วันอังคาร, เมษายน 23, 2024
หน้าแรกNEWS“สาทิตย์”วิเคราะห์การเมืองหลัง 30 ก.ย. 2 แนวทาง “รอด-ไม่รอด?”
- Advertisment -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“สาทิตย์”วิเคราะห์การเมืองหลัง 30 ก.ย. 2 แนวทาง “รอด-ไม่รอด?”

“สาทิตย์” วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองหลัง 30 ก.ย. หาก “บิ๊กตู่”รอด ม็อบพรึบ ไม่รอดรัฐสภาเตรียมเลือก 4 ว่าที่นายกฯใหม่ ชี้ยุบสภาปลาย ม.ค.-ก.พ.66

วันที่ 25 ก.ย.65 นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองหลังวันที่ 30 ก.ย.ว่า ประเมินไว้ 2 ทาง คือ1.ศาลยกคำร้องหรือพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ รอดในคดี 8 ปี จะเป็นการรอดแบบมีเงื่อนไข เช่นเหลือเวลาการเป็นนายกฯอีกแค่ 2 ปี แต่ที่แปลกใจคือไม่มีใครประเมินเรื่องเนื้อหากันเลย แต่ประเมินเรื่องกำลังภายในกันมากกว่า ซึ่งหากพล.อ.ประยุทธ์รอด โอกาสที่รัฐบาลจะอยู่ยาวไปจนถึงครบวาระแล้วยุบสภาฯมีสูงมาก มีการพูดกันว่า หากพล.อ.ประยุทธ์ได้กลับมา ภารกิจที่อยากทำคือการเป็นเจ้าภาพประชุมเอเปกในช่วงเดือนพ.ย.ที่จะถึงนี้ โดยพอจบเอเปก ก็เข้าธ.ค.65 แล้วไปม.ค.66 ก็มีการประเมินกันว่าการยุบสภาน่าจะยุบในช่วงใกล้ๆ มี.ค.อาจจะเป็นการยุบช่วงปลายม.ค.หรือก.พ.66 เหตุที่เชื่อว่าจะมีการยุบสภาเพราะจะทำให้การโยกย้ายพรรคการเมืองต้นสังกัดลงเลือกตั้งของส.ส. นักการเมืองทั้งหลาย ที่มีเค้าลางว่าเกิดเยอะแน่ จะทำได้ง่ายกว่าให้สภาฯอยู่จนครบวาระ เพราะเงื่อนไขต่างกัน คือหากยุบสภาฯ สังกัดพรรคไม่น้อยกว่า 30 วันจนถึงวันเลือกตั้ง

“แต่ผมประเมินว่าหากออกมาทางนี้ ม็อบอาจจะกลับมาชุกชุมมาก เพราะกระแสต่อต้านบิ๊กตู่จะสอดรับกับการเคลื่อนไหวทางการเมือง เป็นม็อบมีเบื้องหลังทั้งนั้น พูดกันตรงๆ แต่พรรคร่วมรัฐบาลก็น่าจะประคับประคองกันไปได้ เพราะบารมีบิ๊กตู่ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลยังมีอยู่ แต่ที่ต้องเคลียร์ให้ดีก็คือความสัมพันธ์ของพี่น้องกันเอง (3 ป.) กับเรื่องภายในพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งในพลังประชารัฐเอง ก็ใช่ว่าจะกลมเกลียวกันนัก แต่การกลับมาของบิ๊กตู่ จะทำให้ทิศทางของพลังประชารัฐจำเป็นต้องชัดเจนมากขึ้น สำหรับพรรคร่วมรัฐบาลอาจจะทำงานได้ราบรื่นในแง่พรรคร่วม แต่การแข่งขันทางการเมืองก็คงจะเข้มข้น คือหมายถึงคะแนนบิ๊กตู่ตกอยู่แล้วกับสภาพโดยทั่วไปที่เป็นรัฐบาลมานาน โดยพรรคการเมืองทุกพรรค ก็หวังว่าตัวเองจะเป็นพรรคที่เติบโตขึ้นได้ ใหญ่ขึ้นได้ ก็จะมีการเจาะพื้นที่กันวุ่นวายไปหมด”นายสาทิตย์ กล่าว

นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า 2.หาก พล.อ.ประยุทธ์ ไม่รอดก็จะมีเงื่อนไขสำคัญคือว่า ต้องเดินไปตามรัฐธรรมนูญ รัฐสภาต้องประชุมเพื่อโหวตเลือกนายกฯคนใหม่ ที่เลือกจากรายชื่อที่พรรคการเมืองประกาศไว้ตอนเลือกตั้งปี 2562 ที่เหลืออยู่ 5 คน คือ จากเพื่อไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ นายชัยเกษม นิติศิริ ส่วนจากประชาธิปัตย์ คือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล แต่นายชัชชาติเขาประกาศสละสิทธิ์ไปแล้ว  ก็เหลือ 4 คน คิดว่ารัฐสภา ก็ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธที่จะต้องหยิบสี่ชื่อนี้มาเรียงก่อน แล้วก็ลงมติ ก็มองว่ายากที่ในสี่คนนี้จะได้เสียงโหวตเห็นชอบจากที่ประชุมร่วมรัฐสภาเกินกึ่งหนึ่ง เพราะต้องมีสว.มาร่วมโหวตด้วย โดยชื่อของคุณหญิงสุดารัตน์กับชัยเกษม จากเพื่อไทย ตัดไปได้เลย เพราะไม่มีคะแนนนิยมจากสว.มากนัก เหลือแต่ อภิสิทธิ์กับอนุทิน ที่ผมไม่แน่ใจว่าถึงเวลานั้นทั้งสองคนนี้โดยส่วนตัวเขาจะยังยืนยันที่จะให้เป็นตัวเลือกอยู่หรือไม่ อย่างไรก็ตาม หากสุดท้าย เสียงโหวตไม่มีใครได้เกินกึ่งหนึ่ง รัฐสภา ก็ต้องมาใช้บทบัญญัติที่เป็นข้อยกเว้นเพื่อนำไปสู่การเลือกนายกฯนอกบัญชี โดยต้องใช้เสียง 2 ใน 3 ของที่ประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อนำไปสู่การเลือกนายกฯคนนอก ที่ก็ประเมินกันว่า หากจะเสนอชื่อ ก็คงไม่พ้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ แต่การจะโหวตเห็นชอบได้ต้องใช้เสียงเกินครึ่งของที่ประชุมร่วมรัฐสภา หากไปถึงจุดนั้น พล.อ.ประวิตร ในฐานะผู้จัดการรัฐบาล ต้องเรียกประชุมแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลว่าจะเอาอย่างไร

