วันจันทร์, มีนาคม 8, 2021
No menu items!
หน้าแรก COLUMNISTS ริ้วผ้าเหลือง

ริ้วผ้าเหลือง

- Advertisment -

ส่องบทบาท 3 ขุนพลชาวพุทธ..หัวหมู่ทะลวงฟัน!!

วันนี้จะผมพูดถึง "สามขุนพล" หัวหมู่ทะลวงฟัน ที่กำลังจะกลายเป็นขวัญใจชาวพุทธอยู่ ณ ตอนนี้ คนแรก การปรากฏกายขึ้นของ นายกรณ์ มีดี หัวหน้าพรรคแผ่นดินธรรม ในฐานะที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ได้สร้างสีสันให้กับชาวพุทธมิใช่น้อย หลังการเลือกตั้งเมื่อต้นปี 62 กรณ์ มีดี ในนามหัวหน้าพรรคแผ่นดินธรรม ที่อาสาหวังเป็นปากเป็นเสียงแทนพระคุณเจ้าและชาวพุทธในสภา ''กลับพ่ายแพ้ยับเยิน'' ทั้ง ๆ ที่ทุกนโยบายล้วนเป็นความต้องการของชาวพุทธทั่วประเทศ ล่าสุดบทบาทของกรณ์ มีดี ในที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการศาสนา ฯ ...

เรียกร้อง : ความยุติธรรมในสังคมสงฆ์

อ่านคำสัมภาษณ์ของยุวสงฆ์ปลดแอก หรือ คณะปฎิสังขรณ์การพระศาสนาใหม่ผ่าน เว็บไซต์ thebuddh.com   ที่ไปสัมภาษณ์แกนนำเอาไว้ มีวรรคสุดท้ายที่ฝากถึงสังคมสงฆ์และชาวพุทธว่า "ความยุติธรรม คือ สิ่งเดียวที่จะทำให้สังคมสงบสุข" พร้อมกับระบุเป้าหมายของการเคลื่อนไหวของกลุ่มเอาไว้เฉพาะหน้าคือ “การแก้ไขพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ 2505 ให้เป็นประชาธิปไตย” แบบนี้คิดว่า มาถูกทางแล้ว  ดำเนินการแบบนี้ดึงการมีส่วนร่วมและกองสนับสนุนจากสังคมสงฆ์ได้มาก ขอให้จบอยู่แค่นี้...อย่าทะลุเพดานมากไปกว่านี้ แค่ พ.ร.บ. 2505 นี้ก็ไม่รู้จะไป "รอดหรือไม่" พ.ร.บ.คณะสงฆ์ 2505อย่างที่บอกว่าจะมาในห้วงเวลาที่ประเทศปกครองด้วยอำนาจพิเศษ ตั้งแต่ยุค จอมพล...

สารถึง…”กรรมการมหาเถรสมาคม”

แค่คำพูดของ มหาไพรวัลย์ ที่ว่า "สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเป็นบิดาของคณะสงฆ์ตั้งแต่เมื่อไร" บรรดามหาเถรสมาคม นับตั้งแต่ สังฆราช ลงมา จนถึง เจ้าคณะหนใหญ่ เจ้าคณะภาค "หากอาสนะเก้าอี้ไม่ร้อน อาสนะไม่สะเทือน ก็ไม่รู้จะมีไว้ทำไม" @หลายปีมานี้ "สังคมสงฆ์ถูกรังแก ปู้ยี้ปู้ยำ" โดยอ้างชนชั้นสูง หลายครั้งหลายคราด้วยกัน ทั้ง ๆ ที่จริงหรือเปล่าก็ยังพิสูจน์ไม่ได้ เรื่องนี้แม้แต่พระสมเด็จบางรูปก็บอกว่า "ไม่จริง" เป็นเพียงการดำเนินการของกลุ่มบุคคลกลุ่มหนึ่งมาแทนที่ "กลุ่มตู้กระจก" อันยิ่งใหญ่และทรงอิทธิพลในอดีตเท่านั่น สังคมสงฆ์เสียบุคลากรผู้มีวิสัยทัศน์ คนเก่ง...

ปี’64 สังคมสงฆ์กำลังเข้าสู่ ‘สังคมคนพิการ’

มีคนถามว่า  สังคมพระสงฆ์ในปี’ 64 นี้มีอะไรที่น่าจับตาและติดตามบ้าง ตอบแบบฟันธงเลยว่า ทุกอย่าง "มืดไปหมด" มองไม่เห็นอนาต ไม่มีอะไรให้น่าติดตาม และหากยังเป็นเช่นดั่งทุกวันนี้ สังคมพระสงฆ์คงไม่ขยับเขยื้อนอะไรที่นำไปสู่ เพื่อความเจริญและความมั่นคงให้กับพระพุทธศาสนา คณะสงฆ์ตั้งแต่มหาเถรสมาคมจนถึงระดับเจ้าอาวาสถูก "แช่งแข็ง" เหมือนเดิม ส่วนคณะปฎิสังขรณ์การพระศาสนาใหม่คง "ถูกเก็บ" ไม่ก็ "ถูกจับสึก" เรียบร้อยหอกข้างแคร่ของมหาเถรสมาคมและบิ๊กตู่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เหตุผล !! นับมาตั้งแต่มีมหาเถรสมาคมชุดใหม่มาตั้งแต่ปลายปี 2561 จนถึงปัจจุบัน ลองหลับตาพิจารณา "แบบไม่มีอคติ" หรือ "แบบคิดให้เข้าข้าง"...

