วันจันทร์, สิงหาคม 15, 2022
หน้าแรกCOLUMNISTSดีลยืมมือ“เพื่อไทย”สอยนั่งร้าน ยกนี้“ใครได้-ใครเสีย”
- Advertisment -spot_imgspot_img

ดีลยืมมือ“เพื่อไทย”สอยนั่งร้าน ยกนี้“ใครได้-ใครเสีย”

ระหว่างที่กำลังรอให้วิปรัฐบาล-วิปฝ่ายค้าน หารือกำหนดวันประชุมสภาฯเพื่อเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่าจะเป็นช่วงใดและจะให้สี่วันคือ 18-21 ก.ค. ตามที่ฝ่ายค้านต้องการหรือไม่

ก็ปรากฏว่าเกิดสถานการณ์แทรกซ้อนขึ้นเมื่อ “สุชาติ ชมกลิ่น” รมว.แรงงาน-รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ หนึ่งในรัฐมนตรีที่ถูกฝ่ายค้านยื่นซักฟอกด้วย ได้ออกมาโวยว่า ญัตติดังกล่าวเป็น “ญัตติเถื่อน” เหตุเพราะได้ข้อมูลจากเพื่อนส.ส.ฝ่ายค้านว่า ตอนที่ลงชื่อในญัตติดังกล่าว เห็นรายชื่อคนที่ถูกยื่นอภิปรายแค่ นายกรัฐมนตรี กับ 9 รัฐมนตรีเท่านั้น ไม่ใช่…นายกฯกับ 10 รัฐมนตรี เลยเซ็นชื่อไปในญัตติ แต่ตอน “นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว” ผู้นำฝ่ายค้านฯนำญัตติไปยื่นต่อ “ชวน หลีกภัย” ประธานสภาฯ และนำญัตติแจกจ่ายให้สื่อมวลชน กลับมีรัฐมนตรีถูกอภิปราย 10 คน โดยมีชื่อของตนหลุดเข้ามาเป็นชื่อสุดท้าย ก่อนยื่นต่อประธานสภาฯแบบเส้นยาแดงผ่าแปด

“สุชาติ” จึงชี้ว่า แบบนี้เท่ากับส.ส.ฝ่ายค้าน ไปลงชื่อในญัตติเพราะคิดว่า มีเก้ารัฐมนตรีโดนซักฟอก เหมือนกับว่าส.ส.ฝ่ายค้านไม่รู้มาก่อนว่า จะอภิปรายนายกฯบวก 10 รัฐมนตรี รวมเป็น 11 คน แบบนี้ เท่ากับว่า ส.ส.ฝ่ายค้านถูกหลอกหรือไม่ จึงอยากให้ประธานสภาฯตรวจสอบว่าเรื่องดังกล่าว ถือว่าถูกต้องหรือไม่ เข้าข่ายญัตติเถื่อน ต้องถอนออกไปแล้ว กลับมายื่นใหม่หรือไม่

เรื่องนี้้ต้องดูกันว่า “ชวน-ประธานสภาฯ” จะว่าอย่างไร จะมีการเรียกผู้นำฝ่ายค้านฯ-หัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้าน มาสอบถามทุกพรรคหรือไม่ หรือจะปล่อยผ่าน

เคสที่เกิดขึ้น ถือเป็นกรณีที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก ที่รัฐมนตรีโวยว่า ญัตติซักฟอกของฝ่ายค้านเป็นญัตติเถื่อน และที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ก็เป็นที่รู้กันว่า ส.ส.ฝ่ายค้านจำนวนมากหลายยุคหลายสมัย โดยเฉพาะพวกที่ไม่ได้เป็นตัวอภิปราย ไม่ค่อยมีบทบาทในสภาฯ เวลาหัวหน้าพรรคบอกให้เซ็นชื่อในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็แทบจะเซ็นชื่อโดยไม่ถาม ไม่ดูรายชื่อรัฐมนตรี ไม่อ่านญัตติซักฟอกเสียด้วยซ้ำ เรียกได้ว่า “เซ็นๆ กันไปอย่างนั้น”

ดังนั้น หากสภาฯจะมีการตรวจสอบเรื่องนี้จริง ก็อาจถือเป็นเคสแรกๆ ซึ่งถ้าตรวจสอบแล้วส.ส.ฝ่ายค้าน ไม่มีใครพูดอะไร ไม่ออกมาบอกตามที่ “สุชาติ ชมกลิ่น” โวยวาย ว่าตอนลงชื่อมีแค่ 10 ชื่อ ไม่ใช่ 11 ชื่อ เรื่องก็คงยุติลงโดยเร็ว

