วันอังคาร, ตุลาคม 4, 2022
หน้าแรกHighlightอดีตรมว.พลังงานยืนยันค่าเงินบาทอ่อนสมัยรัฐบาล“บิ๊กจิ๋ว” ไม่เหมือนวันนี้
- Advertisment -spot_imgspot_img

อดีตรมว.พลังงานยืนยันค่าเงินบาทอ่อนสมัยรัฐบาล“บิ๊กจิ๋ว” ไม่เหมือนวันนี้

อดีตรมว.พลังงาน “ณรงค์ชัย” ชี้ค่าเงินบาทอ่อนสมัยรัฐบาล”ชวลิต”ไม่เหมือนวันนี้ ระบุถ้าดูตลาดเงิน ตลาดทุน การทำธุรกรรมต่างๆเป็นปกติ หวังเพียงการเมืองอย่าทำวุ่นวาย

เมื่อวันที่ 23 ก.ย. นายณรงค์ชัย อัครเศรณี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ยุครัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และยังเป็น อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ สมัยรัฐบาล พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ได้โพสต์บทความเรื่อง เงินบาทอ่อนค่า ประวิตร VS ชวลิต เล่าปัญหาค่าเงินบาทช่วงสองยุคสมัย โดย ระบุว่า

สวัสดีวันพฤหัสบดีที่ 22 ก.ย. 2565 ครับ ผมเขียนบทความนี้จากห้องในโรงพยาบาลสมิติเวช กำลังรักษาอาการโควิดอยู่ครับ

ที่ต้องรีบเขียน เพราะไม่อยากให้เกิดกระแสและการเข้าใจผิดเรื่องค่าเงินบาท ที่นายกรักษาการ พล.อ. ประวิตร พูดเมื่อวันประชุมครม. เมื่ออังคารที่ 20 ก.ย. นี้เอง

ตามข่าวนายก รษก.ประวิตร สั่งแบบบ่น ว่าเงินบาทตกไปเป็นดอลลาร์ละกว่า 37 บาทแล้ว ให้ก.คลังไปจัดการกับธปท. อย่าให้ตกไปเป็น 50 บาท เหมือนสมัยนายกชวลิต

ขอเรียนว่าเหตุการณ์เงินบาทอ่อนค่าวันนั้นกับวันนี้ไม่เหมือนกันครับ

ผมอยู่ในรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ตอนประกาศลดค่าเงินบาทเมื่อ 2 ก.ค. 2540 (1997) เหตุการณ์ที่นำไปสู่วิกฤตค่าเงินบาทตอนนั้นเพราะเรามีนโยบายค่าเงินคงที่ คือดอลล่าร์ละ 25 บาท

เราใช้นโยบายนี้มาก่อนหน้านั้นหลายปี ในขณะที่ดอกเบี้ยของเราสูงกว่าดอกเบี้ยต่างประเทศ จึงมีการกู้ยืมเงินมามาก นโยบายส่งเสริมให้เอกชนใช้เงินทุนจากต่างประเทศ สถาบันการเงินกู้เงินนอกดอกเบี้ยถูก ปล่อยต่อดอกแพง ค่าเงินบาทคงที่ ใครจะไม่ทำ

สมัยรัฐบาลนายกบรรหาร ปี 1996 เจ้าหนี้ต่างชาติเริ่มกังวล ปลายปีเริ่มมีการโจมตีค่าเงินบาท เมื่อรัฐบาล พล.อ.ชวลิต เข้ามารับหน้าที่เดือน พ.ย. 1996 ดร.อำนวย วีรวรรณ เป็นรองนายกและรมว.คลัง เราก็ไปคุยกับ ธปท.ในฐานะกรรมการกองทุนรักษาระดับ ว่าควรเปลี่ยนระบบอัตราแลกเปลี่ยนเป็นลอยตัว แล้วแทรกแซงการซื้อขายเงินตราต่างประเทศ ไม่ให้ขึ้นเร็วลงเร็ว

ผู้บริหาร ธปท. บอกว่าเห็นด้วย แต่จะเลือกเวลาเปลี่ยนระบบเอง พรบ.เรื่องนี้ให้อำนาจธปท.ไว้ รัฐบาลเข้าไปสั่งการไม่ได้ ตอนนั้นคุณประจวบ ไชยสาส์น รมว.ต่างประเทศ ในฐานะกก.กองทุนรักษาระดับ สงสัยว่าจริงหรือ ขอดูพรบ. ก็พบว่าจริง

ต่อมามีการโจมตีค่าเงินบาทเป็นระยะ ตั้งแต่ ก.พ. 1997 ธปท.ก็ป้องกันตัวโดยใช้ระบบ Swop คือขายสั้น ซื้อยาว พอมาถึงเดือน พ.ค. 1997 สัปดาห์ที่สองการโจมตีหนักสุด มีการทำ Swop สูงถึง 25,000 ล้านเหรียญ โดยเรามีเงินสำรองอยู่ประมาณ 32,000.-ล้านเหรียญ แปลว่าถ้าไม่นับเงินซื้อล่วงหน้า เงินสำรองเราเหลือ 7,000 ล้านเหรียญย

ตอนนั้นเกิดปัญหาการเมืองระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล คือพรรคชาติพัฒนาโดย พล.อ.ชาติชาย กับพรรคความหวังใหม่โดย พล.อ. ชวลิต มีความเห็นไม่ตรงกันในเรื่องเศรษฐกิจ มีข่าวเป็นระยะ ยิ่งสร้างโอกาสให้มีการโจมตีค่าเงินบาท ถึงขั้นดร.อำนวย วีรวรรณ ตัดสินใจลาออกตอนกลางเดือน มิ.ย. 1997 ได้ดร.ทนง พิทยะ มาเป็นรมว.ก.คลังแทน

