นทางการเมืองยังถือว่า โนเนม ไม่ใช่ระดับขุนพลการเมืองที่เปิดตัวมาแล้ว เรียกเสียงฮือฮา   ยิ่งเมื่อการเลือกตั้งรอบหน้า จะใช้บัตรสองใบ ที่เป็นระบบซึ่งไม่เอื้อให้กับพรรคการเมืองตั้งใหม่ แจ้งเกิดได้ง่ายๆ เพราะขนาด “พรรคลุงฉิ่ง ฉัตรชัย พรหมเลิศ อดีตปลัดมหาดไทย”ที่มีข่าวจะตั้งพรรค ถึงตอนนี้ ก็เริ่มเงียบแล้ว หลังมีข่าวว่า คนที่คบคิดตั้งพรรคกับลุงฉิ่ง ประเมินว่า ท่าจะไปไม่รอด แจ้งเกิดลำบาก

มันก็เลยเป็นงานหินของ เสี่ยวินท์ ที่ได้เป็นส.ส. เข้าสภาฯ เป็นครั้งแรกในชีวิตด้วยกระแส ธนาธร-อนาคตใหม่ ตอนเลือกตั้งปี 2562 แต่มาวันนี้ เมื่อคิดจะตั้งพรรคเอง ไม่ขออยู่ใต้เงาคนอื่น แวดวงการเมือง เลยดูจะมีข้อกังขา สำหรับเสี่ยวินท์  อดีตคนพรรคสีส้ม ไม่ใช่น้อยว่า จะไปได้สักกี่น้ำ?

……………………..

คอลัมน์ : ส่องป้อมค่ายการเมือง

โดย …..“พระจันทร์เสี้ยว”                                                         

spot_imgspot_img
- Advertisment -
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -

Featured

- Advertisment -
- Advertisment -
Advertismentspot_imgspot_img