วันอาทิตย์, กันยายน 26, 2021
หน้าแรกHighlight‘หมอนิธิพัฒน์’ฉะภาครัฐแย่สุดแก้โควิด แนะเปลี่ยน“ยกชุด”หรือ“เจ้ากระทรวง”
- Advertisment -spot_imgspot_img

‘หมอนิธิพัฒน์’ฉะภาครัฐแย่สุดแก้โควิด แนะเปลี่ยน“ยกชุด”หรือ“เจ้ากระทรวง”

“นายกฯลุงตู่” ใช้เวลาวันหยุดติดตามสถานการณ์โควิด นั่งเคลียร์งาน-ขอข้อมูลหน่วยงานตัดสินแก้ทุกปัญหา จับตาประชุมศบค.ชุดใหญ่ 9 ก.ค.นี้ ขณะที่ “หมอนิธิพัฒน์” สุดทน ซัดการแก้ปัญหาโควิด ภาครัฐแย่สุด พูดไม่อยู่กับร่องกับรอย ลั่นควรเปลี่ยนยกชุด หรืออย่างน้อย เปลี่ยน “เจ้ากระทรวงหมอ”

เมื่อวันที่ 4 ก.ค.64 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดติดเชื้อโควิด-19 โดยมีตัวเลขผู้ติดเชื้อสูงหลายวันติดต่อกัน แม้จะเป็นช่วงวันหยุด ตนก็ได้ติดตามสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา โดยทำงานอยู่กับบ้านทั้งคิด เขียน และอ่าน รวมถึงยังได้ขอข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปตัดสินใจในแต่ละปัญหา ตนเองทำเช่นนี้ทุกวัน และยังได้เซนต์เอกสารทางราชการต่างๆไม่ให้คั่งค้าง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า นายกฯเตรียมเป็นประธานการประชุมศบค. ชุดใหญ่ ภายหลังออกประกาศการออกข้อกำหนดที่ออกตามความในมาตรา 8 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 25) เพื่อประเมินสถานการณ์และพิจารณาทบทวนมาตราการ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ในวันที่ 9 ก.ค.นี้

ด้าน รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล หัวหน้าสาขาวิชาโรคระบบการหายใจและวัณโรค ภาควิชาอายุร ศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊กมีเนื้อหาว่า “อย่างที่บอกไว้ ปอดอักเสบโควิดเดลตา มีความต่างจากแอลฟา ตรงที่ทุกอย่างมาเร็วขึ้นกว่าเดิม ดังตัวอย่างซีทีสแกนรายหนึ่งที่ 14 วันหลังมีอาการ ยังต้องใช้ไฮโฟลว์ค่อนสูงอยู่ กลัวว่าจะมีลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดแดงปอดเฉียบพลัน แต่กลับพบว่าเริ่มมี organizing pneumonia มาแทรก ซึ่งเดิมมักพบปลายสัปดาห์ที่สามไปแล้ว แต่ก็ยังตอบสนองดีต่อ methylprednisolone

สำหรับคนที่ติดตามเนื้อหาที่น่าสนใจเกี่ยวกับโควิด ไม่ว่าจะเป็นการรักษาด้วย ivermectin หรือ immunomodulators, CAPA, OP and AFOP from COVID น้องๆ เรซสิเดนท์อายุรศาสตร์ศิริราชไฟแรงทั้งสี่คน ช่วยกันรีวิวและทำสไลด์สวยงามมาแบ่งปันกัน สนใจรายละเอียดหาได้ในเว็บไซต์สมาคมอุรเวชช์ฯ ว่าด้วยเรื่องวัคซีนโควิดในบ้านเรา มันช่างซับซ้อนซ่อนเงื่อนกว่าหนังซีรีส์ดังหลายเท่า ลองมาวิเคราะห์ตัวละครหลักกันดู

1.ภาครัฐ ดูแย่สุด พูดไม่อยู่กับร่องกับรอย ทำอะไรไม่ค่อยน่าเชื่อถือ น่าเปลี่ยนยกชุดหรืออย่างน้อยเจ้ากระทรวงหมอ

2.หมอที่ไปช่วยภาครัฐจัดการเรื่องนี้ ล้วนเป็นนักวิชาการเก่งกล้าด้วยใจบริสุทธิ์ แต่อาจไม่ค่อยเปิดกว้างรับฟังความเห็นต่าง ทำให้มีเรื่องสะเทือนใจล่าชื่อต่อต้าน หากทำใจเป็นกลาง มองความเป็นไปทั้งหมดแล้ว คุณูปการที่พวกท่านทำในเรื่องวัคซีนโควิด มีมากมายกว่าจุดอ่อนที่นำไปขยายความเกินขอบเขต ต้องประณามพวกฉวยโอกาสหยิบท่านเป็นเครื่องมือบั่นทอนสเถียรภาพฝ่ายที่กุมอำนาจรัฐ (แม้มันอาจจะได้มาด้วยวิธีขี้เหร่)

