วันจันทร์, สิงหาคม 15, 2022
หน้าแรกCOLUMNISTS“เด็ดหัว-สอยนั่งร้าน” ดาบนี้ เป้าหลักยังอยู่ที่ “3 ป.”
- Advertisment -spot_imgspot_img

“เด็ดหัว-สอยนั่งร้าน” ดาบนี้ เป้าหลักยังอยู่ที่ “3 ป.”

แม้รายชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกฝ่ายค้านซักฟอก-เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่ปรากฏออกมา ก่อนที่ฝ่ายค้านจะยื่นญัตติจริงในวันพุธนี้ 15 มิ.ย. ที่ฝ่ายค้านประกาศว่าใช้ชื่อยุทธการ “เด็ดหัว สอยนั่งร้าน” ที่ “เด็ดหัว” หมายถึง เด็ดหัวนายกรัฐมนตรี และ “นั่งร้าน” คือ รัฐมนตรีเป็นรายบุคคล

ซึ่งข่าวหลายกระแสรายงานตรงกันว่า รัฐมนตรีที่จะถูกซักฟอก มีด้วยกัน 10 คน อย่างไรก็ตาม ทั้งหมด ยังไม่ได้มีการเปิดเผยและยื่นญัตติอย่างเป็นทางการ

ดังนั้น หากญัตติซักฟอก ยังไม่ถูกยื่นถึง “ชวน หลีกภัย” ประธานสภาฯ ในวันที่ 15 มิ.ย.นี้ ในทางการเมือง มันก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข หรือมีการปรับเปลี่ยนได้ แต่ดูแล้ว ถึงช่วงสุดสัปดาห์ ชื่อที่ปรากฏออกมา ก็น่าจะนิ่งในระดับ 99 เปอร์เซนต์แล้ว เว้นแต่หากจะมีพลิกโผบ้าง บางรายชื่อในช่วงโค้งสุดท้าย

อันประกอบไปด้วย รายชื่อตามกระแสข่าวที่ออกมาเมื่อปลายสัปดาห์ที่แยกเป็นรัฐมนตรีจากแต่ละพรรคการเมืองร่วมรัฐบาล

พี่น้อง 3 ป.

คือ พรรคพลังประชารัฐ 6 คน ได้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี – พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย – สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน – ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ สันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง

จาก พรรคประชาธิปัตย์ 2 คน คือ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ และ เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์

และ พรรคภูมิใจไทย 2 คน ได้แก่ อนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข และ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม

ที่หากเป็นไปตามนี้ ก็เท่ากับ “3 ป.” ทั้ง “ป้อม-ป๊อก-ประยุทธ์” โดนฝ่ายค้าน จับขึ้นเขียงรอสับกลางสภาฯในศึกซักฟอก ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเร็วสุดก็ช่วงปลายเดือนนี้ และช้าสุดคงไม่เกินกลางเดือนก.ค.

ขณะเดียวกัน ก็จะพบว่า ฝ่ายค้านรอบนี้ล็อกเป้าจองกฐินซักฟอก ระดับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลเกือบหมด ทั้งสองหัวหน้าพรรค-เลขาธิการพรรคร่วมรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็น “พล.อ.ประวิตร” หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ – “สันติ” เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ – “อนุทิน” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย – “ศักดิ์สยาม” เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย – “จุรินทร์” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ “เฉลิมชัย” เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์

เมื่อฝ่ายค้านวางหมากไว้ให้ไล่ถล่มแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล แม้จะยังไม่รู้ว่า ลึกๆ แล้วฝ่ายค้านวางหมากในเรื่องนี้อย่างไร เป็นเรื่องแท็กติกการเมือง หรือเพราะข้อมูลในการอภิปรายไปถึงแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลจนมีน้ำหนักพอในการลากขึ้นเขียงทั้งหมดจริงๆ แต่หากรายชื่อรัฐมนตรีที่ถูกซักฟอก เป็นไปตามโผดังกล่าว สิ่งที่จะเกิดตามมาแน่นอน ก็คือ จะทำให้ “แกนนำสามพรรคร่วมรัฐบาล” ทั้ง “พลังประชารัฐ-ประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย” ต่างก็ต้องกอดคอแบบมาด้วยกันไปด้วยกัน โดยเฉพาะการเตรียมรับมือฝ่ายค้านร่วมกันในเรื่อง “เสียงโหวตไว้วางใจ” ที่แกนนำสามพรรคร่วมรัฐบาล ต้องกำชับส.ส.ของตัวเองให้โหวตไปในทางเดียวกันคือ “ไว้วางใจ” ชนิด “ห้ามแตกแถว”

เพราะหากมีรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งหรือหลายคน จากต่างพรรคการเมืองกัน ได้คะแนนไว้วางใจน้อยกว่าคนอื่น แบบห่างกันหลายคะแนน หรือมีส.ส.ในพรรค ไปโหวตสวนคือไปโหวตไม่ไว้วางใจหรืองดออกเสียง ที่ก็คือ “ไม่ยอมโหวตไว้วางใจให้รัฐมนตรีบางคน” โดยเฉพาะรัฐมนตรีต่างพรรค ถ้าหากออกมาเป็นแบบนี้ รับรองได้ว่า จะเกิดปัญหาภายในพรรคร่วมรัฐบาลตามมาทันที

อย่างไรก็ตาม การเตรียมรับมือดังกล่าวของพรรคร่วมรัฐบาลและรัฐมนตรีที่ถูกฝ่ายค้านยื่นซักฟอก จะออกมาอย่างจริงจังมากขึ้น ก็หลังวันพุธที่ 15 มิ.ย.นี้ ที่จะได้รู้กันอย่างเป็นทางการว่า รอบนี้ ใครบ้างโดนซักฟอก จะมีพลิกโผบ้างในบางรายชื่อหรือไม่ ประเภทมีรัฐมนตรีบางคนในสิบรายชื่อข้างต้น หลุดหายไปหรือมีรัฐมนตรีที่ไม่เคยปรากฏชื่อมาก่อน ติดโผเข้ามา ซึ่งพอฝ่ายค้านยื่นญัตติแล้ว ถึงตอนนั้น การเตรียมรับมือของรัฐบาลก็คงออกมาทันที

โดยเฉพาะการตั้งทีมงานคอยเตรียมข้อมูล เพื่อชี้แจงและหักล้างข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านโดยเฉพาะการตั้งวอร์รูมในตึกสำนักงานรัฐมนตรีเพื่อเตรียมการเรื่องนี้เป็นการเฉพาะ ส่วนเรื่องเสียงโหวตไว้วางใจนั้น ก็คาดว่า พอถึงช่วงใกล้ๆ ระเบิดศึกซักฟอก วิปรัฐบาลก็คงหารือและแจ้งเป็นการภายในไปยังพรรคร่วมรัฐบาล ว่าขอให้โหวตไปในทางเดียวกันคือ ไว้วางใจทั้งหมด เพื่อแสดงความเป็นปึกแผ่นของพรรคร่วมรัฐบาล

และสิ่งที่ วิปรัฐบาลและแกนนำพรรครัฐบาล โดยเฉพาะพลังประชารัฐ คงต้องออกแรงมากเป็นพิเศษในรอบนี้ก็คือ การไปพูดคุย-เจรจา-ล็อบบี้ บรรดาส.ส.พรรคขนาดเล็กที่อยู่ในฝ่ายรัฐบาล เพื่อขอให้ออกเสียงไว้วางใจรัฐมนตรีที่ถูกซักฟอกทุกคน โดยเฉพาะ “พล.อ.ประยุทธ์” ที่คาดว่าถึงตอนช่วงระเบิดศึกซักฟอก กระแสข่าว “ล้มประยุทธ์กลางสภา” จะกลับมาดังกระหึ่มในทางเมืองอีกรอบแน่นอน

แต่จะถึงขั้น ต้อง “แจกกล้วย” กันหรือไม่ ของแบบนี้ ถ้าฝ่ายรัฐมนตรีหรือแม้แต่นายกรัฐมนตรี ที่ถูกยื่นซักฟอก ไม่วางใจ กลัวว่าตัวเองจะได้เสียงไว้วางใจน้อย จนได้อันดับท้ายๆ ก็อาจจำเป็นต้องมีอะไร พิเศษ ๆ ออกมาบ้าง เพื่อซื้อใจส.ส.โดยเฉพาะส.ส.พรรคเล็ก ที่ก็อาจไม่จำเป็นต้องแจกกล้วยก็ได้ แต่มีสัญญาใจอะไรให้กันบางอย่างหลังจบศึกซักฟอก ซึ่งของแบบนี้นักการเมืองเขารู้กันดี โดยหากสุดท้าย การพูดคุยทุกอย่าง เป็นไปได้ด้วยดี มั่นใจว่าจะไม่มีการหักหลังกัน มันก็น่าจะทำให้ รัฐมนตรีที่ถูกยื่นซักฟอก น่าจะมั่นใจ ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังว่าจะได้เสียงไว้วางใจไม่ถึงกึ่งหนึ่ง จนเดินเข้าสู่ห้องประชุมสภาฯ ไป “ปะ-ฉะ-ดะ” กับฝ่ายค้าน ได้แบบ “ตาต่อตา-ฟันต่อฟัน”

ส่วนประเด็น-ข้อมูลที่ฝ่ายค้านจะใช้ถล่ม “พล.อ.ประยุทธ์” และรัฐมนตรีที่ถูกซักฟอก ก็พบว่า จนถึงขณะนี้ บางรายชื่อ ก็น่าจะพอคาดเดาได้เช่น “สันติ-รมช.คลัง” เรื่องหลักคงไม่พ้นกรณีการประมูลโครงการวางระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก หรือ “อีอีซี” ของกรมธนารักษ์ หรือ “ชัยวุฒิ-รมว.ดีอีเอส” ที่ข่าวว่าอาจจะเป็นเรื่องการบริหารงานภายในกระทรวงดิจิตอลฯ ที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณบางอย่าง

