วันอาทิตย์, พฤษภาคม 29, 2022
หน้าแรกNEWSสสว.ติดอาวุธ SME ป้องกันยุโรป-สหรัฐฯสกัดนำเข้าสินค้าไทย 
- Advertisment -spot_imgspot_img

สสว.ติดอาวุธ SME ป้องกันยุโรป-สหรัฐฯสกัดนำเข้าสินค้าไทย 

สสว. ผนึกTGO  เพิ่มความรู้บริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกเอสเอ็มอี  5 กลุ่มหลัก ทั้งเหล็ก อลูมิเนียม ซีเมนต์ ปุ๋ย และบริการไฟฟ้า  มูลค่ากว่า 3,155 ล้านบาท  รักษาโอกาสทางการตลาดในยุโรป- สหรัฐอเมริกา  

นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)  เปิดเผยว่า   หลังจากที่รัฐบาลได้มีนโยบายผลักดันเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว หรือ Bio-Circular-Green Economy : BCG ให้เป็นกลไกสำคัญของการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจประเทศ โดยเฉพาะเรื่องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายใต้กลไกการพัฒนาที่สะอาด (Clean Development Mechanism: CDM) 

การใช้คาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) ที่ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นสำคัญให้ทุกประเทศที่ต้องการส่งออกสินค้าไปกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปต้องถือปฏิบัติ รวมถึงส่งเสริมการใช้คาร์บอนฟุตพริ้นของผลิตภัณฑ์อย่างยั่งยืน ตอบสนองนโยบายที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประกาศไว้ในการประชุม COP26 (Conference of the Parties ครั้งที่ 26) จัดขึ้นที่เมืองกลาสโกว์ ประเทศสกอตแลนด์ เมื่อ พ.ย. 2564 ที่ผ่านมา

สสว. ให้ความสำคัญในการสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้มีความรู้ มีความพร้อมที่จะปรับตัวรับกับกำแพงภาษีในรูปแบบใหม่ๆ เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ โดยเฉพาะมาตรการที่สหภาพยุโรปจะเริ่มนำมาใช้ในปี 2566 ที่กำหนดให้ผู้ผลิตต้องแสดงปริมาณคาร์บอนในสินค้าที่จะส่งเข้าไปยังสหภาพยุโรป 

นอกจากนี้จำกัดการนำเข้าสินค้าที่ก่อให้เกิดคาร์บอนอย่างจริงจังในปี 2569 ซึ่งเป็นสิ่งที่ส่งผลต่อผู้ประกอบการโดยตรง ด้วยเหตุนี้ สสว. จึงได้ร่วมกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ทำบันทึกตกลงความร่วมมือในการสร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มที่ส่งออกสินค้าไปสหภาพยุโรป ที่มีจำนวนกว่า 1,697 ราย มูลค่ากว่า 12,958.17 ล้านบาท จำนวนนี้เป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 864 ราย คิดเป็นมูลค่ากว่า 3,155.86 ล้านบาท ให้ยังคงรักษาโอกาสทางการแข่งขันไว้ได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน 

โดยการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ กับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก. หรือ Thailand Greenhouse Gas Management Organization : TGO) จะมุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ให้สามารถปรับตัวและเข้าถึงการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก และส่งเสริมการใช้คาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) ของผลิตภัณฑ์ โดยมีผลบังคับกับ 5 กลุ่มสินค้า ได้แก่ เหล็ก อลูมิเนียม ซีเมนต์ ปุ๋ย และบริการไฟฟ้า

 ซึ่งมีผู้ประกอบการส่งออกสินค้าในกลุ่มนี้รวม 1,697 ราย (ข้อมูล ณ ตุลาคม 2564) มูลค่าการส่งออก 12,958.17 ล้านบาท (392.91 ล้านเหรียญสหรัฐ) แบ่งเป็นผู้ประกอบการ SME รวม 864 ราย มูลค่าการส่งออก 3,155.86 ล้านบาท (95.69 ล้านเหรียญสหรัฐ) หรือประมาณ 24.35% ของมูลค่าการส่งออกสินค้าในกลุ่มนี้ไปยังสหภาพยุโรป

นอกจากนี้ เมื่อพิจารณา Supply Chain ในกลุ่มดังกล่าว พบว่า มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เกี่ยวข้องที่อาจจะได้รับผลกระทบกว่า 53,000 ราย คิดเป็นมูลค่ากว่า 98,000 ล้านบาท ปัจจุบันสินค้าที่ส่งออกไปยังสหภาพยุโรปมูลค่าสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ อุปกรณ์ไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องจักรคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ยางและผลิตภัณฑ์ยาง ยานยนต์และส่วนประกอบ พลาสติกและผลิตภัณฑ์ ของเล่นและอุปกรณ์ ของทำด้วยเหล็กหรือเหล็กกล้า เครื่องแต่งกาย และของปรุงแต่งเบ็ดเตล็ดที่ใช้บริโภคได้

ความร่วมมือครั้งนี้เป็นหนึ่งในกลไกที่ สสว. จะเชื่อมสิทธิประโยชน์จากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เพื่อสนับสนุนผู้ผลิตสินค้าหรือบริการที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดลง ช่วยสร้างการรับรู้ให้กับผู้บริโภค สร้างกลไกทางการตลาดในการกระตุ้นให้ผู้ผลิตที่พัฒนาสินค้าที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามความต้องการของผู้บริโภค สามารถเข้าถึงบริการผ่านระบบ BDS (Business Development Service) และสิทธิประโยชน์อื่นๆ ตามภารกิจของ สสว. เพื่อให้เกิดประโยชน์กับเอสเอ็มอีมากที่สุด

นายเกียรติชาย ไมตรีวงษ์ ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO กล่าวว่า การร่วมมือกับ สสว. ในครั้งนี้ มุ่งหวังเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับผู้ประกอบการเพื่อรับมือกับความเสี่ยงดังกล่าว เช่น มาตรการกีดกันทางการค้าจากสหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา รวมถึงระเบียบข้อบังคับต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต อาทิ ตลาดสีเขียว ตลาดคาร์บอน 

การเข้าถึงแหล่งเงินทุนสีเขียว ฯลฯ ด้วยการพัฒนาความรู้ความเข้าใจในความเสี่ยงที่ต้องรับมือและปรับตัวต่อผลกระทบเกี่ยวกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหรือคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ให้สามารถนำไปสู่การพัฒนาสินค้าและบริการของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รวมถึงส่งเสริมให้ผู้บริโภคมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าหรือบริการที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อย ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้ผู้ประกอบการพัฒนาสินค้าให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามความต้องการของผู้บริโภค รวมทั้งจะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถของอุตสาหกรรมไทยในการแข่งขันในตลาดโลกอีกด้วย 

spot_imgspot_img
- Advertisment -
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -

Featured

- Advertisment -
- Advertisment -
Advertismentspot_imgspot_img