วันอาทิตย์, กุมภาพันธ์ 28, 2021
No menu items!
หน้าแรก COLUMNISTS เศรษฐศาสตร์ข้างทาง

เศรษฐศาสตร์ข้างทาง

- Advertisment -

ธุรกิจมืด…เชื้อร้าย “เศรษฐกิจไทย”

คงไม่มีประเทศไหนที่จะโชคร้ายเหมือนประเทศไทย อันเนื่องมาจากการระบาดระลอกใหญ่ของโควิด-19 นั้นเกิดขึ้นเพราะ ธุรกิจมืด ทั้งจาก ขบวนการค้าแรงงานเถื่อน บ่อนการพนัน และ แหล่งอโคจร เช่นผับที่อยู่ในกำมือของผู้มีอิทธิพลและเจ้าหน้าที่รัฐไม่กี่คน ยิ่งแทบไม่น่าเชื่อว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีเศรษฐกิจมืด หรือเศรษฐกิจใต้ดินใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเลยทีเดียว สะท้อนจากตัวเลขของ The Global Economy ในปี 2015 ระบุว่า มีสัดส่วนอยู่ที่ 43.12% เมื่อเทียบกับขนาดจีดีพีหรือเศรษฐกิจในระบบของประเทศไทย นั่นแปลว่า มีธุรกิจเถื่อนที่อยู่ในระบบเศรษฐกิจในเงามืดของไทยมีขนาดใหญ่เกือบจะครึ่งหนึ่งของเศรษฐกิจจริงๆ...

รัฐบาล”เป็ดง่อย”… เศรษฐกิจขากะเผลก

สำนักวิจัยซูเปอร์โพล เจ้าเก่าที่ใครๆ ก็รู้ว่าเป็นโพลที่เชียร์รัฐบาล "ลุงตู่" ล่าสุดไม่กี่วันที่ผ่านมา ได้ตีแผ่ผลสำรวจจากประชาชนเรื่อง "โควิดรอบใหม่ กับ การปฏิรูป" กลายเป็นว่า ตีแสกหน้ารัฐบาลลุงตู่อย่างจัง เพราะพบว่าส่วนใหญ่หรือร้อยละ 98.5 ระบุ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่รัฐคือ ต้นตอ และอุปสรรค แก้วิกฤตชาติและโควิดรอบใหม่ ทั้งทุจริตต่อหน้าที่ ปล่อยปละละเลย และเจ้าหน้าที่มีส่วนทําเอง รวมทั้งยังเห็นว่า นายกรัฐมนตรี ควรไล่บี้รัฐมนตรีเจ้ากระทรวง...

‘เศรษฐกิจปีฉลู’ไม่ฉลุย ระวังฟื้นตัวแบบ K-Shape

"เศรษฐกิจปีฉลู" เห็นท่าจะไม่ฉลุยเสียแล้ว เปิดมาทำงานวันแรก (4 มกราคม 64) ตัวเลขผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 พุ่งทะยาน 745 คน ทำให้สถานการณ์เศรษฐกิจครึ่งปีแรก ต้องเจอศึกหนักกว่าที่คิด อันเนื่องมาจากโควิดรอบใหม่ มีแนวโน้มฉุดทุกอย่างลากยาว การระบาดรอบนี้…แนวโน้มน่าจะรุนแรงกว่าครั้งก่อน ก่อนที่จะมีการระบาดใหม่รอบนี้ หลายสำนักก็คาดแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2564 น่าจะโงหัวดีขึ้นกว่าปี 2563 แต่หลังจากเมื่อเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ปัจจัยดังกล่าวอาจไม่มีกำลังพอที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เห็น "แสงสว่างปลายอุโมงค์" ได้ เมื่อยังมีปัจจัยลบมากมายเข้ามาเป็นตัวถ่วง...