ส่วน “พล.อ.ประยุทธ์” ก็น่าจะโดนฝ่ายค้านอภิปรายแบบภาพรวมๆ ในหลายประเด็นโดยเน้นไปที่การเป็นผู้นำประเทศที่บริหารงานผิดพลาดบกพร่องในด้านต่างๆ

ขณะที่ “พล.อ.อนุพงษ์-มท.1” ที่ก็ยังไม่ชัดว่า ฝ่ายค้านจะอภิปรายประเด็นอะไร แต่บางกระแสก็บอกว่าอาจจะมีเรื่องของความพยายามเร่งรัดให้มีการต่อสัญญาโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ปนๆ เข้ามาด้วยบางส่วน

แต่ดูแล้วรอบบี้ หากโผไม่พลิก คือมีชื่อของ “พล.อ.ประวิตร” โดนอภิปรายด้วย ก็เท่ากับ “3 ป.” โดนจับลากขึ้นเขียงพร้อมกันหมด 

โดยพล.อ.ประวิตร มีข่าวบางกระแสบอกว่า หนึ่งในประเด็นที่พล.อ.ประวิตร จะถูกฝ่ายค้านซักฟอก ก็คือเรื่อง “การแก้ปัญหาการค้ามนุษย์” โดยเฉพาะน่าจะมีการหยิบยกกรณี ปัญหาที่เกิดขึ้นกับ “พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์” อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 และอดีตหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีค้ามนุษย์ ที่ก่อนหน้านี้ “รังสิมันต์ โรม” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้นำไปอภิปรายไว้ ในช่วงการเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติเมื่อไม่นานมานี้ เพื่อนำมาอภิปรายกระทบไปถึงพลเอกประวิตร และโยงไปถึงพล.อ.ประยุทธ์ด้วย เพื่ออภิปรายแบบมัดรวม “3 ป.” ไว้ด้วยกันกลางสภาฯ

ที่ข่าวว่า รอบนี้ฝ่ายค้าน ทั้ง “เพื่อไทย-ก้าวไกล-เสรีรวมไทย-ประชาชาติ-เพื่อชาติ” ตั้งเป้าต้อง “ทุบ 3 ป.” ให้น่วม ทำให้ “3 ป.เสียเครดิต” จนอ่อนแรงทางการเมืองกลางสภาให้มากที่สุด

แต่ถึงเวลาขึ้นชก ทำศึกซักฟอก กลางสภาฯ ฝ่ายค้านจะทำได้หรือไม่ ประชาชนคงต้องรอดู ว่าฝ่ายค้านจะมีหมัดเด็ดอะไรหรือไม่ หรือแค่เอาข่าวมาตัดแปะ แล้วพูดขยายความ ไม่มีหมัดน็อคเหมือนที่เป็นมาก่อนหน้านี้ตลอดร่วมสามปี ที่พอถึงช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านชุดนี้ ครั้งใด ฝ่ายค้านก็มักจะโหมโรงให้ตื่นเต้นตลอดว่า “ฝ่ายค้านข้อมูลแน่นหนา น็อคนายกฯได้-รัฐบาลตายแน่-นายกฯไปไม่กลับ หลับไม่ตื่น ฟื้นไม่มี หากเจอข้อมูลของฝ่ายค้านแฉกลางสภาฯ”

ทว่าก็อย่างที่เห็นกัน สามปีกว่าที่ผ่านมา ที่ฝ่ายค้านชุดนี้อภิปรายไม่ไว้วางใจหลายรอบ ก็ยังไม่สามารถน็อครัฐบาลได้เสียที ยิ่งศึกซักฟอกรอบที่จะถึงนี้ จะเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งสุดท้าย หากฝ่ายค้านเทหมดหน้าตักแล้ว ยังทำอะไรพล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ จนหากนายกฯผ่านศึกนี้ไปได้ ก็มีหวังอยู่ยาว อาจอยู่ครบเทอมสี่ปีเลยก็ได้

ทำให้ ศึกนี้ฝ่ายค้านต้องทุ่มเต็มที่ คือแม้เผด็จศึก ล้มพล.อ.ประยุทธ์และรัฐบาลไม่ได้ แต่อย่างน้อย ฝ่ายค้านต้องทำให้พล.อ.ประยุทธ์และรัฐบาล เกิดอาการเก้าอี้สะเทือนเล็กๆ ให้ได้

……………………………………

คอลัมน์ : ส่องป้อมค่ายการเมือง

โดย “พระจันทร์เสี้ยว”

spot_imgspot_img
- Advertisment -
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -

Featured

- Advertisment -
- Advertisment -
Advertismentspot_imgspot_img