วันจันทร์, กรกฎาคม 15, 2024
หน้าแรกHighlightกางไทม์ไลน์ถกงบฯ ไม่ผ่านระบบซูม จี้ผบ.เหล่าทัพแจงงบด้วยตัวเอง
- Advertisment -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

กางไทม์ไลน์ถกงบฯ ไม่ผ่านระบบซูม จี้ผบ.เหล่าทัพแจงงบด้วยตัวเอง

“อาคม”นั่งประธานกมธ.งบ ปี 66 เด็ก ศท.-พรรคเล็ก ได้ตำแหน่งอื้อ รองประธาน-เลขาฯ-ที่ปรึกษา ด้าน “ยุทธพงศ์” ไล่ไทม์ไลน์ถกงบฯ เผยกลับมาประชุมเหมือนเดิม ไม่มีผ่านระบบซูม จี้ผบ.เหล่าทัพแจงงบด้วยตนเอง จ้อง ขยี้งบกลาโหม สังกัดซื้อยุทโธปกรณ์ฟุ่มเฟื่อย

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 6 มิถุนายน ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 นัดแรก โดยมีวาระสำคัญเพื่อเลือกตำแหน่งประธานกมธ.และตำแหน่งต่างๆ ในกมธ. โดยมีนายสงวน พงษ์มณี ส.ส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย (พท.) ซึ่งอาวุโสสูงสุด ทำหน้าที่ประธานชั่วคราว โดยที่ประชุมมีมติให้นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง เป็นประธานกมธ. และรองประธานกมธ. จำนวน 24 คน อาทิ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง, นายวราเทพ รัตนากร อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง, นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม, นายกิตติรัตน์ ณ ระยอง รองหัวหน้าพรรค พท., นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.), นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสาคาม พรรค พท., นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.), นายโกวิทย์ พวงงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท, และนายสมชัย ศรีสุทธิยากร สมาชิกพรรคเสรีรวมไทย (สร.) เป็นต้น

เลขานุการ กมธ. จำนวน 9 คน อาทิ นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ส.ส.ยะลา พรรคพปชร., น.ส.จอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ส.ส.สมุทรสาคร พรรคศท., โฆษก กมธ. จำนวน 10 คน อาทิ นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคพปชร., นายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย, นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคพปชร., นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรค พท., และน.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติ (พช.) ขณะที่ปรึกษา กมธ. จำนวน 11 คน อาทิ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคพท., นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคศท., นายปวีณ แซ่จึง อดีตส.ส.ศรีษะเกษ พรรคพท. สามีนางผ่องศรี แซ่จึง ส.ส.ศรีษะเกษ ที่อนาคตจะย้ายไปร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.)

จากนั้นเวลา 16.00 น. นายยุทธพงศ์ แถลงภายหลังการประชุมว่า หลังจากที่ประชุมมีมติเลือกตำแหน่งต่างๆ แล้วนายสันติในฐานะรองประธานคนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมแทน เนื่องจากนายอาคมซึ่งเป็นประธาน ไม่ได้มาร่วมประชุม นอกจากนั้นที่ประชุมยังได้พิจารณาเรื่องกรอบเวลาในการประชุม ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ โดยในวันที่ 7 มิถุนายน แม้จะเริ่มประชุมในเวลา 09.00 น. แต่เนื่องจากเป็นการประชุมครั้งแรกที่จะพิจารณาเนื้อหา ประกอบกับมีการประชุมครม. และให้เจ้าหน้าที่เตรียมข้อมูล จึงนัดประชุมในเวลา 13.00 น.

ทั้งนี้ การพิจารณาจะเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ (6 มิถุนายน) ถึงวันที่ 3 สิงหาคม 2565 จากนั้นวันที่ 5 สิงหาคม กมธ.จะตรวจรายงานก่อนเสนอกลับเข้าที่ประชุมสภาฯ เพื่อพิจารณาในวาระที่ 2-3 โดยได้กำหนดการพิจารณาวาระ 2-3 ไว้แล้วคือวันที่ 17-18 สิงหาคม

นายยุทธพงศ์ กล่าวต่อว่า สำหรับแนวทางในการพิจารณาจะพิจารณาเกี่ยวกับภาพรวมเศรษฐกิจ เช่น กระทรว
งการคลัง สภาพัฒนาสังคมแห่งชาติ จากนั้นจะเริ่มพิจารณากลุ่มภารกิจด้านเศรษฐกิจ อาทิ กระทรวงการคลัง, พาณิชย์, ดิจิทัลฯ, และเกษตรฯ เป็นต้น ด้านกลุ่มภารกิจด้านสังคม อาทิ กระทรวงการท่องเที่ยว, สาธารณสุข, แรงงาน, พัฒนาสังคม, ศึกษาและอุดมศึกษา จากนั้นเป็นภารกิจกลุ่มความมั่นคง เช่น กลาโหม, มหาดไทย, จังหวัดและกลุ่มจังหวัด ปิดท้ายด้วย หน่วยงานอิสระ เช่น รัฐสภา ศาล องค์กรอิสระ หน่วยงานในพระองค์ ส่วนการตั้งคณะอนุ กมธ. ขึ้นมาพิจารณานั้นคงต้องพิจารณาหลังจากที่กมธ.พิจารณาไปแล้ว 2 สัปดาห์

ส่วนการประชุมจะไม่มีการประชุมผ่านระบบซูมเหมือนปีที่แล้ว ที่ให้หน่วยงานต่างๆ ชี้แจงผ่านระบบซูม แต่การพิจารณาในครั้งนี้ผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานที่รับผิด โดยเฉพาะผู้บัญชาการเหล่าทัพจะต้องมาชี้แจงด้วยตนเอง เนื่องจากสถานการณ์โควิดได้คลี่คลายลงไปแล้ว และการพิจารณางบถือเป็นเรื่องสำคัญ หากให้ชี้แจงผ่านระบบซูมก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร เพราะเราต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับทุกฝ่าย

นายยุทธพงศ์ ยังกล่าวถึงงบของกระทรวงกลาโหมว่า จากการฟังอภิปรายในวาระที่ 1 ของกระทรวงกลาโหม ถูกท้วงติงมากโดยเฉพาะเรื่องการจัดซื้ออาวุธของทุกเหล่าทัพ เชื่อว่าในชั้นกมธ.จะต้องมีการตรวจสอบอย่างเข้มข้นแน่นอน เช่น เครื่องบินรบ F35 ที่กองทัพอากาศเสนอซื้อมา อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ส.ส.และกมธ.เพิ่งได้รับเอกสารขาวคาดแดงแต่ไม่มีรายละเอียด แต่ยืนยันว่าเป็นงบฟุ่มเฟื่อยและเป็นไขมันต้องตัดออกไม่ปล่อยผ่านแน่นอน ซึ่งก็เห็นแล้วว่าเรือดำน้ำไม่เป็นประโยชน์ ไม่เหมาะกับภาวะขณะนี้ แต่ปี 2566 กองทัพเรือไม่ได้ตั้งงบเรือดำน้ำลำที่ 2-3 แต่เป็นเรื่องงบผูกพันของลำที่ 1 ที่จะต้องพิจารณา

- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_imgspot_img

Featured

- Advertisment -spot_img
Advertismentspot_imgspot_img
spot_imgspot_img