นายสาทิตย์ กล่าวว่า หากการเมืองไทยไปถึงจุดนั้น คงเกิดการต่อรองทางการเมืองกันพอสมควรในเชิงว่าเช่น หากจะให้สนับสนุนพลเอกประวิตร จะมีการปรับครม.เพื่อกำหนดสัดส่วนโควตารัฐมนตรีกันใหม่ในรัฐบาลหรือไม่ ที่เราคงตอบยาก แต่ผมมองว่าการเมืองคงชุลมุนจากภายใน ไม่ใช่จากข้างนอก แต่สำหรับประชาธิปัตย์ หากบิ๊กตู่ไม่รอด แล้วต้องเลือกนายกฯคนใหม่ ประชาธิปัตย์ที่เสนอชื่ออภิสิทธิ์เป็นแคนดิเดตนายกฯ เราไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธอภิสิทธิ์ เราต้องสนับสนุนอภิสิทธิ์ เพราะชูบทบาทเขาตั้งแต่ชูให้เป็นแคนดิเดตนายกฯในบัญชีของพรรค แต่มันก็ขึ้นอยู่กับว่าทันทีที่หาก พลเอกประยุทธ์ถ้าเกิดว่าต้องพ้นจากตำแหน่งนายกฯไป ก็ต้องคุยกันในพรรคร่วมรัฐบาล แต่ท่าทีพรรคปฏิเสธอภิสิทธิ์ไม่ได้อยู่แล้ว แต่ส่วนเพื่อนพรรคร่วมรัฐบาลจะเอาด้วยหรือไม่ ก็อีกเรื่องหนึ่ง หรือสว.ไม่เอาก็เรื่องหนึ่ง แล้วถ้าไม่เอา จะเอาชื่อไหน ก็ต้องถกกัน ซึ่งการจะสนับสนุนใครให้เป็นนายกฯ เมื่อรับเงื่อนไขพรรคร่วมรัฐบาลมาแล้ว ต้องมาประชุมพรรค ส.ส.ของประชาธิปัตย์ในฐานะคนต้องโหวตนายกฯ ก็ต้องมีมติ

เมื่อถามย้ำว่า หากสุดท้ายต้องเลือกนายกฯคนนอก ประชาธิปัตย์จะเอาด้วยหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า อันนี้เรื่องใหญ่มาก ในพรรคคงต้องถกกันหนักมาก ต้องยกเหตุผลมาคุยกันว่าเหตุใดต้องเลือกนายกฯนอกบัญชี หรือหากไม่เลือก แล้วจะต้องมีการยุบสภาไปสู่การเลือกตั้งใหม่ ที่หากเป็นแบบนั้นมันจะเป็นโอกาสใหม่ของประเทศมากกว่าที่จะไม่รู้ว่าทิศทางข้างหน้าเดินต่อไปโดยไม่รู้ว่าจะมีทิศทางอย่างไรหรือไม่ ในพรรคก็ต้องถกกัน ส่วนโอกาสที่อาจจะมีการยุบสภาฯเกิดขึ้น หากพล.อ.เประยุทธ์หลุดจากนายกฯนั้น นายกฯรักษาการยุบสภาได้ แต่ต้องดูว่าเขาเลือกที่จะยุบเลยหรือรอจังหวะอันนี้ไม่มีใครเดาใจได้ เพราะในเมื่อไม่มีนายกฯ ตัวนายกฯรักษาการก็ยุบสภาได้ แต่อาจมีคนเสนอว่าหากพล.อ.ประยุทธ์หลุดจากนายกฯ ก็เสนอว่ายังไม่ต้องปรับครม. ยังไม่ต้องเลือกนายกฯคนใหม่ กระบวนการสรรหานายกฯ ก็ดำเนินไปแต่อย่าเพิ่งตัดสิน ให้นายกฯรักษาการคอยรับหน้าที่ตอนช่วงประชุมเอเปกเดือนพ.ย.ไปก่อน ก็อาจเป็นไปได้ ต้องดูเงื่อนไขกันอีกที เพราะหากให้มีการโหวตเลือกนายกฯเลย ไม่มีใครทำนายได้ มันจะจบอย่างไร มันอาจจะวุ่นวายไปจนกระทั่งถึงเอเปกก็ได้ ถ้าเป็นแบบนั้นประเทศก็อาจจะเสียหายได้ โจทย์มันไม่ง่ายเรื่องนี้ แต่ไม่ว่าจะออกทางใด การเมืองหลังจากนั้นเข้มข้นแน่ เพราะมันปลายสมัยแล้ว อย่างเพื่อไทยก็หวังจะได้เสียงข้างมากหลังเลือกตั้ง ภูมิใจไทยก็หวัง

- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_imgspot_img

Featured

- Advertisment -spot_img
Advertismentspot_imgspot_img
spot_imgspot_img