“รัฐบาล-กองทัพ”รวมเป็นหนึ่งเดียว!! เร่งช่วยเหลือ“ชาวน่าน”จากอุทกภัย

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“…… รัฐบาลและกองทัพจะอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชน เราจะช่วยกันจนกว่าสถานการณ์จะผ่านพ้นไป และเราจะไม่มีวันทอดทิ้งประชาชน…..”

@@@……สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่าน พบกันทุกวันเสาร์กับคอลัมน์ “Military Key” ทางเว็บไซต์ https://thekey.news ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 22 ส.ค.69 สถานการณ์ในเวลานี้คงไม่มีอะไรที่จะสำคัญไปกว่าการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย ที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน 

@@@…… ไม่รอช้า….พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ลงพื้นที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการช่วยเหลือประชาชน พร้อมตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพล เจ้าหน้าที่ และประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ย้ำทุกหน่วยบูรณาการการทำงานอย่างเป็นเอกภาพ ระดมกำลังและขีดความสามารถเข้าช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยให้ความปลอดภัยของประชาชนและผู้ปฏิบัติงานต้องมาก่อน ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ มีผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 38 พร้อมกำลังพลและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมปฏิบัติภารกิจ โดย รมว.กลาโหมได้ร่วมลงพื้นที่กับ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย และคณะ เพื่อติดตามสถานการณ์ รับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชน รวมถึงประสานการช่วยเหลือระหว่างหน่วยงานในพื้นที่ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

@@@…… โดย รมว.กลาโหมได้รับฟังรายงานสถานการณ์และผลการปฏิบัติงานของหน่วยในพื้นที่ พร้อมกำชับให้กองทัพบูรณาการการทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทย จังหวัด หน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตำรวจ อาสาสมัคร และภาคประชาชนอย่างใกล้ชิด โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง เพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง ไม่ซ้ำซ้อน และเข้าถึงพื้นที่ที่มีความจำเป็นเร่งด่วน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งพล.ท.อดุลย์ ได้เน้นย้ำว่า สถานการณ์เช่นนี้ทุกหน่วยต้องรวมเป็นหนึ่ง ใครมีคน มีเครื่องมือ มียานพาหนะ หรือมีขีดความสามารถด้านใด ต้องนำมาใช้สนับสนุนกันอย่างเต็มที่ พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติงานด้วยความรอบคอบ รัดกุม และไม่ประมาท เพราะการช่วยเหลือประชาชนต้องดำเนินการอย่างเต็มกำลังควบคู่ไปกับการดูแลความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน

@@@……จากการรับฟังปัญหาด้วยตนเอง รมว.กลาโหม ได้กำชับหน่วยทหารในพื้นที่และหน่วยสนับสนุนให้เร่งสำรวจความต้องการของประชาชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมระดมกำลังพล ยานพาหนะ เรือ เครื่องมือ และยุทโธปกรณ์ที่จำเป็น สนับสนุนการอพยพประชาชน การขนย้ายสิ่งของ การส่งมอบอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็น ตลอดจนเตรียมความพร้อมสำหรับการฟื้นฟูพื้นที่ทันทีเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้โดยเร็วที่สุด พร้อมกันนี้ได้ให้กำลังใจกำลังพล เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครทุกคนที่ปฏิบัติงานท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบาก โดยขอให้ทุกคนดูแลซึ่งกันและกัน ปฏิบัติภารกิจอย่างรัดกุม และคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ

@@@……รมว.กลาโหม กล่าวกับประชาชนว่า ผมได้มาพบและเห็นสถานการณ์ด้วยตัวเอง ได้ฟังจากพี่น้องประชาชน หลายคนบอกว่านี่เป็นน้ำท่วมที่หนักที่สุดในชีวิต ผมเข้าใจว่าทุกคนกำลังลำบาก วันนี้ทุกหน่วยงานเข้ามาช่วยกันอย่างเต็มที่ ขอให้มั่นใจว่า รัฐบาลและกองทัพจะอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชน เราจะช่วยกันจนกว่าสถานการณ์จะผ่านพ้นไป และเราจะไม่มีวันทอดทิ้งประชาชน ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพยังคงติดตามสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดน่านอย่างใกล้ชิด พร้อมสนับสนุนกำลังพล เครื่องมือ และทรัพยากรตามความต้องการของพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งในระยะช่วยเหลือเร่งด่วนและการฟื้นฟูภายหลังน้ำลด โดยยึดหลัก “ทำทันที รวมเป็นหนึ่ง จึงชนะ” เพื่อให้ทุกความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนอย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงสุด

