วันอาทิตย์, กันยายน 26, 2021
หน้าแรกHighlightสธ.เผยล็อคดาว์นปชช.กลับบ้านกว่า 5 แสนคนติดเชื้อโควิด 31,175 ราย
- Advertisment -spot_imgspot_img

สธ.เผยล็อคดาว์นปชช.กลับบ้านกว่า 5 แสนคนติดเชื้อโควิด 31,175 ราย

สธ.ระบุประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนา 504,241 ราย พบติดเชื้อ 31,175 ราย  พร้อมจั บมือ สปสช.-สพฉ. เปิดระบบรับส่งผู้ป่วยโควิดกลับภูมิลำเนาฟรี แนะลงทะเบียนออนไลน์  เล็งเพิ่ม 500 คู่สาย

เมื่อวันที่ 24 ก.ค. 64 นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงข่าวผ่านไลฟ์สดทางเพจ “กระทรวงสาธารณสุข” เรื่องการส่งต่อผู้ป่วยโควิด -19 กลับภูมิลำเนา ว่า ปัจจุบันมีจำนวนประชากรในพื้นที่กรุงเทพฯ ประมาณ 8 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นผู้มีภูมิลำเนาในต่างจังหวัดเข้ามาทำงานในกรุงเทพ 2.41 ล้านคนและช่วงโควิดระบาดมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาแล้ว 504,241 ราย พบมีการติดเชื้อ 31,175 ราย เป็นกลุ่มอาการสีเขียว 70.37% สีเหลือง 21.93% และสีแดง 7.7%  ขณะนี้มีการระบาดโควิด 19 จำนวนมากในพื้นที่กรุงเทพฯ จำนวนมาก  อัตราการติดเชื้ออยู่ที่ 10% สธ.ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดระบบนำส่งผู้ป่วยกลับไปรักษาตัวที่ภูมิลำเนา

 

สำหรับผู้ป่วยโควิด -19 ที่ต้องการกลับไปรักษาตัวที่บ้านสามารถโทรไปที่สายด่วน 1330 กด 15 หรือกรอกข้อมูลผ่านแอพลิเคชั่นว่าจะเดินทางไปยังพื้นที่ใด หลังจากนั้นสปสช. จะส่งข้อมูลมาที่ สธ.เพื่อประสานปลายทางว่าจะมีผู้ป่วยเป็นใคร อาการอย่างไร ถึงวันที่เท่าไหร่ จึงขอให้เตรียมสถานพยาบาลรองรับ ระหว่างนี้ก็ประสานสพฉ.เพื่อจัดพาหนะในการนำส่ง ทั้งนี้หลังการประสานคาดว่าใช้เวลาไม่เกิน 3-4 วัน ถึงปลายทาง

อย่างไรก็ตามก่อนเดินทางจะต้องประเมินอาการก่อน หากอาการหนักก็จะส่งรักษาในสถานพยาบาลในกทม.  ทั้งนี้ แต่ระหว่างรอการนำส่งต้องปฏิบัติตัวเองไม่ให้มีการแพร่ระบาดต่อ หากอาการหนักขึ้นสามารถประสานที่ 1330 และ 1668 ได้ จะมีการประเมินอาการก่อนเดินทาง หากสีแดง ไม่สามารถเดินทางได้ แต่จะประสานหารพ.เพื่อรับการรักษาในกทม.

ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ปัจจุบันกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีผู้ติดเชื้อจำนวนมากจริงๆ ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยสีเขียวเราจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเก็บเตียงเอาไว้ให้ผู้ป่วยที่มีอาการสีเหลืองกับสีแดง  สำหรับการดูแลผู้ป่วยสีเขียวจะมีนวัตกรรมต่างๆ เข้ามาดูแลทั้งระบบ Home isolation ระบบ community isolation รวมถึงการส่งผู้ป่วยกลับไปรักษาที่ภูมิลำเนา โดยสามารถลงทะเบียนผ่านทางทางเว็บไซต์ https://crmdci.nhso.go.th/  จะมี QR Code ก็จะมีการกรอกข้อมูลสั้นๆ ชื่อนาม สกุล หมายเลขบัตรประชาชน พื้นที่ปลายทาง วันที่พร้อมเดินทาง หากไม่สะดวกใช้ช่องทาง Social Media สามารถโทรสายด่วน 1330 กด 15 จะมีเจ้าหน้าที่รับโทรศัพท์และคอยบันทึกข้อมูลรายละเอียดจะเหมือนกับที่สแกน QR Code

“ช่วงนี้สายด่วนสปสช. 1330 จะมีประชาชนเข้ามาสอบถามจำนวนมากอาจจะต้องรอสาย ปัจจุบันมี 1,600 คู่สาย กำลังจะเพิ่มอีก 500 คู่สาย และจะประสานไปยัง กสทช. งดเว้นค่าบริการโทรสายด่วน 1330 อย่างไรก็ตาม หากท่านใดสามารถกรอกข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดียก็จะสะดวกมากขึ้น กรอกมาวันนี้ พรุ่งนี้เวลา 08.00 น.จะส่งข้อมูลมาไปที่ สธ.ทันที และขณะนี้ทางสรพ.ได้มีการออกแนวทางสำหรับการส่งต่ออย่างปลอดภัยด้วย” ทพ.อรรถพร กล่าว 

ด้าน นพ.อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน (สพฉ.) กล่าวว่า  การนำส่งผู้ป่วยกลับภูมิลำเนาจะต้องเป็นกลุ่มอาการสีเขียว โดยรวมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดพาหนะ ทั้งรถไฟ รถตู้ บขส. เครื่องบิน จะมีทีมแพทย์ประกบตลอด ทั้งนี้เมื่อไหร่รับการประสานจากสธ.แล้วจะมีการจัดพาหนะรับ 3 ช่วงคือ ช่วงแรกรถรับจากที่บ้านมายังสถานที่รถไฟ หรือบขส. หรือเครื่องบิน ขึ้นอยู่กับว่าจะเดินทางไปภูมิลำเนาอย่างไร เมื่อถึงปลายทาง ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือรพ.จะมีรถมารับช่วงต่อเพื่อนำไปส่งยังรพ. หรือรพ.สนาม หรือสถานที่กักตัวในพื้นที่ต่างๆ  ขอย้ำว่า การนำส่งตรงนี้ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

“ตอนนี้สถานการณ์อยู่ในขั้นวิกฤต สิ่งที่ต้องย้ำคือวันนี้หากท่านอยู่ที่บ้าน ปฏิบัติตัวตามมาตรการควบคุมโรค คือสวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง ล้างมือ และเชื้อรุ่นปัจจุบันระบาดได้ง่าย การอยู่ในครอบครัวเดียวกันก็มีความเสี่ยงที่จะสัมผัสโรคได้ โดยเฉพาะเมื่อมีใครสักคนที่ต้องออกไปนอกบ้านก็จะถือว่าเป็นความเสี่ยงแล้ว ดังนั้นจำเป็นต้องปฏิบัติตามคำแนะนำ เพราะถ้าคนในครอบครัวติด 1 คน มีโอกาสที่จะติดสู่คนที่ 2,3,4 ก็ตามมา ดังนั้น การใส่หน้ากากในบ้านแม้จะดูเหมือนไม่ปกติ แต่ต้องย้ำว่ามีความสำคัญ” นพ.อัจฉริยะ กล่าว.

spot_imgspot_img
- Advertisment -
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -

Featured

- Advertisment -
- Advertisment -
Advertismentspot_imgspot_img