วันพุธ, ตุลาคม 27, 2021
หน้าแรกHighlight“อนุทิน”เผยฉีดวัคซีนสะสม 50 ล้านโดส ลั่นต.ค.ฉีดวัคซีนแบบ''ก้าวกระโดด''
- Advertisment -spot_imgspot_img

“อนุทิน”เผยฉีดวัคซีนสะสม 50 ล้านโดส ลั่นต.ค.ฉีดวัคซีนแบบ”ก้าวกระโดด”

 “อนุทิน” ฉีดวัคซีนสะสมทั่วประเทศเกิน 50 ล้านโดส สิ้นปี 64 มีวัคซีน 152 ล้านโดส ยันเพียงพอให้ปชช.ฉีดกระตุ้นภูมิ  ขณะที่แผนต.ค.เป็นต้นไป มียอดฉีดวัคซีนเพิ่มแบบก้าวกระโดด

เมื่อวันที่ 25 ก.ย. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข แถลงผลการฉีดวัคซีนทั่วไทย และแผนการฉีดวัคซีนระยะต่อไปตามเป้าหมาย ว่า ในวันมหิดลปีนี้กระทรวงสาธารณสุขได้มีการรณรงค์ให้มีการฉีดวัคซีน ให้ได้ครบ 1 ล้านโดส ให้กับประชาชนทั่วไป แต่ด้วยความร่วมมือร่วมใจของบุคลากรการแพทย์ และความร่วมมือที่ดีของประชาชน ทำให้สามารถฉีดวัคซีนได้มากถึง 1.35 ล้านโดส ซึ่งเรารู้สึกดีใจที่สามารถพิสูจน์ประสิทธิภาพการฉีดวัคซีนของระบบการสาธารณสุขไทยได้ โดยมีตัวเลขการฉีดวัคซีนสะสมทั้งหมดทั่วประเทศ เกิน 50 ล้านโดสแล้ว

รองนายกฯ กล่าวต่อว่า โดยในปีนี้เราจะมีวัคซีนทั้งสิ้นประมาณ 125 ล้านโดส และตั้งแต่เดือน ต.ค.เป็นต้นไป กระทรวงสาธารณสุขจะเร่งฉีดวัคซีนให้ครบและครอบคลุมทุกกลุ่มประชากร เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติสุข สร้างรายได้ ผลักดันเศรษฐกิจ สร้างความแข็งแกร่งของบ้านเมืองให้กลับมาโดยเร็ว

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ตอนนี้วัคซีนเราจะทยอยเข้ามาทำให้เราฉีดวัคซีนได้ครอบคลุมทุกกลุ่ม โดยสำหรับวัคซีน mRNA ของไฟเซอร์ ที่รัฐบาลได้จัดซื้อ 30 ล้านโดส จะทยอยเข้ามาในช่วงปลายเดือนนี้จนถึงสิ้นปี โดยสามารถฉีดให้กับเด็กที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุขพร้อมที่จะทำการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้กับลูกหลานเหล่านั้นให้ครอบคลุมมากที่สุด เพื่อจะได้เปิดการเรียนการสอนในโรงเรียนให้เร็วที่สุด ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่าการฉีดวัคซีนมีผลและคุ้มค่ามากกว่าการไม่ฉีดวัคซีน

รองนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า วัคซีนมีความปลอดภัย มีมาตรฐานที่สูง มีประสิทธิภาพในการป้องกันโควิดได้ ดังนั้นการมารับวัคซีนอย่างถ้วนหน้าจะเป็นประโยชน์ในการทำความปลอดภัยให้ตัวเอง และเป็นประโยชน์ต่อการควบคุมโรค อย่างไรก็ตามยืนยันว่าวัคซีนที่กระทรวงสาธารณสุขได้จัดหาไว้สำหรับปีหน้าจะเพียงพอสำหรับการฉีดกระตุ้นภูมิให้กับประชาชน จนกว่าสถานการณ์โควิดจะลดความรุนแรงลง จนสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ในที่สุด

