วันอังคาร, ตุลาคม 4, 2022
หน้าแรกEXCLUSIVE“ส.ว.-กอ.รมน.”ชายสูงวัยกับกองอำนวยการรักเมียน้อย
- Advertisment -spot_imgspot_img

“ส.ว.-กอ.รมน.”ชายสูงวัยกับกองอำนวยการรักเมียน้อย

ประเด็นของ สิบตำรวจโทหญิง ที่ตกเป็นผู้ต้องหาทำร้ายร่างกาย อดีตทหารหญิงรับใช้ อย่างทารุณ ถูกสืบสาวราวเรื่อง ถึงเบื้องหลังของการได้มาซึ่งตำแหน่งผู้บังคับหมู่กองกำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 1

นอกจากนี้ เธอยังได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ มากมาย ทั้งการมีชื่อ ไปรับราชการที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) รวมถึงการเป็น ที่ปรึกษาของสมาชิกวุฒิสภา นั่งเป็น ผู้เชี่ยวชาญในกรรมาธิการ มีเงินตอบแทน และยังมีชื่อเสนอรับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อีกด้วย

ถึงวันนี้ เรามาสรุปทำความรู้จักกับสิบตำรวจโทหญิงคนนี้ว่า เธอเป็นใคร มาจากไหน มีรูปถ่ายของเธอในชุดนักศึกษา และชุดครุยรับปริญญา เธอเป็นหญิงสาวหน้าตาดี เรียนจบจากคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งย่านชานเมือง มีประวัติเคยเป็นเซลล์ขายรถยนต์ ก่อน “บุญหล่นทับ” ไปรู้จักคนใหญ่คนโต จนได้เข้ารับราชการ

ช่วงแรกเธอเป็นข่าวคราวว่ามีความสนิทสนมกับ สว.ธานี อ่อนละเอียด ผู้ที่เคยปรากฎมีบทบาทเรื่องทายาทตระกูลมหาเศรษฐีขับรถชนตำรวจตาย โดย ส.ว.ธานี ร่อนจดหมายแถลงการณ์เมื่อวันที่ 31 ส.ค.ว่า “เคยสนิท” กับสิบตำรวจโทหญิง แต่ปัจจุบัน…ห่างเหินกันไปแล้ว

ไม่ว่าจะสนิทหรือห่างเหินกันไป แต่ที่แน่ๆ สิบตำรวจโทหญิง เธอได้สิทธิพิเศษจาก 2 หน่วยงานหลัก นั่นคือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

ดังนั้น เรื่องนี้จึงไม่เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัว แต่เป็นเรื่องของระบบ “อุปภัมภ์” ในสังคม ที่เราต้องช่วยกันสะสาง ให้เกิดความเท่าเทียมขึ้นมา

สมัยที่สิบตำรวจโทหญิงคนนี้ ยังสนิทกับ ส.ว.ธานี ต้องย้อนไปดูรายละเอียดเพิ่มเติม ว่าเครือข่าย ส.ว. และ สนช.ที่คุณธานีสนิทสนม มีใครบ้าง ซึ่งการที่จะให้พลเรือน อายุเกินโควต้าราชการสัก 1 คน (ช่วงนั้น เธออายุ 36 ปี) เข้ารับราชการตำรวจได้ แน่นอนว่า คนสั่งการย่อมไม่ธรรมดา

และการบรรจุเธอเข้ารับราชการตำรวจ ที่ในตอนแรกบอกความจำเป็นในตำแหน่ง “นักบัญชี” ที่ขาดแคลน แม้เธอไม่ได้จบสายตรงด้านบัญชีในระดับปริญญาตรี ก็ยังได้รับการพิจารณา

แต่สุดท้ายพอได้เป็นตำรวจ ทำไมถึงมีการย้ายไปสังกัดสันติบาล และส่งตัวไปทำงาน กอ.รมน.ภ.4 สน. ทั้งที่ หยิบยกเรื่องการขาดแคลนนักบัญชีขึ้นมาเป็นข้ออ้าง