@@@……กองทัพอากาศ….โดยศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศ สนับสนุนเครื่อง C-130 นำส่งสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัย ประกอบด้วย สิ่งของช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ จำนวน 1,300 ถุง จาก หน่วยงานทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ได้แก่ กองบัญชาการกองทัพไทย จำนวน 500 ถุง, กองทัพอากาศ จำนวน 100 ถุง, บริษัท เอไอเอส จำนวน 500 ถุง, ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 100 ถุง, บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จำนวน 100 ถุง พร้อมทั้งอุปกรณ์เครื่องนอน สำหรับทหารกองประจำการที่ออกช่วยเหลือประชาชน จำนวน 20 ชุด, อุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัย และอุปกรณ์ฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน

@@@……นอกจากนี้ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองบิน 46 ยังได้สนับสนุนกำลังพลลงพื้นที่เพื่อฟื้นฟูพื้นที่เทศบาลเมืองน่าน พร้อมสิ่งของจำเป็น อาทิ พลั่วตักทราย, เสื้อยังชีพ, กระสอบทราย, เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง และไม้กวาดทั้งนี้ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศ จะยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเร่งช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยควบคู่ไปกับการปฏิบัติหน้าที่ด้านการค้นหาและช่วยเหลือชีวิตผู้ประสบอุทกภัย โดยบูรณาการควบคู่ไปกับหน่วยงานในพื้นที่

@@@……ที่ห้องสุรศักดิ์มนตรี ในศาลาว่าการกลาโหม พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีอำลาและรับนโยบายแก่คณะนายทหารที่จะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ ณ ต่างประเทศ ประจำปี 2569 จำนวน 25 นาย โดยมี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้แทนสำนักปลัดกระทรวงกลาโหม และเหล่าทัพ เข้าร่วมพิธีฯ โดย รมว.กลาโหม กล่าวให้โอวาทแก่คณะนายทหารว่า การได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งที่ปรึกษาทางทหาร ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร รองผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร นายทหารจัดหา และผู้ช่วยนายทหารจัดหา มิใช่เพียงการไปรับราชการในต่างประเทศ แต่คือการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้แทนของกองทัพไทยและประเทศไทย อย่างภาคภูมิ

@@@……พร้อมขอให้ทุกนายตระหนักว่า ทุกคำพูด การกระทำ และการตัดสินใจ ล้วนสะท้อนถึงภาพลักษณ์และเกียรติภูมิของประเทศ จึงต้องประพฤติปฏิบัติตนด้วยความสุภาพ รอบคอบ มีวินัย และความเป็นมืออาชีพ รักษาเกียรติและศักดิ์ศรีของชาติ ให้สมกับความไว้วางใจที่ได้รับมอบหมาย และยังเน้นย้ำถึงบทบาทในการเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศที่ไปประจำการ โดยมุ่งสร้างความเข้าใจ ความไว้วางใจ และความร่วมมือระหว่างกองทัพของทั้งสองประเทศ พร้อมเปิดใจเรียนรู้ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ภาษา รวมถึงบริบททางการเมืองและความมั่นคงของประเทศเจ้าภาพ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีอย่างยั่งยืน 

@@@……นอกจากนี้ ขอให้ทุกนายปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ รอบคอบ และยึดผลประโยชน์ของประเทศไทยเป็นสำคัญ เนื่องจากข้อมูล การวิเคราะห์สถานการณ์ และข้อเสนอแนะจากผู้ปฏิบัติหน้าที่ในต่างประเทศ มีความสำคัญต่อการกำหนดนโยบายและการตัดสินใจด้านความมั่นคงของประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ด้านความมั่นคงของโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยจำเป็นต้องมีเครือข่ายมิตรประเทศที่เข้มแข็ง โดยคณะนายทหารที่เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ในต่างประเทศ ถือเป็นกำลังสำคัญในการสร้างมิตร สร้างความเข้าใจ สร้างความไว้วางใจ และสร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศไทย

@@@……ให้กำลังใจทหาร…..พล.อ.อ. ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา (ผอ. JIC) ลงพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา บริเวณ ปราสาทตาควาย ปราสาทตาเมือนธม และเนิน 350 เพื่อติดตามสถานการณ์ รับฟังข้อมูลจากผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ และให้กำลังใจกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชนตามแนวชายแดน โดย พล.อ.อ.ประภาส กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ทำให้ได้เห็นสภาพพื้นที่และการปฏิบัติงานจริง รวมทั้งได้รับฟังข้อมูลโดยตรงจากเจ้าหน้าที่ ซึ่งสิ่งที่สร้างความประทับใจอย่างยิ่ง คือ ความเข้มแข็ง ความอดทน ความเสียสละ มีวินัย และความเป็นมืออาชีพของกำลังพลทุกนาย เมื่อมาเห็นด้วยตาตัวเอง ยิ่งทำให้เชื่อมั่นในผู้ปฏิบัติหน้าที่ของเรา ทุกคนรู้หน้าที่ มีสติ มีวินัย และเข้าใจว่าสิ่งที่กำลังรักษาอยู่ ไม่ใช่เพียงฐานหรือพื้นที่ตรงหน้า แต่คืออธิปไตย ความปลอดภัย และผลประโยชน์ของคนไทยทุกคน

@@@……ผอ. JIC กล่าวถึงสถานการณ์บริเวณปราสาทตาควายว่า ฝ่ายไทยยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและไม่ประมาท โดยกรณีวันที่ 9 สิงหาคม เวลาประมาณ 15.42 น. ซึ่งมีรายงานเสียงระเบิดบริเวณด้านตะวันตกเฉียงใต้ของปราสาทตาควาย ฝ่ายไทยรายงานว่าจุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากฐานประมาณ 2.4 กิโลเมตร และประเมินทิศทางว่ามาจากฝั่งกัมพูชา ทั้งนี้ การสื่อสารเกี่ยวกับเหตุการณ์ในพื้นที่ชายแดนจำเป็นต้องยึดข้อเท็จจริงและข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบ ไม่ด่วนสรุปหรือใช้ข้อมูลที่อาจสร้างความเข้าใจผิดและเพิ่มความตึงเครียดโดยไม่จำเป็น ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยจะดำรงความพร้อมและดูแลความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนอย่างเต็มขีดความสามารถ ประเทศไทยต้องการสันติภาพและไม่ต้องการเห็นสถานการณ์ขยายตัวไปสู่ความขัดแย้ง แต่การรักษาสันติภาพต้องดำเนินควบคู่กับการรักษาอธิปไตย ความปลอดภัยของประชาชน และผลประโยชน์ของชาติ การปฏิบัติของฝ่ายไทยจึงต้องมีทั้ง ความพร้อม ความอดกลั้น ความรับผิดชอบ และความเป็นมืออาชีพ โดยยึดกฎหมาย ข้อตกลงที่เกี่ยวข้อง และหลักสากลเป็นกรอบในการดำเนินการ

@@@……ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ผอ. JIC ยังได้รับทราบความคืบหน้าด้านโครงสร้างพื้นฐาน ภายหลังรัฐบาลมีนโยบายเร่งขยายเขตระบบไฟฟ้าไปยังพื้นที่ ปราสาทตาควาย–เนิน 350 โดยตั้งเป้าหมายให้แล้วเสร็จในช่วงต้นปี 2570 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ชายแดนมีความสำคัญต่อทั้งการปฏิบัติงาน การติดต่อสื่อสาร ความปลอดภัย ตลอดจนคุณภาพชีวิตของกำลังพลในพื้นที่ ซึ่งการลงพื้นที่ ปราสาทตาควาย ปราสาทตาเมือนธม และเนิน 350 ครั้งนี้ ทำให้เห็นทั้งความพร้อมของผู้ปฏิบัติหน้าที่และพลังใจที่ส่งถึงกันระหว่างแนวหน้ากับประชาชน“ข้างหน้า มีทหารของเรายืนหยัดทำหน้าที่ ข้างหลัง มีประชาชนคนไทยคอยสนับสนุน เรามีเป้าหมายเดียวกัน คือรักษาแผ่นดินของเรา ดูแลประชาชนของเรา และปกป้องผลประโยชน์ของประเทศไทยอย่างมีศักดิ์ศรี มีความรับผิดชอบ และเป็นไปตามหลักสากล”

…………..

คอลัมน์  : “Military Key”

โดย.. “รหัสมอร์ส

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img