3.หมอที่นำเสนอข้อมูลมุมมองให้รอบด้าน ในภาพรวมเป็นเสรีภาพทางวิชาการที่ควรส่งเสริม แต่ต้องมีการขมวดปมเวลานำเสนอไม่ให้ผู้คนสับสน โดยเฉพาะการเสริมสร้างความมีส่วนร่วมความเข้าใจและยอมรับวัคซีนให้ได้เร็ว (แม้วัคซีนจะมากระปริดกระปรอยเหมือนฉี่คนลูกหมากโต) แต่อาจมีบ้างที่มีวาระซ่อนเร้นเหม็นหน้าภาครัฐเดิมเป็นทุน จึงขยายแต่ด้านลบของนโยบายวัคซีนในประเทศเพื่อความสะใจ มากกว่าให้ข้อเสนอแนะทางออกที่ทำได้จริง

4.รพ.เอกชน ที่มองเห็นช่องทางช่วยชาติหรือหารายได้เพิ่ม เที่ยวไปสัญญากับประชาชนแล้วมากดดันภาครัฐว่า เป็นจระเข้ขวางคลอง เช่นการอ้างว่ารู้จักคนใหญ่คนโตบริษัทฯ วัคซีนต่างชาติ ถ้าจริงดังว่า ทำไมไม่ติดต่อจัดหามาให้ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ หรือเปิดเผยหลักฐานจะๆ กว่านี้ ว่ากระบวนการใดหรือคนกลุ่มใดในภาครัฐ ที่เป็นต้นตอแห่งอุปสรรค

5.บริษัทผู้นำเข้าวัคซีน อาจมีบ้างที่เอาชีวิตคนมาเป็นตัวประกัน หวังยืมมือความต้องการของสังคมเป็นแรงกดดันให้ภาครัฐผ่อนผันกฏเกณฑ์เงื่อนไขมาตรฐานบางอย่าง เพื่อหวังเอื้อผลประโยชน์เฉพาะกลุ่ม

6.หน่วยงานภาคเอกชนทั้งหลาย ที่ประสานเสียงอยากมีส่วนร่วมในการจัดหาและกระจายวัคซีน แสดงถึงความใส่ใจในอำนาจของประชาสังคม แต่บางส่วนอาจมีสายสัมพันธ์กับฝ่ายอยากเปลี่ยนขั้วอำนาจรัฐ จึงมักชอบเขย่าการดำเนินงานของพวกเทคโนแครตอย่างแรง ชนิดเรียกร้องอย่างเดียวโดยไม่เสนอทางออกหรือถ้าเสนอก็เป็นแบบเงื่อนไขสูงยากทำได้จริง

ใครมาเป็นผู้กำกับหนังเรื่องนี้ ต้องมีใจเที่ยงธรรมและมีขันติสูงเป็นพิเศษ ไม่เช่นนั้นคงอยากให้ปิดกล้องด่วน เพื่อแยกย้ายกันไปตามที่ตัวเองชอบ แต่ผลประโยชน์ด้านสุขภาพของประชาชนไม่อาจสลัดทิ้งง่ายดายเช่นนี้ได้ ต้องมุ่งมั่นพูดคุยซักซ้อมตระเตรียมคลี่คลายปัญหาที่เข้ามารุมเร้าอย่างจริงใจและถนอมน้ำใจกันไปจนกว่าจะถึงเส้นชัย เฉกเช่นอิตาลีที่ผู้เล่นในสนามทั้งสิบเอ็ดคน ช่วยกันรุกช่วยกันรับ จนโค่นทีมปีศาจแดงแห่งยุโรปได้สำเร็จในเก้าสิบนาที กรุยทางเข้าไปต่อเพื่อจะข้ามผ่านทีมกระทิงดุ ก่อนจะไปกำราบ (น่าจะเป็น) ทีมสิงโตคำราม แล้วเข้าสู่จุดหมายแชมป์สมใจคนที่เชียร์บอลคู่กับเชียร์คุมโควิดแบบใจจดจ่อ #เตรียมพร้อมขั้นสูงสุดรับมือโควิดระลอกสี่

spot_imgspot_img
- Advertisment -
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -

Featured

- Advertisment -
- Advertisment -
Advertismentspot_imgspot_img