แต่แค่รับราชการเป็นตำรวจมันยังไม่พอ เพราะมีการวางเส้นทางแบบ “ฟาสต์แทร็ก” ให้สิบตำรวจหญิงท่านนี้ ได้ติดดาวเป็นนายร้อย ภายในช่วงระยะเวลาสั้นๆ (2560-2565) จากตำรวจชั้นประทวน หวังจะให้เป็นผู้หมวดหญิงกันในระยะเวลาไม่กี่ปี วิธีการคือ ส่งชื่อไปอยู่ กอ.รมน.ภ.4 ส่วนหน้า เพื่อหวังคำนวณเวลาราชการแบบทวีคูณ เบี้ยเลี้ยง เบี้ยเสี่ยงภัย ให้เต็มเม็ดเต็มหน่วย

แต่เรื่องราวทั้งหมด มาสะดุดลง เพราะไปเกิดเรื่องที่สิบตำรวจโทหญิงรายนี้ ไปทำร้ายทารุณอดีตทหารหญิงรับใช้ ที่เครือข่ายของเธอ ใช้เส้นสายฝากเข้ามาทำงานเป็นทหาร แต่เมื่อได้บรรจุแล้ว ต้องส่งตัวไปรับใช้สิบตำรวจโทหญิง

กัน จอมพลัง

อดีตทหารหญิงได้ร้องเรีนผ่านทาง “กัน จอมพลัง” ว่าเธอถูกทำร้ายทารุณอย่างโหดเหี้ยม ไปทำงานรับใช้ ไม่ต่างจากเป็นทาส พอมีการเผยแพร่เรื่องราวและคลิปที่ถูกทำร้ายออกไป ทำให้สังคมเริ่มขุดคุ้ยประวัติการรับราชการของ สิบตำรวจโทหญิง

ส่วนเรื่องคดีความ ได้มีการแจ้งความที่ราชบุรี และทางสิบตำรวจโทหญิง ได้อ้างว่า ตัวเองมีอาการ “ป่วยทางจิต”

ขณะเดียวกัน เริ่มมีการเปิดข้อมูลจากนักสืบโซเชียล ทั้งการที่สิบตำรวจโทหญิง ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ในคณะกรรมาธิการการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และกิจการตำรวจ ที่มีประธานคือ พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ น้องชายบิ๊กป้อม

อีกด้านหนึ่ง เป็นข้อมูลจากฝั่งส.ส. เริ่มปล่อยชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการแต่งตั้ง สิบตำรวจโทหญิง เป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของ กมธ.กฎหมาย ที่แต่งตั้งมาในยุค สนช. หรือสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หลังการรัฐประหารปี 2557 และปรากฎชื่อของ อดีตผบ.ตร. ถึง 2 นายอยู่ในกรรมาธิการ ทั้ง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา

ต้องนับเป็นความใจกว้างดั่งแม่น้ำ ที่ “บิ๊กตำรวจ” ระดับอดีต “พิทักษ์ 1” เปิดใจให้ตำรวจชั้นประทวน ระดับ “ส.ต.อ.” และเพิ่งเข้ารับราชการได้ไม่ถึงปี เป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ถึงขั้นมีข่าวการเสนอชื่อให้สิบตำรวจโทหญิง ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อีกด้วย

ล่าสุด จากการตรวจสอบของ 2 กรรมาธิการฯ สภาผู้แทนราษฎร คือ กมธ.การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ และ กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ที่มี ส.ส.พรรคก้าวไกลเป็นโต้โผ คือ “ธีรัจชัย พันธุมาศ” จาก กมธ.ปราบโกง และ “รังสิมันต์ โรม” จาก กมธ.กฎหมาย

ให้ข้อมูลว่า เรื่อง “สิบตำรวจโทหญิง” เชื่อมโยงกับ “ส.ว.” มาตั้งตั้งแต่ปี 2561 เริ่มจากมีชื่อของสิบตำรวจโทหญิง กับ ส.ว.ธานี ที่ปรากฏบนแผ่นป้ายบริจาคเงินให้กับ วัดบางลี่เจริญธรรม จ.ราชบุรี

ขณะเดียวกัน “วัชระ เพชรทอง” ได้ยื่นเรื่องให้ “พรเพชร วิชิตชลชัย” ประธานสภาสูง ตรวจสอบจริยธรรมเรื่องนี้ มี พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง รับไปดำเนินการ แต่กลายเป็นว่า คำร้องของ “วัชระ” ถูกตีตกไป เพราะไม่เข้าองค์ประกอบที่กรรมการจริยธรรมจะรับไว้ตรวจสอบ เนื่องจากไม่ได้ระบุ “คนต้นเรื่อง” ที่ชัดเจน

