”เรืองไกร” เดินหน้ายื่น ป.ป.ช. จี้ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ 6 สส. พบเงื่อนงำหลายประเด็น ทั้งการถือครองที่ดิน ภ.บ.ท.5 ทรัพย์สินสุทธิเพิ่มขึ้นผิดปกติภายในระยะเวลาสั้นๆ การแจ้งอาวุธปืนสะสมจำนวนมาก รวมถึงข้อสงสัยกรณีสวมใส่นาฬิกาหรูราคาหลายล้านแต่ไม่พบในรายการยื่นแสดง
วันที่ 23 สิงหาคม 2569 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เปิดเผยว่า วันนี้ได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ EMS เพื่อขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินฯ ของ สส. รวม 6 คน ว่ามีการยื่นต่อ ป.ป.ช. โดยถูกต้องตาม พรป. ป.ป.ช. 2561 ในมาตราต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง หรือไม่
นายเรืองไกร กล่าวว่า สส. 6 คน มีรายละเอียดที่ขอให้ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินฯ ดังนี้ 1. นายปรเมษฐ์ จินา สส.สุราษฏร์ธานี พรรคกล้าธรรม ยื่นบัญชีทรัพย์สินกรณีพ้นจากตำแหน่ง สส. เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 โดยแจ้ง ป.ป.ช. ว่ามีที่ดินลำดับที่ 4 เป็น ภบท.5 เนื้อที่ 30 ไร่ ซื้อมาเมื่อปี 2528 มูลค่า 1,500,000 บาท กรณี จึงมีเหตุที่ควรขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบว่า ที่ดิน ภบท.5 ดังกล่าว สส. ถือครองได้ หรือไม่
2. นายพชร จันทรรวงทอง สส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ยื่นบัญชีทรัพย์สินกรณีพ้นจากตำแหน่ง สส. เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 โดยแจ้ง ป.ป.ช. ว่าคู่สมรสมีทรัพย์สินอื่น (ตามเอกสารแนบ) รวมมูลค่า 109,000,000 บาท เมื่อเปรียบเทียบกับบัญชีทรัพย์สินกรณีเข้ารับตำแหน่ง สส. เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 โดยแจ้ง ป.ป.ช. ว่าคู่สมรสมีทรัพย์สินอื่น (ตามเอกสารแนบ) รวมมูลค่า 136,205,300 บาท ซึ่งเห็นได้ว่า มูลค่าทรัพย์สินอื่นของคู่สมรส เพิ่มขึ้นจากวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 15 มีนาคม 2569 เป็นจำนวนเงิน 27,205,300 บาท กรณี จึงมีเหตุที่ควรขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบว่า ทรัพย์สินอื่นที่เพิ่มขึ้นภายในระยะเวลาประมาณ 3 เดือน มีความผิดปกติ หรือไม่
3. นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ยื่นบัญชีทรัพย์สินกรณีพ้นจากตำแหน่ง สส. เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 โดยแจ้ง ป.ป.ช. ว่า มีทรัพย์สินรวม 94,121,276.75 บาท หนี้สินรวม 1,508,079.78 บาท เท่ากับมีทรัพย์สินสุทธิ 92,613,196.97 บาท เมื่อย้อนไปดูบัญชีทรัพย์สินกรณีเข้ารับตำแหน่ง สส. เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2566 พบว่า มีทรัพย์สินรวม 60,170,812.80 บาท หนี้สินรวม 2,724,317.29 บาท เท่ากับมีทรัพย์สินสุทธิ 57,446,495.51 บาท ดังนั้น จะเห็นได้ว่า นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร มีทรัพย์สินสุทธิเพิ่มขึ้น 35,166,701.46 บาท กรณี จึงมีเหตุที่ควรขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบว่า ทรัพย์สินสุทธิที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว เข้าข่ายเพิ่มขึ้นผิดปกติ หรือไม่
