“นายกฯอนุทิน”…3 เดือนที่ไร้กึ๋น!!

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“ผู้นำประเทศไทย” กำลังเผชิญ ปัญหาวิสัยทัศน์เชิงโครงสร้าง อาทิ ด้านการกระจายอำนาจ ยกเครื่องระบบราชการ ยกเลิกกอ.รมน. โครงสร้างเศรษฐกิจดิจิทัล สัมผัสได้จากตั้งแต่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นั่งตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” ไม่มีการปริปากให้เห็น “ศักยภาพทางความคิด” ในเรื่องเหล่านี้แบบยาว ๆ

ตอกย้ำชัดภาพในช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ว่ากันว่า ระดับทีมยุทธศาสตร์พรรคที่นั่งอยู่ในห้องแอร์ สั่งห้ามขึ้นเวทีดีเบต หรือไปเฉพาะบางเวทีเท่านั้น คนไทยจึงไม่ได้เห็นไหวพริบปฏิภาณการตอบแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง หรือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

ฉะนั้นเมื่อก้าวขึ้นมาเป็น “นายกฯ รอบสอง” ถึงได้เห็นการทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน “ไม่ตรงกับมรสุมใหญ่ของประเทศ”

เอาเฉพาะการแต่งตั้ง “27 รัฐมนตรีภูมิใจไทย” ส่วนใหญ่กลายเป็น “รัฐมนตรีโลกลืม” กระทรวงใหญ่ ๆ ที่สำคัญ นายกฯ ตามใจ “สองเดอะแบก” หรือ มองภาพรวมปัญหาเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจไม่ออก ตีโจทย์ไม่แตก

ถึงกล้าแต่งตั้งเฉพาะ “รัฐมนตรีว่าการ” ไม่ว่าจะเป็น รมว.คลัง รมว.พาณิชย์ โดยไม่มีรัฐมนตรีช่วยว่าการ ทั้งที่งาน 2 กระทรวงล้นทะลัก ที่สำคัญ 2 รัฐมนตรีว่าการฯ ยังรับบทเป็นรองนายกฯ อีก

วันนี้คงได้เห็นภาพทุลักทุเล “สองขุนพลเศรษฐกิจ” ที่งานล้นมือจนหายไปจากจอเรดาร์ นายกฯ ถึงขั้นเปรยปนขัน “รัฐมนตรีคนอื่น เช่น รมว.คลัง รมว.พาณิชย์ ไม่เคยไปกินลาบ สร้างความคุ้นเคยกับนักข่าวเหมือนผม หลังจากนี้ต้องให้ไปปรับปรุงตัว”

ย้อนไปดูบทบาท “สองเดอะแบก” นับตั้งแต่ “รมว.พาณิชย์” นั่งซ้อนท้ายรถพุ่มพวงกับนายกฯ ก็หายเข้ากลีบเมฆ ทางหนึ่งอาจเบี่ยงกลายเป็นเป้าปะทะ อีกทางหนึ่ง เจอปัญหาการบริหารงานในกระทรวงที่ซับซ้อนขยับอะไร กลายเป็นภาพลบไปหมด

เช่นเดียวกับ “ขุนคลังลูกหม้อเก่า” ทางหนึ่งสมัยเป็นราชการในกระทรวง มีการเมืองภายในกระทรวงที่ขับเคี่ยวสู้กันทุกมิติ และอีกทางหนึ่งเป็นคนที่สื่อสารส่งไปไม่ถึงระดับรากหญ้า แม้ตั้งเพจของตัวเองขึ้นมา ก็สะสางปัญหาการสื่อสารสาธารณะไม่ได้

ขณะที่รัฐมนตรีที่เหลือ โลกไม่ลืม แต่โลกจดจำคือ “สุชาติ ชมกลิ่น” รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เฉพาะปมทับล้านโลกของนักอนุรักษ์ก็จำไปจนวันตาย

รวมถึง “ลูกนก-ไชยนก ชิดชอบ” รมว.ดีอี ไม่ได้มีบทบาทโดดเด่นด้านบริหาร ผลักดันเฉพาะโครงการที่ถูกตั้งข้อครหา แต่ระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ดูทรงการตั้งงบประมาณภาพรวมปี 70 ไม่เห็นอนาคต ดาด ๆ

จนเป็นที่มา “หากใครยังเป็นรมต.โลกลืม นายกฯ จะล้มบ้าง อาจไม่จำเป็นต้องให้อยู่ใน ครม.” นายกฯ ประกาศต่อสาธารณะให้บรรดารัฐมนตรีสื่อสารการทำงานต่อสาธารณะ

ในรอบ 3 เดือนยังไม่เห็นมีรัฐมนตรีคนไหน ทำงานเชิงโครงสร้างที่จะสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั้งแผ่นดินในทางบวก มีแต่ “แลนด์บริดจ์” โครงสร้างพื้นฐานที่สั่นสะเทือนทั้งแผ่นดินทางลบ

รวมถึงนายกรัฐมนตรี ผู้บังคับบัญชาของ ครม. ยังทำงานเฉพาะ “รูทีน” เป็นงานปกติของรัฐมนตรีที่มีอำนาจและหน้าที่ต้องทำอยู่แล้ว  นายกฯ กลับไปงานลักษณะแบบนี้เกือบทุกงาน

เช่น ปราบปรามมาเฟียภูเก็ต ทำไมนายกฯ ต้องแอ็กชันเอง ระดับ รมช.มท.ก็เอาอยู่หมัด ไม่ต้องถึงมือนายกฯ และรมว.มท.

ฉะนั้น 10 ก.ค. ครบ 3 เดือนเต็ม หลัง “รัฐบาลอนุทินพลัส” บริหารราชการแผ่นดินนับตั้งแต่แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา

นายกฯ ต้องกล้าโชว์วิสัยทัศน์เชิงโครงสร้างในทุกด้าน และลงมือปฏิบัติจริงให้สมกับมี “พลังพิเศษ” หนุนหลัง พร้อมถอดปลั๊ก “รมต.ลูกเทพ” หรือลดจำนวนรมต.ลูกเทพ เพื่อไปเพิ่มรัฐมนตรีช่วยในกระทรวงพาณิชย์ และรมว.คลัง

“ผู้นำประเทศ” ไม่กล้าเดินตามแนวทางนี้ หลังงบประมาณปี 70 มีผลบังคับใช้ ที่เปรียบเหมือน “ก้อนเค้กแห่งผลประโยชน์” ที่ทุกฝ่ายจ้องเขมือบตาเป็นมัน รับรองวิกฤติศรัทธารัฐบาลหนักหน่วงกว่านี้หลายเท่า

ถึงวันนั้น…โลกจะจดจำ “นายกฯ อนุทิน” ในฐานะ “ผู้นำประเทศที่ล้มเหลว” ระดับเบอร์ต้นของประเทศไทย

……………………………..

คอลัมน์ : ไขกุญแจ-ไขแหลก

โดย #ราษฎรเต็มขั้น

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img