บทบาทคณะสงฆ์…ในภาวะวิกฤติ’โควิด 19′

หยุดเทศกาลปีใหม่ไปหลายวัน เห็นข่าวเจ้าอาวาสอย่างน้อย  2-3 วัดติดโควิดอดเป็นห่วงไม่ได้ เนื่องจากเจ้าอาวาสปฎิเสธการต้อนรับญาติโยมที่มาหาลำบาก ท่ามกลางสถานการณ์แบบนี้คงไม่มีอะไรดีไปกว่า ให้ทุกคนรู้จักปกป้องตนเองการให้กำลังใจซึ่งกันและกัน และในฐานะพระภิกษุที่ทั้งตัวพระภิกษุและชาวพุทธเชื่อมาตลอดว่าเป็น ''ผู้นำทางจิตวิญญาณ'' คงปฎิเสธบทบาทตัวเองไม่ได้ที่จะต้องร่วมกันสร้างพลังใจให้สังคมมีแรงสู้กับมหันตภัยร้ายแรงที่เกิดขึ้นครอบคลุมทั่วโลกนี้ แต่มิใช่ ''สวดมนต์ไล่โควิด'' เพราะโควิด มันไม่ได้สามารถไล่ได้ แต่ต้องให้สติและปัญญากับสังคมว่า เราจะผ่านสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร โดยเฉพาะสภาพจิตใจที่มากระทบกับหลายครอบครัวที่ต้องสูญเสียความมั่นใจทั้งเรื่อง ความปลอดภัยและความมั่นคงในชีวิตและภาวะเศรษฐกิจที่มากระทบกับครอบครัว บทบาทคณะสงฆ์นอกจากควรทำสิ่งที่กล่าวมาแล้วข้างต้น การตั้งโรงงาน ออกแจกจ่ายอาหาร ช่วยเหลือครอบครัวคนยากจนและผู้สูงอายุ เมื่อคราวโควิดระบาดครั้งแรก หลายวัด ค่อนข้างทำดี แต่คราวนี้เงียบ จะมีบ้างก็หลวงพ่อแดง...

สมเด็จเกี่ยว วัดสระเกศ : เกือบได้เป็น “สังฆราช”

  ย้อนกลับไปในห้วงเวลาที่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก หรือพระนามใหม่คือ "สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร สกลมหาสังฆปริณายก" ทรงประชวรประทับอยู่ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์นั่น ช่วงที่พระองค์ทรงประชวรอยู่มีการเกิดกรณี "ขบวนการปลอมพระลิขิต" ขึ้นหลายฉบับ ดังปรากฏหลักฐานตามมติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 23/2547 ว่ามีการปลอมพระลิขิตหลายกรรมหลายวาระ อาทิ -ปลอมพระลิขิตปลดนายบัณฑูร ล่ำซำ ผู้จัดการและประธานมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัยฯ -ได้มีพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราชเสนอแต่งตั้งพระราชรัตนมงคล เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม ถึงผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แต่พระลิขิตนี้ ตอนหลังสำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราชขอดึงกลับไป -มีการจับกุมบุคคลกลุ่มนี้และพาดพิงถึงพระเถระผู้ใหญ่ด้วย เกิดเรื่องวุ่น ๆ ในช่วงเวลาที่เป็น...

การต่อสู้ของกลุ่มยุวสงฆ์”ยุคแรก”

ปรากฎการณ์ของกลุ่ม "คณะปฎิสังขรณ์การพระศาสนาใหม่" หรือ "กลุ่มยุวสงฆ์ปลดแอก" มิใช่ปรากฎการณ์การใหม่ในสังคมไทยและสังคมสงฆ์ เหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นแล้ว เมื่อปีพุทธศักราช 2477 มีกลุ่มยุวสงฆ์ฝ่ายมหานิกายประมาณ 300 รูปจากวัดต่าง ๆ ในเขตพระนครและธนบุรี เช่น วัดพระเชตุพนฯ วัดอรุณฯ วัดสุทัศน์ นัดประชุมกันที่บ้านคหบดีเขตบางรักชื่อบ้าน "ภัทรวิธม" และเรียกกลุ่มตนเองว่า "คณะปฎิสังขรณ์การพระศาสนา" ปัจจุบัน "คณะปฎิสังขรณ์การพระศาสนาใหม่" เปลียนชื่อของคณะปฎิสังขรณ์การพระศาสนายุคนั้นมาใช้  คณะปฎิสังขรณ์การพระศาสนายุคปี 2477 มีความเห็นร่วมกันในการปฎิรูปการปกครองคณะสงฆ์ให้เสมอภาคตามแนวประชาธิปไตยโดยมีวัตถุประสงค์...

เลือกตั้ง..พระสังฆราช ??

ฉับพลันที่ ไมค์ หรือ นายภาณุพงศ์ จาดนอก ประกาศว่า "ประเทศจะก้าวหน้าได้ทุกอย่างต้องปฏิรูป มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ทั้งผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) หรือพระสังฆราช ประชาธิปไตยประชาชนเป็นใหญ่ ทุกอย่างต้องถูกเลือกตั้งจากประชาชนเท่านั้น" บัดนั้นกองสนับสนุนในวงการคณะสงฆ์ของคณะราษฎรก็หายไปเกือบหมดเกลี้ยง. แม้ตอนหลังจะออกมาแก้ตัวว่า พระสังฆราช ต้องมาจากเลือกตั้งของคณะสงฆ์ก็ตาม แต่ก็มีคำถามตามมามากมาย คำถามบางเรื่อง เช่น จะใช้ระบบเลือกตั้งแบบไหนกับคณะสงฆ์ แบบเยอรมัน แบบญี่ปุ่น แบบอังกฤษ แบบฝรั่งเศสหรือแบบไทย ๆ องค์กรที่จะมาดูแลเลือกตั้ง...
- Advertisment -
- Advertisment -

Most Read

- Advertisment -
- Advertisment -