4. นายวิทวัส ติชะวาณิชย์ สส.กทม.พรรคประชาชน ยื่นบัญชีทรัพย์สินกรณีพ้นจากตำแหน่ง สส. เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 โดยแจ้ง ป.ป.ช. ว่า มีทรัพย์สินอื่น 9 รายการ มูลค่ารวม 2,686,990 บาท ซึ่งมีทั้งนาฬิกาและปืน เมื่อย้อนไปดูบัญชีทรัพย์สินกรณีเข้ารับตำแหน่ง สส. เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2566 พบว่า มีทรัพย์สินอื่นเป็นนาฬิกา 4 เรือน โดยไม่มีปืน มูลค่ารวม 2,518,990 บาท ดังนั้น กรณี จึงมีเหตุที่ควรขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบว่า ทรัพย์สินอื่นที่เพิ่มขึ้น เช่น ปืน เป็นทรัพย์สินที่ได้มาอย่างไร เมื่อใด มีการแจ้ง ป.ป.ช. โดยถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด หรือไม่
5. นายวรวงศ์ วรปัญญา สส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ยื่นบัญชีทรัพย์สินกรณีเข้ารับตำแหน่ง สส. เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 โดยแจ้ง ป.ป.ช. ว่า มีทรัพย์สินอื่นที่เป็นปืนรวม 18 กระบอก โดยไม่มีรายละเอียดทะเบียนปืน มูลค่ารวม 4,058,700 บาท ได้มาระหว่าง พ.ย. 2567 ถึง พ.ย. 2568 โดยมีหมายเหตุระบุว่า ปืน : เป็นทรัพย์สินที่บิดาซื้อให้ ดังนั้น กรณี จึงมีเหตุที่ควรขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบว่า ปืนทั้ง 18 กระบอก ได้มาโดยชอบ หรือไม่
6. นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นบัญชีทรัพย์สินกรณีเข้ารับตำแหน่ง สส. เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 โดยแจ้ง ป.ป.ช. ว่า มีทรัพย์สินอื่นที่เป็นปืนรวม 7 กระบอก โดยมีรายละเอียดทะเบียนปืนทุกกระบอก รวม 603,000 บาท งาช้างหนึ่งคู่ มูลค่า 100,000 บาท และนาฬิกาอีกสองเรือน คือ นาฬิกาข้อมือยี่ห้อ PATEX PHILIPPE 5230G-014 จำนวน 1 เรือน มูลค่า 900,000 บาท และ นาฬิกาข้อมือยี่ห้อ PATEX PHILIPPE GENEVE จำนวน 1 เรือน มูลค่า 1,000,000 บาท แต่ในบัญชีทรัพย์สินอื่นกรณีเข้ารับตำแหน่ง สส. เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2566 พบการแจ้งนาฬิกาข้อมือยี่ห้อ ROLEX 126710 BLRO จำนวน 1 เรือน มูลค่า 250,000 บาท และยังพบข้อเท็จจริงใน IG ที่ลงภาพนายชัยชนะ เดชเดโช ใส่นาฬิกาเรือนหนึ่ง ซึ่งมีรูปและข้อความระบุเป็นนาฬิกา PATEX PHILIPPE AQUANAUT มูลค่าประมาณ 5,200,000 บาท ซึ่งไม่ตรงกับที่แจ้งในบัญชีทรัพย์สิน ดังนั้น กรณี จึงมีเหตุที่ควรขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบว่า นายชัยชนะ เดชเดโช ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินอื่นประเภทนาฬิกาโดยถูกต้อง ครบถ้วน หรือไม่
“ขอให้ ป.ป.ช. ตราจสอบบัญชีพรัพย์สินและหนี้สินของ สส.รวม 6 คน ดังกล่าวข้างต้น ว่ามีการยื่นต่อ ป.ป.ช. โดยถูกต้องตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ในมาตรา ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง หรือไม่”นายเรืองไกร กล่าว



















