วันอาทิตย์, พฤษภาคม 29, 2022
หน้าแรกHighlight“กลิ่นปาก” สัญญาณบ่งบอกสุขภาพ
- Advertisment -spot_imgspot_img

“กลิ่นปาก” สัญญาณบ่งบอกสุขภาพ

“สถาบันทันตกรรม” เตือน “กลิ่นปาก” เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงสุขภาพช่องปาก ฟันผุ เหงือกอักเสบ และโรคทางระบบอื่นๆ ควรใส่ใจดูแลสุขภาพช่องปากตนเอง และพบทันตแพทย์ทุก 6 เดือน

นายแพทย์ไพโรจน์ สุรัตนวนิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวถึง กลิ่นปาก เป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้หลายคน เสียความมั่นใจ อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อคนรอบข้าง โดยกลิ่นปากเกิดจากเชื้อแบคทีเรียในปาก ทำการย่อยสลายสารประกอบประเภทโปรตีนที่ตกค้างอยู่ในช่องปากและลำคอ เมื่อมีการย่อยสลาย เศษอาหารที่ตกค้างอยู่ตามส่วนต่างๆของช่องปากจะส่งผลให้เกิดกลิ่นเหม็นขึ้นได้

นอกจากนี้สาเหตุของกลิ่นปากยังพบได้จากปัญหาอื่นๆในช่องปาก เช่น ฟันผุเป็นรูลึก ภาวะปากแห้ง น้ำลายน้อย รวมถึงโรคทางระบบต่างๆ เช่นไซนัส ต่อมทอนซิล โรคปอด โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง และโรคกระเพาะอาหารอักเสบ รวมถึงการสูบบุหรี่ การกินอาหารที่มีกลิ่นแรง เช่น กระเทียม เครื่องเทศ หัวหอม เป็นต้น ควรใส่ใจดูแลสุขภาพช่องปากของตนเองอย่างสม่ำเสมอ และหากพบปัญหาควรไปพบทันตแพทย์เพื่อรับคำแนะนำและแก้ไข

ทันตแพทย์หญิงสุมนา โพธิ์ศรีทอง ผู้อำนวยการสถาบันทันตกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัญหากลิ่นปาก สาเหตุที่สำคัญและพบได้บ่อยที่สุด คือปัญหาสุขภาพภายในช่องปาก จากการที่มีเศษอาหารและคราบจุลินทรีย์ตกค้างอยู่ตามซอกฟัน ลิ้น ร่องเหงือก และบริเวณฟันผุเป็นรูลึก  อีกทั้งการเป็นโรคปริทันต์อักเสบ มักมีคราบฟันและหินปูนสะสม ที่เกิดจากการทำความสะอาดช่องปากที่ไม่ทั่วถึง ทำให้กลิ่นปากรุนแรงยิ่งขึ้น

ในภาวะปากแห้ง น้ำลายน้อย ก็ทำให้การชะล้างจุลินทรีย์และเศษอาหารได้น้อยลง เกิดการหมักหมมได้มากขึ้น ซึ่งการที่มีน้ำลายน้อยอาจมีสาเหตุมาจากสภาวะของร่างกายเอง  ผลจากยาที่ทานประจำ หรือการดื่มน้ำไม่เพียงพอ   นอกเหนือจากสาเหตุภายในช่องปากแล้วกลิ่นปากอาจเกิดจากสาเหตุภายนอกช่องปากได้เช่นกัน เช่น จากระบบทางเดินหายใจ ซึ่งเกิดจากการมีน้ำมูกไหลลงคอทางด้านหลังโพรงจมูก และการมีเศษอาหารติดอยู่ตามร่องของต่อมทอนซิล โรคเกี่ยวการย่อยอาหารและระบบขับถ่าย

การรับประทานที่มีกลิ่น ซึ่งสามารถขับออกมาทางลมหายใจ เช่น กระเทียม ทุเรียน หัวหอม เครื่องเทศ  ผู้ที่ดื่มสุรา หรือสูบบุหรี่เป็นประจำ ก็ทำให้เกิดกลิ่นปากได้เช่นกัน โดยการป้องกันและแก้ไขปัญหากลิ่นปากนั้น ควรหาสาเหตุว่าเกิดจากอะไร และทำการแก้ไข  การใช้เพียงน้ำยาบ้วนปากหรือลูกอมเพื่อระงับกลิ่นปากนั้นทำได้เพียงชั่วคราว ควรดูแลทำความสะอาดช่องปากให้ทั่วถึง รวมทั้งร่องลึกบนลิ้นและโคนลิ้น หากมีฟันปลอมก็ควรถอดล้างทำความสะอาดทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร  ดื่มน้ำให้เพียงพอไม่ปล่อยให้ปากแห้ง  และพบทันตแพทย์ทุก 6 เดือนอย่างสม่ำเสมอเพื่อตรวจสุขภาพช่องปาก ทำการรักษาฟันผุ และโรคเหงือกอักเสบขูดหินปูน รวมทั้งรับคำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลช่องปากอย่างถูกวิธี

spot_imgspot_img
- Advertisment -
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -

Featured

- Advertisment -
- Advertisment -
Advertismentspot_imgspot_img