หากเราถอดบทเรียนระบบอุปภัมภ์ในเรื่องนี้ เพื่อหาข้อสรุป ความเสียหาย การใช้เส้นสาย ช่วยเหลือผลักดันคนของตัวเอง จะเห็นหน่วยงานที่ได้รับผลกระทบหลักๆ คือ

1.วุฒิสภา – ตั้งเรื่องสอบช้า ทำท่าปกป้องพวกเดียวกัน ทั้งๆ ที่มีชื่อ ส.ว.เกี่ยวข้องมานานเกือบ 2 สัปดาห์

2.สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. – กรรมาธิการบางคณะ มีแต่พี่น้อง ผองเพื่อน และการเสนอขอเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ใช้หลักเกณฑ์ใดพิจารณา

3.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ – กระบวนการพิจารณาบุคคลเข้ารับราชการ โปร่งใสเป็นธรรมแค่ไหน หากเป็น “เด็กนาย” ระเบียบใดๆ ก็ไม่สำคัญใช่หรือไม่

4.กระทรวงกลาโหม – กองบัญชาการกองทัพไทย ต้องตอบคำถามเรื่องการฝากฝังคนใช้สิบตำรวจโทหญิงเข้าไปทำได้อย่างไร ทั้งที่มีระเบียบ มีเรื่องละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ถูกตั้งคำถามอยู่ทุกๆ ปี

5.กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ที่ปรากฎชื่อเด็กเส้น เด็กนาย ที่ได้รับสิทธิพิเศษ เบี้ยเลี้ยง เบี้ยเสี่ยงภัย วันทวีคูณ เงินเพิ่มสู้รบ แต่กำลังพลคนทำงานในพื้นที่ เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย ได้แต่นั่งมองตาปริบๆ

มาถึงบทสรุปเรื่องนี้ จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ที่เห็นชัดๆ เลย คือ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ตอบกระทู้สดในสภา บอกว่า ได้ส่งสิบตำรวจโทหญิง กลับต้นสังกัดคือสันติบาล ตั้งแต่วันที่ 19 ส.ค. ไปแล้ว และสั่งการให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน เรียกคืนสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่เธอได้รับคืนทั้งหมด และกำชับให้ต้นสังกัด พิจารณาเอาผิดทางวินัยด้วย

ต่อมา 31 ส.ค. กองบัญชาการตำรวจสันติบาล โดย พล.ต.ต.อุดร วงษ์ชื่น ผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 1 ลงนามให้สิบตำรวจโทหญิง ออกจากราชการไว้ก่อน เนื่องจากพนักงานสอบสวน สภ.เมืองราชบุรี มีพยานหลักฐานเพียงพอในการแจ้งข้อกล่าวหา เรื่องค้ามนุษย์ฯ บังคับใช้แรงงานหรือบริการ และเอาคนลงเป็นทาส, ประทุษร้ายต่อร่างกายและจิตใจ ถือเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง

สำหรับ ประเด็นสอบจริยธรรม ส.ว. ในการผลักดันนำสิบตำรวจโทหญิง ให้มารับราชการ รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ จากทุก “องคาพายพ” ที่ตนเองและพวกพ้องฝังรากลึกอยู่ จะมีบทลงโทษอย่างไรบ้างนั้น เชื่อว่าอาจไม่ต้องคาดหวังไปถึงจุดนั้น ตราบใดที่บรรดาผู้คนเหล่านี้ ยังกุมอำนาจในการบริหารบ้านเมืองอยู่

ตัวย่อทั้งหลายถูกชาวเน็ต นำไปล้อเลียน เช่น “ชายสูงวัย กับกองอำนวยการรักเมียน้อย” (ส.ว.-กอ.รมน.) ก็อาจสะท้อนเรื่องราวตลกร้ายในสังคมไทย เป็น “หลุมดำ” ที่เกี่ยวกับ “ระบบอุปภัมภ์” ได้เป็นอย่างดี

…………….

รายงานพิเศษ : ฟ้าคำราม

spot_imgspot_img
- Advertisment -
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -

Featured

- Advertisment -
- Advertisment -
Advertismentspot_imgspot_img