วันอังคาร, ตุลาคม 4, 2022
หน้าแรกCOLUMNISTS“รัฐบาลบิ๊กตู่”พระศุกร์เข้า-พระเสาร์แทรก “2 รมช.”อาการหนัก...ตาม“นายกฯลุงตู่”
- Advertisment -spot_imgspot_img

“รัฐบาลบิ๊กตู่”พระศุกร์เข้า-พระเสาร์แทรก “2 รมช.”อาการหนัก…ตาม“นายกฯลุงตู่”

ขณะนี้คนไทยทั้งประเทศกำลังลุ้นกันสุดตัวว่า สุดท้าย “บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี จะ “รอด” หรือ “ร่วง” จากผลคำวินิจฉัยคดีแปดปีนายกฯ ที่คาดกันว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะนัดประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเพื่อลงมติและอ่านคำวินิจฉัยกลางภายในไม่เกินเดือนก.ย.นี้

โดยหากพล.อ.ประยุทธ์ “รอด” คือเสียงส่วนใหญ่ใน 9 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เห็นว่าการนับจำนวนปีการเป็นนายกฯของพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ใช่นับจากตอนเป็นนายกฯครั้งแรกเมื่อ 24 ส.ค.2557 แต่ต้องนับหลังจากประกาศใช้รัฐธรรมนูญเมื่อเม.ย.2560 หรือหลังเข้ารับตำแหน่งนายกฯรอบสองเมื่อ 9 มิ.ย.2562

หากผลออกมาแบบนี้ พล.อ.ประยุทธ์ก็คัมแบ็กกลับมาเป็นนายกฯอย่างเป็นทางการได้อีกครั้ง!!!

แต่หากเสียงส่วนใหญ่เห็นว่า ให้นับจากตอนเป็นนายกฯเมื่อปี 2557 ก็ทำให้พล.อ.ประยุทธ์หลุดจากเก้าอี้นายกฯทันที

ระหว่างนี้ อยู่ในช่วงที่ทีมกฎหมายของพล.อ.ประยุทธ์กำลังระดมเขียนคำชี้แจง-ข้อโต้แย้ง ในประเด็นข้อกฎหมายเพื่อสู้คดีว่า พล.อ.ประยุทธ์ยังเป็นนายกฯต่อไปได้ ที่จะต้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญภายในไม่เกินสิบห้าวัน หลังเอกสารส่งไปที่ตัวพล.อ.ประยุทธ์ ที่คาดว่าน่าจะส่งไปแล้ว

ทำให้เป็นไปได้ว่า ช้าสุด พล.อ.ประยุทธ์ คงส่งเอกสารคำชี้แจงไปถึงศาลรธน.ภายในไม่เกินสัปดาห์ถัดไปต่อจากนี้ แต่หากเร็วสุด ก็อาจไม่เกินสัปดาห์หน้านี้ก็ได้ ซึ่งหากพล.อ.ประยุทธ์ส่งเอกสารถึงศาลเร็ว ก็จะทำให้การนัดตัดสินคดี ของศาลรธน. จะเร็วตามไปด้วย

เว้นแต่ ศาลรธน.จะเห็นว่า อาจต้องขอคำชี้แจงจาก “พยานผู้เชี่ยวชาญ” หรือผู้เกี่ยวข้องในคดี เช่น อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญอย่าง “มีชัย ฤชุพันธุ์” อดีตประธานกรธ. เพื่อต้องการความชัดเจนให้มากขึ้นว่า กรธ.มี “เจตนารมณ์-ความมุ่งหมาย” ในการร่างมาตรา 158 ตามรัฐธรรมนูญ เรื่องไม่ให้เป็นนายกฯเกินแปดปี ดังกล่าว ทาง กรธ. ต้องการให้นับย้อนหลังไปถึงก่อนประกาศใช้รธน.เมื่อเม.ย.2560 หรือไม่

โดยหากศาลรธน.ต้องการเช่นนั้น อาจทำให้กระบวนการไต่สวน วินิจฉัยคดี อาจขยับออกไปอีกประมาณ 10-14 วัน เพื่อให้พยานผู้เชี่ยวชาญอย่าง “อดีตกรธ.” ได้ส่งเอกสารมาที่ศาลรธน.