เมื่อการเมืองไม่ได้ช่วยเศรษฐกิจ โดยที่การโจมตีค่าเงินบาทกำลังเข้มข้น เลยนำไปสู่การตัดสินใจที่รัฐบาลต้องประกาศเลิกระบบอัตราแลกเปลี่ยนคงที่

ประกาศ 2 ก.ค. 1997 เงินบาทก็เริ่มตก ตกเร็วมาก เป็น 30 บาท 40 บาท คลังขอความช่วยเหลือจาก IMF ได้วงเงินมา 17,200 ล้านเหรียญ พล.อ. ชวลิตปรับครม. เอาทีมเศรษฐกิจจากพรรคชาติพัฒนาเข้ามา เมื่อปลายเดือนต.ค. 2 สัปดาห์ พล.อ.ชวลิตลาออก คาดว่าพล.อ. ชาติชาย พรรคชาติพัฒนา จะมาเป็นแกนนำรัฐบาล

แต่พรรคประชาธิปัตย์ เก่งกว่า ไปขอสส. จากพรรคประชากรไทยมาร่วมลงคะแนนให้คุณชวนเป็นนายกฯ ได้มา 8 คน โดยสัญญาจะให้ตำแหน่งทางการเมือง 6 ตำแหน่ง เกิดวลีเด็ดจากคุณสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคประชากรไทย เรียกสส. 8 คนนั้นว่า “สส. งูเห่า”

คือคุณสมัครเหมือนเป็นชาวนา ดูแลสส.เหล่านั้นอย่างดี ถึงเวลาตัวเองจะได้ประโยชน์ กลับทรยศต่อท่าน สส.งูเห่า คือสส. แปรพรรค เป็นคำที่ใช้อยู่จนทุกวันนี้

พรรคประชาธิปัตย์ โดยนายกชวน ได้จัดตั้งรัฐบาลปลายปี 1997 ค่าเงินบาทยังตกอยู่ ทะลุ 50 บาทไปเมื่อ ม.ค. 1998 แล้วจึงค่อยๆ คืนค่ามาเป็น 40 บาท 30 กว่าบาทต่อดอลล่าร์ เศรษฐกิจดีขึ้นเป็นลำดับ เพราะเงินบาทอ่อนช่วยการส่งออกและการท่องเที่ยว จนถึงรัฐบาลนายกทักษิณ เศรษฐกิจดีพอ ไทยใช้เงินคืน IMF ได้หมด

ชัดเจนว่าค่าเงินบาทอ่อนวันนั้นไม่เหมือนวันนี้ วันนั้นเรามีระบบอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ อัตราดอกเบี้ยสูงเพราะเงินออมไม่พอ ต้องพึ่งเงินกู้จากต่างประเทศมาก ค่าเงินบาทจึงต้องตก และตกมากเพราะ ธปท. เปลี่ยนระบบแลกเปลี่ยนเงินตราไม่ทัน

วันนี้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนเราลอยตัว ขึ้นลงได้ แต่ไม่ให้เปลี่ยนเร็ว ที่อ่อนค่าเพราะ US ดอลล่าร์ขึ้นเมื่อเทียบกับเงินทุกสกุลของโลก เพราะโลกวุ่นวาย ทรัพย์สินก็เลยไหลไปสู่ทรัพย์สินสกุลดอลล่าร์ และอัตราดอกเบี้ยนโยบายเราต่ำ ต่ำกว่าของ US ประมาณ 2-2.5 % เทียบกับ Fed ที่ปรับขึ้นเป็น 3-3.25 % เมื่อวานนี้ เราจะขึ้นดอกเบี้ยมากก็ไม่ได้ เพราะหนี้ครัวเรือนของเราสูงมาก จึงเห็นว่าธปท. ค่อยๆขยับดอกเบี้ยนโยบายไปพร้อมกันกับใช้เงินสำรองส่วนหนึ่งมาพยุงค่าเงิน ไม่ให้ลงเร็วเกินไป โดยเปรียบเทียบเงินสำรองเราสูง มีอยู่กว่า 240 แสนล้านดอลล่าร์ หนี้ต่างประเทศก็น้อย ถ้าดูตลาดเงิน ตลาดทุน การทำธุรกรรมต่างๆเป็นปกติ มีทั้งเงินไหลเข้า ไหลออก ตลาดพันธบัตรก็แข็งแรง และธปท.คงปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นอีกเร็วๆนี้

ผมจึงคิดว่าสถานการณ์ตลาดเงิน ตลาดทุนตอนนี้ปกติดี หวังเพียงแต่ว่าการเมืองจะไม่ทำให้เกิดความวุ่นวาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังวันที่ 30 ก.ย. ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะแถลงผลการวินัจฉัยเรื่องนายก 8 ปี ซึ่งคงสร้างความไม่พอใจให้ผู้คนจำนวนหนึ่ง และตอนนี้พรรคร่วมรัฐบาลขนาดใหญ่ ก็กำลังแข่งบารมีกัน เหมือนสมัยรัฐบาล พล.อ.ชวลิตด้วย

สวัสดีครับ

spot_imgspot_img
- Advertisment -
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -

Featured

- Advertisment -
- Advertisment -
Advertismentspot_imgspot_img