‘วิกฤติพุทธชายแดนใต้’ หรือสายเกินแก้

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

เมื่อเร็ว ๆ นี้มีคนพูดถึง ชาวพุทธชายแดนใต้ จาก 3 แสนคน เหลือ 5 หมื่นคน พร้อมกับสะท้อนปัญหานานัปการ

บางคนเสนอแก้ปัญหาให้ตรงจุดได้ดีที่สุดคือส่ง “ยิว” ไปตั้งรกรากบางคนก็เสนอให้ทำเป็น “เขตอุตสาหกรรม” ส่ง “จีน” เข้าไปอยู่ในพื้นที่

บางคนก็ว่า ให้ “สิงคโปร์” เข้ามาตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือแม้กระทั่ง “บางคน” เสนอประเภท “ตาต่อตา..ฟันต่อฟัน”

“เปรียญสิบ” คิดว่าทั้งหมดคือ..การประชด เพราะในความจริงมันทำไม่ได้

ล่าสุด “โจรใต้” หรือ “กลุ่มแยกดินแดน” วางระเบิด ทำร้ายผู้คน เกิดเหตุรวม 34 จุด นราธิวาส-ยะลา-ปัตตานี

ทำท่า!! เอาไม่อยู่แล้ว!!!

“เปรียญสิบ” ลงพื้นที่ทำข่าวชายแดนใต้หลายครั้ง ตั้งแต่ปี 2548 ยุค “ดร.อุกฤษ มงคลนาวิน” เป็นประธานแก้ปัญหาความขัดแย้งในชายแดนใต้

รถออกจากที่ตั้งไม่ถึง 500 เมตร ระเบิดก็ตามหลัง และช่วงหลังลงไปอีกหลายครั้ง เนื่องจากทำงานร่วมกับ “ศอ.บต.-มท.” เข้าไปในพื้นที่ “สีแดง” ต้องนั่งรถกันกระสุน มี อส.อาวุธครบมือคุ้มกัน แบบนี้ก็มี

เด็กในโรงเรียนปอเนาะส่วนใหญ่ พูดภาษาถิ่น และปลูกฝังให้รักแผ่นดิน “ปาตานี”

ทุกคน..ไม่ชอบเจ้าหน้าที่รัฐ

หากเราศึกษา “ไทม์ไลน์” ที่ปรากฏอยู่ชายแดนใต้ทุกวันนี้ มันต้องดู “ใบปลิว” เมื่อหลายปี มี “ปีศาจ” วาดขึ้น เรียกว่า “แผนบันไดเจ็ดขั้น” สู่ความสำเร็จปลดปล่อยรัฐปัตตานีประกอบด้วย

1.สร้างสำนึกมวลชน ศาสนา ชาติพันธุ์ ประวัติศาสตร์นครปัตตานี รัฐไทยยึดครองรังแก

2.จัดตั้งมวลชน จากสถาบันสอนศาสนา ตาดีกา ปอเนาะ คณะกรรมการ สหกรณ์ ชมรม/สมาคม การกีฬา ตั้งแต่ปี2537-2547 

3.จัดตั้งองค์กร (อยู่เบื้องหลัง) ตั้งแต่ปี 2537-2547

4.จัดตั้งกองกำลังตั้งแต่ปี 2537-2547 (เตรียมการรบ) ชักชวนเยาวชนปฏิบัติการทางทหาร 3 พันคน

5.ปลูกฝังอุดมการณ์ชาตินิยม/แยกดินแดน/ปกครองตนเอง 

6.เตรียมพร้อม (จุดดอกไม้ไฟแห่งการปฏิวัติ) แบ่งงานการทำ/นักการเมือง/ทหาร/นักธุรกิจ/กลุ่มต่อรอง

7.จัดตั้งกลุ่มแยกดินแดนก่อการปฏิวัติโดยการทหาร โดยใช้ความรุนแรงยุแหย่ให้ชาวพุทธมุสลิมเกิดความแตกแยกกันในพื้นที่

