หน้าแรกHighlight‘ไทยออยล์’เดินหน้าเต็มสูบโครงการCFP หลัง‘ปิดจบ’เคลียร์ปัญหาผู้รับเหมาสำเร็จ

‘ไทยออยล์’เดินหน้าเต็มสูบโครงการCFP หลัง‘ปิดจบ’เคลียร์ปัญหาผู้รับเหมาสำเร็จ

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“ไทยออยล์” เดินหน้าเต็มสูบโครงการ CFP คาดเสร็จเร็วกว่าแผน 3 เดือนจากไตรมาส 3 เป็นไตรมาส 2 ปี 2571 หลังเคลียร์ผู้รับเหมา แถมลดต้นทุนโครงการได้หลายพันล้านบาท

นายบัณทิต ธรรมประจำจิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการพลังงานสะอาด (Clean Fuel Project : CFP) ว่าบริษัทมีการจัดจ้างผู้รับเหมา EPCM (Engineering, Procurement, and Construction Management) เมื่อปี 2568 ที่ผ่านมา เพื่อทำหน้าที่ผู้จัดการโครงการ และจัดจ้างผู้รับเหมาเพิ่มเติม เพื่อเร่งก่อสร้าง CFP ให้แล้วเสร็จ

โดยตั้งเป้าหมายจะดำเนินการเสร็จเร็วกว่าแผน 3 เดือนเป็นไตรมาส 2 /2571 ซึ่งการบริหารโครงการตามสัญญาใหม่ในปีนี้ มีความคืบหน้าแล้วประมาณ 8-9% จากความคืบหน้าทั้งหมด 97% โดยคาดว่า จะสามารถประหยัดงบลงทุนได้หลายพันล้านบาท 

Oil and gas refinery plant or petrochemical industry on blue sky sunset background, Factory at twilight time, Gas furnace and smoke stack in petrochemical industrial

ทั้งนี้โครงการ CFP ซึ่งเป็นโครงการลงทุนหลักของบริษัทฯจะเพิ่มกำลังการกลั่นน้ำมันจากปัจจุบัน 275,000 บาร์เรล/วัน เป็น 400,000 บาร์เรล/วัน หรือเพิ่มขึ้น 40% และสามารถใช้น้ำมันดิบชนิดหนัก (Heavy Crude Oil) ที่มีราคาถูก จากสหรัฐฯ แคนนาดา ตะวันออกกลาง ดังนั้นหากน้ำมันดิบหนักจากเวเนซุเอลาออกสู่ตลาด จะส่งผลดีต่อโรงกลั่นไทยออยล์ในอนาคต ซึ่งไทยออยล์เป็นโรงกลั่นเดียวในประเทศไทยที่สามารถกลั่นน้ำมันดิบชนิดหนักได้ คาดว่าจะทำให้เราได้กำไรเบื้องต้น (Gross Refining Margin : GRM) ประมาณ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี

บัณทิต ธรรมประจำจิต

นายบัณทิต กล่าวย้ำว่า ตอนนี้ไทยออยล์ผ่านจุดสำหรับกาประกอบกิจการของไทยออยล์เน้น เรามีสัดส่วนกำไรจากธุรกิจการกลั่น 70% ซึ่งในปีนี้ค่าการกลั่นอยู่ในเกณฑ์ดี เนื่องจากโรงกลั่นในสหรัฐ และสหภาพยุโรปทยอยปิดตัวจากเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม คิดเป็นกำลังการกลั่นที่หายไปราว 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทำให้ค่าการกลั่นในปีนีทรงตัวในระดับดีหรือประมาณ ​5-6 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากรวมธุรกิจอื่นๆ อาทิ สารทำผงซักฟอก น้ำมันหล่อลื่น จะมีค่าการกลั่นเป็น 7-8 ดอลลาร์ ประกอบกับในปีนี้เราไม่มีชัตดาวน์โรงกลั่น หลังจากทำไปเกือบทุกยูนิตในปีที่ผ่านมาไปแล้ว ดังนั้นปีนี้เราจะเดินหน้าผลิตอย่างเต็มที่  โดยเราตั้งเป้าหมาย EBITDA ที่ 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้

นอกจากนี้การที่บริษัทได้มีการบริหารจัดการด้านการเงินตลอดปีที่ผ่านมา ทำให้เรามีสภาพคล่องดี โดยมีเงินสดในมือกว่า 1,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากที่มีอยู่เดิม 1.000 ล้านดอลลาร์ และเมื่อต้นปีที่ผ่านมาได้ออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนสกุลดอลลาร์สหรัฐ หรือ “หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์” มูลค่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำมาสนับสนุนการลงทุนในโครงการ CFP ซึ่งได้รับการตอบรับจากนักลงทุนทั่วโลก ถือว่าตอนนี้ไทยออยล์มีสภาพคล่องดี

ส่วนกรณีที่ ปตท.เตรียมหา “พันธมิตร” ถือหุ้นในกลุ่มโรงกลั่นและปิโตรเคมีในเครือนั้น นายบัณฑิต กล่าวว่า ใครจะเข้ามาเป็น “พันธมิตร” จะต้องมาสนับสนุนการขยายธุรกิจ ทำให้ธุรกิจผันผวนน้อยลง ซึ่งเป็นเรื่องของ ปตท.ที่กำลังดำเนินการ

โครงการ CPF

อนึ่งโครงการ CPF เป็นโครงการที่ใช้เงินลงทุนจำนวนประมาณ 241,472 ล้านบาท หรือประมาณ 7,151 ล้านดอลลาร์สหรัฐและดอกเบี้ยระหว่างการก่อสร้างประมาณ 37,216 ล้านบาท หรือเทียบเท่าประมาณ 1,078 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมเป็นเงิน 278,688 ล้านบาท จากความล่าช้าจากปัญหาผู้รับเหมาโครงการ ทำให้ต้องใช้เงินลงทุนเพิ่มขึ้น ซึ่งในปี 2567 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติเห็นชอบเพิ่มงบประมาณในโครงการ 63,028 ล้านบาท รวมดอกเบี้ยระหว่างก่อสร้าง 17,922 ล้านบาท รวมเป็นเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้น 80,950 ล้านบาท เพื่อเร่งให้โครงการเสร็จเร็วขึ้น ซึ่งโครงการนี้บริษัทฯ ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นให้ลงทุนตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม 2561

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img