เศรษฐกิจไทย 2563…จบไม่สวย

ปี 2563 เป็นปีที่คนทั้งโลกใช้ชีวิตความเป็นอยู่อย่างยากลำบากสุดแสนสาหัสจริงๆ วิกฤติครั้งนี้ทำให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงเศรษฐกิจโดยภาพรวมของทั้งโลกอย่างมหาศาล …จากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ในห้วงเวลา 1 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ระบาดครั้งแรกในเมือง "อู่ฮั่น" ประเทศจีนจนถึงทุกวันนี้การระบาดได้ลามไปทั่วโลก ยังไม่มีทีท่าว่าจะเบาบางลง และในหลายประเทศกลับรุนแรงขึ้น รวมทั้งประเทศไทยเราด้วย และน่าห่วงตรงที่เริ่มมีการกลายพันธุ์บ้างแล้ว เหนือสิ่งใดวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น จากโรคระบาดที่มาจากไวรัสโควิด-19 นับว่ารุนแรงที่สุดในรอบ 100 ปี ในแง่เศรษฐกิจก็ได้รับผลกระทบ ประมาณการณ์ว่า เศรษฐกิจโลกจะ -4% ในปีนี้...

สัญญาณ “โควิดรอบ 2″… ข่าวร้ายท้ายปี

คงไม่ต้องถกเถียงแล้วว่า ไทยเกิดระลอกสองแล้วหรือยังจะส่งผลกระทบเศรษฐกิจเสียหายมากน้อยแค่ไหนเมื่อมี "สัญญาณ" จากกรณีเกิดเหตุการณ์สุดช็อกคืนวันเสาร์ที่ 19 ธันวาคมผ่านมา ที่มีการระดมตรวจแรงงานเมียนมาเพื่อสืบหาต้นตอของโควิดระบาดที่ "ตลาดกุ้ง" จังหวัดสมุทรสาครพันกว่าคน พบมีคนติดโควิด-19 มากถึง 548 คน อัตราการพบผู้ติดเชื้อต่อผู้เข้าตรวจ 43% นับว่าสาหัสมาก ระหว่างที่เขียนต้นฉบับตัวเลขยังไม่นิ่ง แต่เชื่อว่าตัวเลขคงสูงอย่างน่าใจหายแน่ๆ ใครๆ ก็รู้ๆ ว่า จังหวัดสมุทรสาครคือ "เมืองหลวงของแรงงานเมียนมา" โดยแท้ ประมาณกันว่ามีแรงงานชาวเมียนมาที่ทำมาหากินจำนวนมาก...

‘โรคล้อมไทย’ หายนะเศรษฐกิจรอบใหม่

อีกไม่กี่วันก็จะหมดปี 2020 และเข้าสู่ปีใหม่ 2021 หลังจากที่คนไทยต้องเผชิญกับสถานการณ์ต่างๆ มาตลอดทั้งปี โดยเฉพาะการระบาดของโควิด-19 แรกๆ มีทีท่าว่าสถานการณ์น่าจะดีขึ้นคนไทยคงเที่ยวปีใหม่ด้วยความสบายใจแต่ก็เกิดเหตุการณ์คาดไม่ถึงจนได้ สืบเนื่องจากรณีหญิงสาวชาวไทยที่ไปทำงานในสถานบันเทิงแบบครบวงจรที่ท่าขี้เหล็กของพม่าที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับอำเภอแม่สายจังหวัดเชียงรายของไทยโดยหญิงสาวเหล่านั้นติด โควิด-19 แล้วลักลอบหลบหนีกลับเข้าไทยผ่านทางช่องทางธรรมชาติ เหตุการณ์ดังกล่าวได้ดับฝันธุรกิจท่องเที่ยวในช่วงปีใหม่ลงอย่างสิ้นเชิง จะว่าไปแล้วสถานการณ์ โควิด-19 ไม่ได้ระบาดหนักเฉพาะแนวชายแดนไทย-พม่าที่คนไทยกำลังหวาดวิตกเท่านั้น แต่กำลังระบาดตามแนวชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านทุกด้าน ซึ่งในเวลาไล่เลี่ยกันคนไทยที่ทำงานในบ่อนคาสิโน แขวงบ่อแก้ว ประเทศลาว 500 คน ก็ขอกลับไทย อีกไม่กี่วันต่อมาคนไทยที่ทำงานในมาเลย์นับร้อย ก็ขอกลับเช่นเดียวกันเนื่องจาก โควิด-19...