เว้นเสียแต่ “สุชาติ” จะไปเอาตัวส.ส.ฝ่ายค้านที่ให้ข้อมูล จนนำเรื่องไปร้องเรียนต่อประธานสภาฯ ก็ต้องไปเอาส.ส.ฝ่ายค้านคนดังกล่าว ออกมาเปิดเผยต่อสื่อ ที่หากทำได้ ก็ต้องดูว่า แล้วประธานสภาฯจะว่าอย่างไร จะทำให้ กระบวนการซักฟอก ต้องกลับไปนับหนึ่งใหม่หรือไม่ แต่หากประธานสภาฯไม่ติดใจอะไร และส.ส.ฝ่ายค้านไม่มีใครออกมาพูดเรื่องนี้ สิ่งที่ “สุชาติ” โวยวายไว้ ว่าเป็นญัตติเถื่อน ก็น่าจะจบลงโดยเร็ว และเตรียมรอให้ฝ่ายรัฐบาล-วิปรัฐบาล-วิปฝ่ายค้าน ไปหารือกำหนดวันซักฟอกต่อไป

อย่างไรก็ตาม จับอาการ “เสี่ยเฮ้ง-สุชาติ ชมกลิ่น” รมว.แรงงาน ครั้งนี้ดูแล้ว เชื่อได้ว่า เจ้าตัวคงได้ข้อมูลมาว่า สาเหตุที่มีชื่อติดโผโดนซักฟอก ทั้งที่เจ้าตัวมั่นใจว่าเป็นคนมีผลงาน ไม่มีเรื่องทุจริต น่าจะเป็นเพราะมี “ใครบางคนต้องการสางแค้นการเมือง” กับตนเอง ซึ่งคนดังกล่าว วิเคราะห์ว่า “สุชาติ” คงคิดว่าน่าจะเป็น “คู่แค้นเก่า” ที่เคยอยู่กับพลังประชารัฐมาด้วยกัน ที่ยังมีหนี้แค้นการเมืองติดบัญชีไว้อยู่ เพราะเคยงัดข้อกันมาอย่างหนักตอนอยู่ด้วยกันที่พลังประชารัฐ ก่อนที่สุดท้าย ฝ่ายตรงข้าม “สุชาติ” จะต้องระเห็จออกจากพลังประชารัฐ ไปแบบช้ำๆ แบบรอวันเอาคืน “สุชาติ” อยู่

ดังนั้น พอมาถึงช่วงศึกซักฟอก เลยหวังจะให้ฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย ใช้ศึกซักฟอกทวงหนี้แค้นนี้คืนให้ โดยแลกเปลี่ยนกับอะไรบางอย่างในทางการเมือง ทั้งตอนศึกซักฟอกและข้อตกลงทางการเมืองในอนาคต ซึ่งแวดวงการเมือง ก็พอจะเดาออกว่า

ใครที่มีบัญชีแค้นกับ “สุชาติ” และยังมีดีลสัมพันธ์อันดีกับพรรคเพื่อไทย?

โดยเรื่องนี้ ดูได้จากตอนที่หลังฝ่ายค้านยื่นญัตติซักฟอกในช่วงบ่ายวันพุธที่ 15 มิ.ย. ตัว “สุชาติ” ที่อยู่ที่สกลนครในวันดังกล่าว ก็ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีชื่อติดโผซักฟอกว่า ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่มีรายชื่ออยู่ในโผว่า…

“คงอาจจะมีคนคิดถึงผมมั่ง แต่ไม่เป็นไร ตอบได้ทุกเรื่องอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้ไม่มีชื่อผม มีการเพิ่มญัตติมาคนสุดท้าย ก็อาจจะมีคนที่มีอิทธิพลที่อยู่นอกพรรคฝ่ายค้านก็ได้ แต่ผมไม่อยากกล่าวหาใคร แต่ไม่เป็นไร เรารู้หมดแล้วว่าใครทำ เรื่องนี้ไม่ยาก เพราะว่าสุดท้ายเจอกันในสภา ส่วนในพรรคพลังประชารัฐก็ต้องมีการเตรียมความพร้อมในเรื่องนี้อย่างแน่นอน”

คาดหมายว่า จุดที่ “สุชาติ” คงเป็นห่วงในศึกซักฟอก ไม่น่าจะใช่ประเด็นเนื้อหาที่ฝ่ายค้านจะอภิปราย แต่น่าจะเป็นเรื่อง “เสียงโหวต” ในสภาฯมากกว่า เพราะหากคู่ปรับการเมือง “คน-กลุ่มดังกล่าว” สั่งให้ลูกทีมงดออกเสียง หรือถึงขั้นโหวตไม่ไว้วางใจไปเลย ก็จะทำให้ “สุชาติ” อาจจะได้เสียงไว้วางใจน้อยที่สุด หรือได้เสียงไม่ไว้วางใจมากที่สุดในบรรดารัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ที่หากเป็นแบบนี้ ย่อมไม่เป็นผลดีกับ “สุชาติ” แน่นอน เพราะก่อนหน้านี้ตอน “สุชาติ” โดนซักฟอก ก็เป็นรัฐมนตรีที่ได้คะแนนไว้วางใจน้อยที่สุด มาอันดับสุดท้าย หากรอบนี้ยังเป็นแบบนั้นอีก คงดูไม่ดี