ซึ่งหากเป็นแบบนี้ ก็เป็นไปได้ที่ ศาลรธน.อาจนัดตัดสินคดีช่วงต้นเดือนต.ค. แต่ก็คาดว่า ทางศาลรธน.ก็รู้ดีว่า คดีนี้ หากตัดสินล่าช้า อาจไม่เป็นผลดีต่อการบริหารประเทศ ทำให้ตุลาการศาลรธน.ทั้งหมด คงเร่งการพิจารณาให้เร็วขึ้น

จึงคาดหมายได้ว่า ไม่เกินเดือนก.ย.นี้ ก็น่าจะรู้กันแล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์ “รอดหรือร่วง”

อย่างไรก็ตาม ระหว่างนี้ “การเมือง” ก็มาเกิดสถานการณ์แทรกซ้อนขึ้น ที่เกี่ยวข้องกับคณะรัฐมนตรี-รัฐบาลโดยตรง

เพราะปรากฏว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 26 ส.ค.ที่ผ่านมา ทางศาลฎีกาฯได้มีคำสั่งให้ “กนกวรรณ วิลาวัลย์” รมช.ศึกษาธิการ จากพรรคภูมิใจไทย หยุดพักการปฏิบัติหน้าที่การเป็นรัฐมนตรี

หลังวันเดียวกันนี้ คณะกรรมการป.ป.ช.ได้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา ให้ไต่สวน “กนกวรรณ” กรณีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ในคดีออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ ที่จังหวัดปราจีนบุรี เนื้อที่ 30-2-80.5 ไร่ ที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และแนวเขตป่าไม้ถาวรป่าเขาใหญ่

ปรากฏว่า ศาลฎีกาได้รับคำร้องไว้ไต่สวนและให้นางกนกวรรณ หยุดปฏิบัติหน้าที่ ในคำร้องคดีนี้พร้อมกับนัดไต่สวนคดีนัดแรก 5 ต.ค.นี้

ผลเลยทำให้ ครม.ตอนนี้ มีทั้ง “นายกฯ” และ “รมช.ศึกษาธิการ” ถูกหยุดพักปฏิบัติหน้าที่ไปแล้วสองคน ในเวลาไล่เลี่ยกัน

ที่ดูแล้วเส้นทางคดีของ “กนกวรรณ” ยังไงเร็วสุดก็ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 6-8 เดือน ที่ก็คือกว่าคดีจะยุติ คาดว่าคงไปถึงปีหน้า 2566 เผลอๆ อาจเกินมี.ค.2566 ที่อายุสภาฯครบสี่ปี ต้องมีการเลือกตั้งพอดี

เมื่อเป็นแบบนี้ แกนนำภูมิใจไทยอาจไม่ปล่อยให้โควต้ารัฐมนตรีของพรรค เสียไปเปล่าๆ ทาง “อนุทิน ชาญวีรกูล-ศักดิ์สยาม ชิดชอบ-เนวิน ชิดชอบ” ก็อาจเสนอให้มีการ “ปรับคณะรัฐมนตรี” ในโควต้าพรรค โดยหาคนมาเป็นรมต.แทน “กนกวรรณ” ไปก่อนก็เป็นได้ เพราะคนในพรรคภูมิใจไทย มีหลายคนหวังจะได้เป็นรัฐมนตรีในช่วงปลายรัฐบาล

อีกทั้งต้องไม่ลืมว่า 14 ก.ย.นี้ ศาลรัฐธรรมนูญได้นัดอ่านคำวินิจฉัยคำร้องคดี “นิพนธ์ บุญญามณี” รมช.มหาดไทย (มท.2) ในคำร้องที่ส.ส.ฝ่ายค้าน นำโดยพรรคก้าวไกล ยื่นให้วินิจฉัยเรื่องความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงหรือไม่

จากกรณี “นิพนธ์” ถูกสั่งให้พ้นจากตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ตามคำสั่งกระทรวงมหาดไทย สมัยเป็นนายกฯอบจ.สงขลา ฝ่ายค้านจึงยื่นให้ตีความว่า อาจทำให้ความเป็นรัฐมนตสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ

ซึ่งหลังศาลรัฐธรรมนูญใช้เวลาพิจารณานานพอสมควร สุดท้ายจึงกำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติ และอ่านคำวินิจฉัย พุธที่ 14 ก.ย.นี้

หากสมมติว่า “นิพนธ์” เกิดต้องพ้นจากตำแหน่งขึ้นมา โดยที่ “กนกวรรณ” ก็โดนหยุดพักปฏิบัติหน้าที่ อีกทั้งปัจจุบัน โควต้ารัฐมนตรี ก็ว่างอยู่สองตำแหน่ง