“หยุดยาว” กระตุ้นหรือซ้ำเติม…เศรษฐกิจ

ปกติเดือนธันวาคมของทุกปีแทบจะไม่ค่อยได้ทำงานเท่าไหร่ เนื่องจากเป็นเดือนที่มีวันหยุดยาวหลายๆ วันเรียกว่านับตั้งแต่กลางเดือนเป็นต้นไป กิจกรรมทุกอย่างเกือบจะนิ่ง นักลงทุนต่างชาติก็ทะยอยกลับบ้าน แต่ดูเหมือนปีนี้ที่ต้องเผชิญวิบากกรรมจาก วิกฤติโควิด-19 ทำให้เดือนธันวาคมปีนี้ มีเวลาทำงานน้อยลงไปอีก เพราะมีวันหยุดมากขึ้น เนื่องจากรัฐบาลได้การนำวันหยุดสงกรานต์ที่ปีนี้ต้องเจอกับมาตรการล็อกดาวน์ มาทยอยชดเชยเพิ่ม นอกเหนือจากจะชดเชยวันสงกรานต์แล้ว เจตนาลึกๆ ของรัฐบาลก็ใช้วันหยุดยาวเป็นเงื่อนไขช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยการกระตุ้นให้คนไทยไปท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น หลังจากที่ธุรกิจท่องเที่ยวของไทยต้องซบเซาอย่างหนัก ทยอยปิดกิจการ นักท่องเที่ยวต่างประเทศยังไม่สามารถเดินทางเข้ามาเที่ยวบ้านเราได้ จึงต้องหันมารณรงค์ให้คนไทยเที่ยวเมืองไทยแทน อย่างน้อยพอจะช่วยให้ธุรกิจท่องเที่ยวหายใจหายคอสะดวกขึ้นมาบ้าง อันที่จริงมาตรการให้หยุดยาวกระตุ้นเศรษฐกิจให้คนไปท่องเที่ยว ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร หากยังจำกันได้ทำกันมาตั้งแต่ยุครัฐบาลคสช.ที่มี "ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์"...

‘จ่ายคนละครึ่ง’ กระตุ้นเศรษฐกิจด้วยหนี้

หลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเติบโตด้วยหนี้และยอดหนี้เพิ่มสูงขึ้นมาโดยตลอด สถานการณ์ประเทศไทยในอนาคตจึงน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง หากรัฐบาลและประชาชนยังมีความสุขกับการ "เสพติดประชานิยม" อย่าลืมว่า...เหตุผลหนึ่งที่ใช้เป็นข้ออ้างของการรัฐประหาร "รัฐบาลยิ่งลักษณ์" โดย "คสช." ในปี 57 นั่นคือนโยบาย "ประชานิยม" ที่สร้างความเสียหายให้กับระบบเศรษฐกิจของประเทศ ขณะเดียวกันนับตั้งแต่รัฐบาลคสช. จนถึงรัฐบาลลุงตู่ในปัจจุบัน นโยบาย "ประชานิยม" ก็ยังอยู่และมีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดโครงการ "คนละครึ่ง" ที่รัฐบาลช่วยชาวบ้านจ่ายเงินซื้อสินค้าครึ่งหนึ่ง สูงสุดวันละ 150 บาท...

‘ซีพี’ซื้อคืน’เทสโก้’ ….กับชะตากรรม SME ไทย

เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว ขณะการเมืองกำลังชุลมุนวุ่นวายจนฝุ่นคลุ้งไปหมด จนไม่ได้สนใจกับ ข่าวใหญ่ อย่าง กรณี "คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า" ซึ่งกรรมการเสียงข้างมาก มีมติอนุญาตให้รวมธุรกิจระหว่าง บริษัท ซี.พี. รีเทล ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด และ บริษัท เทสโก้ สโตร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ทั้งนี้ คณะกรรมการเสียงส่วนใหญ่ เห็นว่า การรวมธุรกิจ ดังกล่าว...

เลือกตั้งท้องถิ่น…เงินสะพัดแสนล้าน ปั๊ม’ศก.รากหญ้า’

ขณะที่ บรรยากาศการเมืองในกทม.ร้อนระอุ แต่ที่ต่างจังหวัดตอนนี้บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความคึกคัก หลังจากที่รัฐบาลประกาศให้มี การเลือกตั้งสมาชิกและนายก อบจ. 76 จังหวัดทั่วประเทศ โดยจะเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคมนี้ ปรากฏว่ามีนักการเมืองหน้าเก่า-หน้าใหม่ ระดับท้องถิ่น และอดีตนักการเมืองระดับชาติ เข้าลุยศึกครั้งนี้อย่างอุ่นหนาฝาคั่ง ยอดผู้สมัครทั่วประเทศ รวมจำนวน 8,521 คน แบ่งออกเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ. จำนวน 335 คน ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิก...