แม้ระยะหลังจะพบว่า “สุชาติ” มีสายสัมพันธ์อันดี กับพวกส.ส.พรรคเล็กที่มีประมาณ 16-17 เสียง ที่หาก “สุชาติ” ผูกสัญญาใจกับพรรคเล็กได้ ก็อาจทำให้ส.ส.พรรคเล็ก แท็กทีมโหวตช่วย “สุชาติ” ได้ แต่หากว่าเกิดกรณีเช่น 16 เสียงของพรรคเศรษฐกิจไทย ของ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” งดออกเสียงไว้วางใจ หรือถึงขั้นโหวตไม่ไว้วางใจ “สุชาติ” แบบนี้ ก็จะทำให้คะแนนของ “สุชาติ” แตกต่างจากรัฐมนตรีคนอื่นสูงพอสมควร

FB:ธรรมนัส พรหมเผ่า

ขณะเดียวกัน มีเสียงพูดกันมากขึ้นว่า ยุทธการศึกซักฟอก “เด็ดหัว สอยนั่งร้าน” โดยบรรดารัฐมนตรีในรัฐบาลที่ฝ่ายค้านเรียกว่า “พวกนั่งร้าน” นอกจากให้จับตาที่ “สุชาติ” จะถูก “ใครบางคน” เอาคืนในช่วงศึกซักฟอกแล้ว ก็ยังมี 2 รัฐมนตรีพลังประชารัฐที่ถูกยื่นซักฟอกด้วย  คือ “ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์” รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและ “สันติ พร้อมพัฒน์” รมช.การคลังและเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ที่ต้องจับตากันให้ดี เพราะทั้ง 2 คนก็อาจถูกเกมเอาคืนแบบที่ “สุชาติ” เจอ คืออาจมีใครบางคน เดินสาย ล็อบบี้ส.ส.พรรคเล็ก รวมถึงสั่งให้ส.ส.ในทีมของตัวเอง งดออกเสียงหรือไม่ก็โหวตไม่ไว้วางใจ ทั้ง “ชัยวุฒิ” และ “สันติ” เพื่อทำให้ได้คะแนนเสียงไว้วางใจน้อยหรือไม่ก็ได้เสียงไม่ไว้วางใจสูงไปเลย เพื่อดิสเดรดิตการเมือง “สันติ” และ “ชัยวุฒิ” เช่นเดียวกับที่จะทำกับ “สุชาติ ชมกลิ่น”

ตามแผน “สางบัญชีแค้นเก่า” ของใครบางคน ที่เคยงัดกับ “สันติ-ชัยวุฒิ-สุชาติ” มาก่อน โดยสิ่งที่ “บุคคลดังกล่าว” จะได้ นอกจากเป็นการเอาคืนสางบัญชีแค้นแล้ว ก็ยังเป็นการทำให้รัฐมนตรีในรัฐบาลถูกดิสเครดิต ว่าได้รับเสียงไว้วางใจน้อย โดยอาจมีข้อแลกเปลี่ยนกับ “เพื่อไทย” คือจะให้ส.ส.ของตัวเอง โหวตไปในทางที่ทำให้รัฐมนตรีที่โดนซักฟอก เสียเครดิตกลางสภาฯ ที่จะไปเข้าทางฝ่ายค้าน รวมถึงสัญญาใจในเรื่องการเลือกตั้งรอบหน้า พร้อมจะเป็นพันธมิตรในการจัดตั้งรัฐบาลร่วมกัน เพราะยังไง ถึงต่อให้ “เพื่อไทย” บอกว่าจะชนะแลนด์สไลด์ แต่ในความเป็นจริง มันก็ยากที่จะได้เกิน 250 เสียง ถ้ากระแสไม่ฟีเวอร์จริง จึงจำเป็นต้องมีพรรคการเมืองอื่นมาร่วมจัดตั้งรัฐบาลแข่งกับ “พลังประชารัฐ”

ดีลนี้ “เพื่อไทย” จึงมีแต่ “ได้กับได้” แม้อาจจะหละหลวมไปบ้าง จนเปิดช่องให้ “สุชาติ” ออกมาปูดเรื่อง “ญัตติเถื่อน”

ส่วนแผนนี้ จะถึงขั้นคิดไปไกล ล้มประยุทธ์กลางสภาฯแบบที่เคยคิดจะทำตอนศึกซักฟอกรอบล่าสุด เมื่อกันยายนปีที่แล้ว ในช่วงศึกซักฟอกรอบนี้ ไปเลยหรือไม่ ไม่ใช่แค่เอาคืน “สุชาติ-สันติ-ชัยวุฒิ” ข่าวบอกว่า มีการเช็คเสียงและประเมินสถานการณ์กันแล้ว น่าจะล้มประยุทธ์ยาก ยังไง…ตอนนี้เอาแค่พวก “สุชาติ-สันติ-ชัยวุฒิ” ให้ได้ก่อน

แต่ถ้าถึงตอนใกล้ศึกซักฟอก สถานการณ์เปลี่ยน ขุมกำลังและคะแนนนิยมนายกฯดำดิ่ง ไม่แน่ เป้าหมาย อาจไปไกลกว่านั้นก็ได้!

……………………………………….

คอลัมน์ : ส่องป้อมค่ายการเมือง

โดย “พระจันทร์เสี้ยว”

spot_imgspot_img
- Advertisment -
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -

Featured

- Advertisment -
- Advertisment -
Advertismentspot_imgspot_img