เท่ากับว่า จะมีโควต้ารัฐมนตรีว่าง 4 เก้าอี้ และทั้งหมดเกิดขึ้นในช่วงเดือนก.ย.ที่คาดว่าจะรู้ผลคำตัดสินคดีพล.อ.ประยุทธ์พอดี แต่หาก “นิพนธ์” รอด ไม่หลุดจากตำแหน่งรมช.มหาดไทย ก็เท่ากับ ครม.ว่างอยู่ 3 ตำแหน่ง

ดังนั้น ถ้าถึงช่วงปลายเดือนก.ย. หาก “พล.อ.ประยุทธ์” รอด ไม่หลุดจากเก้าอี้นายกฯ ก็อาจทำให้อาจนำไปสู่การ “ปรับคณะรัฐมนตรี” ได้

ยิ่งหากครม.มีโควต้ารัฐมนตรีรวมกันหมดแล้วพบว่า ว่าง 4 ตำแหน่ง เชื่อว่าทั้งฝ่าย “ภูมิใจไทย” และ “ประชาธิปัตย์” คงไม่รอช้า ยังไงน่าจะขอให้พล.อ.ประยุทธ์ (ที่หากกลับมาเป็นนายกฯเต็มตัวอีกครั้ง) ดำเนินการปรับครม. เพื่อใช้โควตาให้เต็มที่

แต่หากเกิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ “ไม่รอด” ต้องหลุดจากตำแหน่งนายกฯ คราวนี้ก็ต้องดูกันแล้วว่า ตามที่ “วิษณุ เครืองาม” รองนายกฯเคยบอก “นายกฯรักษาการ” มีอำนาจในการยุบสภาฯ และปรับคณะรัฐมนตรีได้ และเคยบอกไว้ด้วยว่า แม้หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พล.อ.ประยุทธ์ พ้นจากตำแหน่ง แต่พล.อ.ประยุทธ์ ก็ยังกลับมาเป็นนายกฯรักษาการได้ ที่ก็ยังมีอำนาจในการยุบสภาฯ หรือจะไม่ยุบสภาฯ ก็รักษาการไปเรื่อยๆ จนกว่าที่ประชุมร่วมรัฐสภา จะโหวตเลือก “นายกฯคนใหม่” ที่มาได้ด้วย ทั้งจากนายกฯในบัญชีและนายกฯนอกบัญชี หรือนายกฯคนนอก เพื่อมาเป็นนายกฯในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ของสภาฯ ที่จะหมดเดือนมี.ค.2566 และเป็นนายกฯไปจนถึงช่วงเลือกตั้งเพื่อรอการเข้ามาของรัฐบาลชุดใหม่

หากเป็นแบบนี้คือ พล.อ.ประยุทธ์ไม่รอด แม้กลับมาเป็นนายกฯรักษาการ ยังไงดูแล้ว ก็ไม่น่าจะมีการปรับครม. แน่นอน

เรียกได้ว่า สถานการณ์ของรัฐบาลเวลานี้ ที่หัวหน้ารัฐบาล “พล.อ.ประยุทธ์” หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ แต่ยังเป็นรมว.กลาโหมอยู่ และตามมาด้วย “กนกวรรณ” ถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่รมช.ศึกษาธิการ ในเวลาไล่เลี่ยกัน ส่วน “นิพนธ์” ก็ต้องลุ้นหืดจับ 14 ก.ย.ที่จะถึง ที่ยังคาดเดาได้ยากว่าจะออกหน้าไหน

มันจึงเป็นช่วง “พระศุกร์เข้า-พระเสาร์แทรก” สำหรับ “บิ๊กตู่” และ “รัฐบาล” ที่สถานการณ์ไม่ค่อยเป็นใจ เท่าใดนัก

กระนั้นหาก “พล.อ.ประยุทธ์” กลับมาเป็นผู้ชนะในคดีแปดปีที่ศาลรัฐธรรมนูญได้ เท่ากับพล.อ.ประยุทธ์ ฝ่ามรสุมลูกใหญ่ทางการเมืองไปได้แล้ว แบบนี้ก็ลุยโลด กลับมาแล้วก็เข็นรัฐบาล ให้อยู่ยาวครบเทอมแน่นอน แต่จะออกมาเป็นแบบนี้หรือไม่

จับกระแสได้ว่า ขนาด “คนในรัฐบาล” ยังไม่มีใครกล้ารับประกัน!

………………….

คอลัมน์ : ส่องป้อมค่ายการเมือง

โดย “พระจันทร์เสี้ยว”

spot_imgspot_img
- Advertisment -
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -

Featured

- Advertisment -
- Advertisment -
Advertismentspot_imgspot_img