อนาคตเศรษฐกิจไทย…หลังเลือกตั้งอเมริกา

ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา...จนถึงเวลานี้ คงไม่มีปฏิหารย์สำหรับ "โดนัล ทรัมป์" อีกแล้ว ผลการนับคะแนนเป็นที่ชัดเจนว่า "โจ ไบเดน" ชนะการเลือกตั้ง มีคะแนนทิ้งขาด แม้ว่ายังนับคะแนนไม่เสร็จก็ตาม แต่เชื่อว่าคนทั้งโลกคงจะหายใจหายคอคล่องขึ้น เท่าที่ติดตาม นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เห็นไปในทางเดียวกันว่า หาก "ไบเดน" เป็นประธานาธิบดีสหรัฐ สถานการณ์โลกคงจะผ่อนคลายความตึงเครียดลง คงไม่ร้อนระอุเหมือนในยุคของ "ทรัมป์" โดยเฉพาะนโยบายทำ "สงครามการค้า" ที่ทรัมป์ใช้เป็นอาวุธต่อรองกับประเทศคู่ค้า เฉพาะอย่างยิ่งกับจีน คงจะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น ก่อนหน้านี้ไบเดนได้ประกาศชัดเจนว่า...

‘จีเอสพี.-บาทแข็ง-ศก.โลก’ วิบากรรมส่งออกไทย

เมื่อเร็วๆ นี้ สหรัฐประกาศตัดสิทธิ์ GSP “จีเอสพี.” (สิทธิพิเศษด้านภาษีอากร) สินค้าส่งออกของไทย ซึ่งจะมีผลในวันที่ 30 ธันวาคมนั้น "ทรัมป์" อ้างว่า...เนื่องจากไทยไม่สามารถเปิดตลาดนำเข้าหมูจากสหรัฐ แม้ว่าจะมีการเจรจาการค้ามานานกว่า 12 ปีแล้วก็ตาม โดยในปี 2018 ที่ผ่านมา สมาคมผู้ผลิตเนื้อหมูของสหรัฐ ได้ขอให้สหรัฐ ตัดสิทธิ์ GSP ของไทย เนื่องจากผู้ผลิตของสหรัฐไม่สามารถเข้าถึงตลาดในประเทศไทย กล่าวสำหรับ "จีเอสพี."...

ผู้ว่าฯแบงก์ชาติชี้ศก.ไทย… “ไม่เท่าเทียม-ปัญหายาว-ไม่แน่นอน”

วันอังคารที่ผ่านมา "ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ" ผู้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยคนใหม่ ที่เพิ่งรับไม้ต่อจาก "ดร.วิรไท สันติประภพ" ซึ่งได้พ้นวาระไปหมาดๆ ออกมาพบปะสื่อมวลชนพร้อมกับโชว์วิสัยทัศน์ในการแก้วิกฤติเศรษฐกิจ หลังคลายล็อกดาวน์ และเป็นการเปิดตัวสู่สาธารณะครั้งแรกหลังจากที่หลายคนรอฟังว่าจะมีนโยบายการเงินอะไรใหม่ๆ ออกมาหรือไม่ เท่าที่ติดตามถ้อยแถลงก็ไม่ผิดหวัง เพราะมีแนวคิดใหม่ๆ นำเสนอและชำแหละปัญหาเศรษฐกิจไทยหลังคลายล็อกได้ชัดเจนถึงกึ๋น "ดร.เศรษฐพุฒิ" แถลงว่า จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ถือเป็นช็อกที่เข้ามากระทบต่อการเปลี่ยนแปลงในหลาย ๆ ด้าน ที่เห็นคือภาคการท่องเที่ยวจากที่คาด 40 ล้านคน เหลือ 7...
- Advertisment -
- Advertisment -

Most Read

- Advertisment -
- Advertisment -