วันอังคาร, ธันวาคม 6, 2022
หน้าแรกNEWS‘’พาณิชย์’’ถกห้างค้าปลีก-ค้าส่ง ยันช่วงน้ำท่วมสินค้าจำเป็นมีเพียงพอ ไม่ต้องกักตุน
- Advertisment -spot_imgspot_img

‘’พาณิชย์’’ถกห้างค้าปลีก-ค้าส่ง ยันช่วงน้ำท่วมสินค้าจำเป็นมีเพียงพอ ไม่ต้องกักตุน

กรมการค้าภายในถกห้างฯ เตรียมแผนรับมือสถานการณ์สินค้าช่วงน้ำท่วมย้ำสินค้ามีเพียงพอ ประชาชนไม่ต้องกักตุน

เมื่อวันที่ 5 ก.ย.65  นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมที่ทำให้มีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในและสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ติดตามสถานการณ์ราคาและปริมาณสินค้าอย่างใกล้ชิด ว่าได้มีการสำรองสินค้าไว้อย่างเพียงพอหรือไม่ และมีข้อติดขัดในการขนส่งสินค้าหรือไม่

กรมการค้าภายในจึงได้ประชุมหารือร่วมกับห้างค้าปลีก-ค้าส่ง ได้แก่ บิ๊กซี โลตัส แม็คโคร ฟู้ดแลนด์ ท็อปส์ เดอะมอลล์ เซเว่นอีเลฟเว่น ลอว์สัน และแม็กซ์แวลู จากการประชุมครั้งนี้แต่ละห้างยืนยันว่าได้จัดเตรียมสินค้าคงคลังไว้เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคแล้ว สำหรับการขนส่งไปยังศูนย์กระจายสินค้าและสาขาของห้างยังคงสามารถดำเนินการได้ และมีแผนรับมือในสถานการณ์ฉุกเฉินไว้ด้วย

อธิบดีกรมการค้าภายใน ได้กำชับให้ห้างฯ เพิ่มปริมาณสต็อกสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการ โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีความจำเป็น เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง อาหารสำเร็จรูป และน้ำดื่ม อีกทั้งให้เพิ่มความถี่ในการเติมสินค้าบนชั้นวางอยู่เสมอ ปิดป้ายราคาให้ชัดเจน และให้ห้างฯ บริหารจัดการการจัดส่งสินค้าหากศูนย์กระจายสินค้าได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เช่น จัดหาศูนย์กระจายสินค้าสำรอง และเน้นการส่งสินค้าจากผู้ผลิตไปยังสาขาห้างฯ โดยตรง เพื่อป้องกันปัญหาด้านการขนส่งสินค้า ทั้งนี้ กรมการค้าภายในพร้อมที่จะสนับสนุนในการประสานงานกับผู้ผลิตเพื่อจัดส่งสินค้าอุปโภคบริโภคไปยังห้างค้าส่ง-ค้าปลีกเพิ่มเติมในกรณีที่จำเป็นด้วยขอให้ประชาชนมั่นใจว่าปริมาณสินค้ามีเพียงพออย่างแน่นอน ไม่จำเป็นต้องกักตุน

นอกจากนั้นกรมฯ จะจัดส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสถานการณ์ราคาสินค้าและปริมาณอย่างต่อเนื่องหากประชาชนพบเห็นการกักตุนสินค้าหรือขายสินค้าโดยไม่เป็นธรรม สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ หากตรวจพบว่ามีการจำหน่ายสินค้าในราคาแพงเกินสมควร หรือมีการกักตุน หรือปฏิเสธการจำหน่าย จะมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และกรณีที่ไม่ปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายจะมีโทษสูงสุดปรับไม่เกิน 10,000 บาท

spot_imgspot_img
- Advertisment -
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -

Featured

- Advertisment -
- Advertisment -
Advertismentspot_imgspot_img