“เปรียญสิบ” มองว่า ปัจจุบันบันได 7 ขั้นนี้สำเร็จแล้ว  โดยเฉพาะ “ชาวพุทธ” ในอนาคตตัวเลขจะน้อยลงเรื่อย ๆ และกลายเป็น สังคมเชิงเดี่ยว ไม่ใช่พหุวัฒนธรรมอย่างที่เราอยากให้เป็น

เมื่อสามจังหวัดชายแดนใต้ ไม่เป็น “พหุวัฒนธรรม” การเรียกร้อง “เขตปกครองพิเศษ” หรือเป้าหมายใหญ่คือ “แยกดินแดน” ก็ประสบความสำเร็จ

“เปรียญสิบ” เคยคุยกับ “รัฐมนตรีคนหนึ่ง” ที่เคยดูแลความมั่นคง บอกว่า โดยกายภาพชาวพุทธไทยไม่สามารถสู้ “คนมุสลิม” ได้ อย่างน้อยมุสลิม เขาไม่คุมกำเนิด “ประชากร”เพิ่มขึ้นทุกปี

“เปรียญสิบ” เคยเสนอให้ มส.-พศ. จัดตั้ง “กก.เฉพาะกิจ” ดูแล “ชาวพุทธชายแดนใต้” โดยเฉพาะ ดูแลตั้งแต่แรกเกิด จนถึง ตาย

มันต้องทำงาน “เชิงรุก” กันบ้าง แม้ดูจะสายไปแล้ว แต่ดีกว่าไม่ทำ ทั้งเรื่องทุนการศึกษาเด็กชาวพุทธ โควตาเรียนพิเศษในมหาวิทยาลัยรัฐ โควตาสอบเข้า 4 เหล่าทัพ ปลูกฝังสำนึก “รักบ้านเกิด” จบแล้วบรรจุราชการ กลับไปรับใช้ “ถิ่นกำเนิด”

ส่วนพระภิกษุ-สามเณร เฉกเช่นเดียวกัน “ถวายทุนเรียนฟรี” จบแล้วส่งไปกลับบ้านเกิด มอบตำแหน่ง “เจ้าคณะอำเภอ-เจ้าคณะจังหวัด” พร้อมพ่วงด้วย “สมณศักดิ์” มันต้องมีเครื่องมือจูงใจ..ให้คนทำงานบ้าง

ทุกวันนี้ “พระชายแดนใต้” ไกลปืนเที่ยง “สมณศักดิ์” ไม่เคยไปถึงสักที!!

เรื่องนี้ฝากถึง “องคมนตรี” ที่ดูแลคณะสงฆ์ด้วย เห็นมานั่งร่วมประชุมกับ “พศ.” บ่อยครั้ง

อย่ารับฟังแต่คำรายงานอย่างเดียว!! สั่งให้สำนักพุทธฯ คิดแผนเชิงรุก สร้างขวัญกำลังใจให้กับชาวพุทธและพระสงฆ์ชายแดนใต้ด้วย ก่อนที่ชาวพุทธและวัดชายแดนใต้จะออกจากพื้นที่กันหมด!!  

เรื่องพวกนี้ทั้ง “มส.-พศ.” ต้องช่วยกันคิด ช่วยกันทำ ทั้งพระสงฆ์และชาวพุทธชายแดนใต้ ก็คือพี่น้องร่วมศาสนาเดียวกันกับเรา เป็นพี่น้องร่วมชาติ ร่วมแผ่นดิน อยู่ภายใต้ราชวงศ์จักรีเหมือนเฉกเช่นเดียวกันกับพวกเรา

เมื่อวัดและชาวพุทธ “ไม่หลงเหลือ” อย่าคิดว่า “รูปที่มีทุกบ้าน” จะเหลือตาม พูดถึงปัญหาแล้วต้องการส่งสารถึง “มส.-พศ.” ทีไร อารมณ์ขึ้นทุกที!!

……………………………………..

คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง

โดย…“เปรียญสิบ” [email protected] 

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img