นายกรัฐมนตรี เรียกฝ่ายความมั่นคง-กองทัพ ถกเครียดประเมินสถานการณ์เหตุป่วน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 51 จุด ก่อนออกเดินทางลงพื้นที่จังหวัดน่าน เร่งประชุมคอนเฟอเรนซ์ติดตามการแก้ปัญหาน้ำท่วมภาคเหนือและอีสาน พร้อมเตรียมบินเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลบาดเจ็บจากทุ่นระเบิดที่อุบลราชธานีในช่วงบ่าย
เมื่อเวลา 08.05 น. วันที่ 23 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางถึงท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) เพื่อเตรียมตัวลงพื้นที่ติดตามและแก้ปัญหาสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน โดยนายกรัฐมนตรีได้สวมใส่ชุดนายกองใหญ่ในการปฏิบัติหน้าที่ครั้งนี้
ก่อนออกเดินทาง นายกรัฐมนตรีได้เรียกประชุมด่วนร่วมกับฝ่ายความมั่นคงและผู้บริหารระดับสูง เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบก่อเหตุพร้อมกันหลายจุดรวม 51 จุด ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อคืนวันที่ 22 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยมีผู้ร่วมประชุมสำคัญ อาทิ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง, พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และ พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการ กอ.รมน. ซึ่ง พล.อ.ชัยพฤกษ์ ระบุว่าจะสรุปภาพรวมสถานการณ์ทั้งหมดให้นายกรัฐมนตรีรับทราบโดยเร็ว
ต่อมาเวลา 09.35 น. นายอนุทิน พร้อมคณะ ซึ่งประกอบด้วย พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์, นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์, พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ และ พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ ได้ออกเดินทางจากกองบิน 6 มุ่งหน้าสู่จังหวัดน่าน
ทันทีที่เดินทางถึงจังหวัดน่าน นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเป็นประธานการประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ณ ศาลากลางจังหวัดน่าน ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อติดตามและวางแนวทางแก้ไขปัญหาวิกฤตอุทกภัยทั้งในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างเป็นระบบ
ขณะที่ภารกิจในช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะจะเดินทางต่อไปยังจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเข้าเยี่ยมและให้กำลังใจแก่กำลังพลจากหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการเหยียบทุ่นระเบิดขณะปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 17 ส.ค. ที่ผ่านมา



