ด้าน นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวเสริมว่า การฉีดวัคซีนเมื่อวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา ฉีดวัคซีนได้ทั้งสิ้น 1,300,677 โดส แบ่งเป็นเข็ม 1 จำนวน 841,769 โดส เข็ม 2 จำนวน 309,429 โดส และเข็ม 3 จำนวน 149,479 โดส โดยฉีดแบบกระจายทั่วประเทศ ขณะที่การฉีดวัคซีนสะสมทั้งประเทศแล้ว 50,080,565 โดส โดยการฉีดวัคซีนเข็ม 1 ครอบคลุมกลุ่มประชากรคิดเป็น 44.45% ดังนั้นยืนยันกระทรวงสาธารณสุขมีประสิทธิภาพในการฉีดวัคซีน หากมีวัคซีนอย่างเพียงพอ

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า วันนี้มีผู้ป่วยกลับบ้าน 14,700 คน ยอดสะสมคนที่รักษาหายแล้ว 1,408,602 คน ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 11,975 คน ทั้งนี้แนวโน้มลดลง ทำให้มีผู้ที่อาการหนักเหลือ 3,323 ราย และผู้ป่วยอาการหนักที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจลดลงเหลือ 729 คน ส่วนผู้เสียชีวิต 127 คน

ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุขพยายามลดผู้ติดเชื้อและลดจำนวนผู้เสียชีวิตให้มากที่สุด โดยมาตรการหนึ่งในการลดจำนวนผู้เสียชีวิต คือการฉีดวัคซีน หากประชาชนให้ความร่วมมือ สนใจมาฉีดวัคซีนมากขึ้นก็จะทำให้เราสามารถควบคุมสถานการณ์ ลดการเสียชีวิตได้มากที่สุด โดยการฉีดวัคซีนในช่วงเดือน ก.ย.-ต.ค. จะมียอดผู้ฉีดวัคซีนค่อนข้างมาก ต.ค. มีวัคซีนเข้ามาจำนวนมากประกอบด้วย ซิโนแวค 6 ล้านโดส แอสตร้าเซนเนก้า 10 ล้านโดส ไฟเซอร์ 8 ล้านโดส ทำให้ยอดรวมวัคซีนที่รัฐบาลจัดหามีอย่างน้อย 24 ล้านโดส และมีวัคซีนซิโนฟาร์มอีก 6 ล้านโดส ซึ่งจะทำให้ในช่วงเดือน ต.ค.เรามีการฉีดวัคซีนเพิ่มเติมอย่างก้าวกระโดด

โดยแผนในการฉีดวัคซีน หลังจากหลังจากการปรับสูตรฉีดวัคซีนทำให้ครอบคลุมการฉีดวัคซีนเข็ม 2 ได้มากขึ้น โดยสิ้นเดือน ต.ค. จะมีการฉีดวัคซีนเข็ม 1 คลอบคลุมอย่างน้อย 41 ล้านคน หรือ 58% ของชากรไทย ส่วนเดือน พ.ย.จะมีการฉีดวัคซีนให้ทั้งคนไทย และคนต่างชาติในไทยรวม 71 ล้านคน และเดือน ธ.ค. จะมีคนไทยได้รับวัคซีน 60 ล้านคน หรือคิดเป็น 85% ส่วนการฉีดวัคซีนเข็ม 2 ในเดือน ต.ค.จำนวน 30 ล้านคน พ.ย.จำนวน 42 ล้านคน และเดือน ธ.ค. จำนวน 52 ล้านคน หรือคิดเป็น 74% ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขเป้าหมายที่เกินแผนที่เราวางไว้แต่ต้น

spot_imgspot_img
- Advertisment -
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -

Featured

- Advertisment -
- Advertisment -
Advertismentspot_imgspot_img