กันยายน…ถอดปลั๊ก “อนุทิน”?

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

ตามโหราศาสตร์บางสำนักแย้มการเมืองผลัดใบช่วงเดือนก.ย. 69 ดูตามจังหวะการเมืองพอเห็นเค้าลาง โดยเฉพาะการเปิดเทอมรัฐสภาสมัยสามัญทั่วไป 25 ส.ค. สถานการณ์การเมืองร้อนฉ่านับตั้งแต่วันแรกแน่ จนถึงวันที่ฝ่ายค้านยื่นญัตติซักฟอกถลกหนังรัฐบาล

เผาหัวเครื่องโดยคดีบาร์โค้ดเลือกตั้งสส. ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวน 5 พยาน หนึ่งในนั้นมี “บิ๊กแหวง” นายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต.ก่อนเจอปมร้อนต่อเนื่องเขย่าตึกไทยสะเทือนไปถึงคลองหลอด เอกซเรย์โกงสอบเข้าท้องถิ่น

ผลตรวจสอบของกระทรวงมหาดไทยและทำเนียบรัฐบาล ไปในทิศทางเดียวกัน “ปิดจบที่ขรก.ระดับสูง” และ “ปรับแก้คะแนนหรือรายชื่อที่ผิดพลาด” โดยไม่มีการเรียกนักการเมืองใหญ่เข้าให้ปากคำใด ไม่ทอดสะพานตามหาผู้บงการโกงบนความคลางแคลงใจของสังคม เงินค่าโกงสอบ 4,500 ล้านบาทอยู่ในปากปลาตัวใหญ่ แต่รัฐบาลจับเฉพาะปลาซิว

สวนทางข้อเท็จจริงอีกชุด ที่คณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.) ที่ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธาน ที่เปิดฉากสอบย้อนหลังแบบไม่มีกั๊ก โดยกวักมือเชิญตั้งแต่ผู้นำเบอร์หนึ่ง ตัวการใหญ่ที่ว่ากันว่าไม่มีใครกล้าแตะ รวมถึง “นักรบห้องแอร์” ซึ่งถือร่างทรงของผู้มีบารมีใหญ่ บนวลีอมตะ “ทุกอย่างให้จบที่ผม” แต่บุคคลเหล่านี้ยังไม่โผล่แม้แต่เงา

กมธ.กำลังชี้ให้เห็นว่าหลังจากเปลี่ยนมหาวิทยาลัยจัดสอบแล้ว “ยังเน่ายิ่งกว่าเดิม” ผู้ที่มีอำนาจสั่งการแบบนี้ได้ต้องไม่ใช่ระดับนักการเมืองธรรมดา สัมผัสได้ทันทีว่ากมธ.เดินเกมรุกหัวหมู่ทะลวงฟัน มันเร้าใจกว่ากระทรวงมหาดไทยและทำเนียบรัฐบาลชนิดไม่เห็นฝุ่น

ขณะที่คดีฮั้วเลือกสว.กำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม โดยเฉพาะเปิดเส้นทางการเงิน พฤติกรรม เปิดประวัติขบวนการทีละคน โยงถึงกำแพงน้ำเงินอันแข็งแกร่ง จนถึงขั้นอ้าง “ข้างบน คือ กกต.” สะกดคนในขบวนการโกงให้เคลิ้มทำตามผู้บงการ ทั้งคดีโกงสอบท้องถิ่น และคดีฮั้วเลือกสว. ตามท้องเรื่องยังไม่สุกงอมพอให้เกิดสถานการณ์ผลัดใบรัฐบาลเดือนก.ย.ได้

เหลืออยู่ประตูเดียวที่มีโอกาส เมื่อส่องดูโครงสร้างอำนาจการเมืองไทย 4 ระดับ 3 เสาหลัก โดยระดับเสาเข็มใหญ่หรือรัฐพันลึก

“อาจารย์พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต” แห่งนิด้า สะท้อนให้เห็นถึงกลุ่มชนชั้นนำ เช่น ข้าราชการหรือข้าราชการระดับสูงที่อยู่แนบชิดศูนย์อำนาจ ทำหน้าที่เดินหมากการเมืองไทย ไม่ออกมาปรากฏตัว แต่เป็นเงาทะมึนอยู่หลังฉาก

โดยมี ระดับกลาง 3 เสาหลักที่ค้ำยันรัฐบาล ทั้งวุฒิสภา องค์กรอิสระ รัฐบาล แต่การพูดถึงหัวชนกำแพง มองอีกมุมหนึ่งคือ อ้างถึงรัฐพันลึก เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับพฤติกรรมที่ทำไม่ถูกต้อง ทำให้ฝ่ายตรงข้าม ฝ่ายตรวจสอบเกรงกลัวจนไม่กล้าแตะต้อง

แต่ความสัมพันธ์ระหว่าง “กลุ่มอีลิทหรือรัฐพันลึก” เริ่มมีเสียงจิ้งจกทักว่า “ผู้นำรัฐบาลท่าท่างไม่ไหว” เพราะตลอด 4 เดือนนำพาประเทศไปต่อไม่ได้ ถึงขั้นชนชั้นนำกลุ่มนี้อาจเริ่มไม่เอาหรือถอดปลั๊ก “ผู้นำประเทศ”

ขึ้นอยู่กับ “นายกฯ หนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล พิสูจน์บทบาทของตัวเองให้เห็นถึงเป็นคนมีกึ๋น โดยเริ่มจากสลัดภาพให้หลุดจากพวกเสพสุขนิยมในยามประเทศวิกฤติ

…………………………

คอลัมน์ : ไขกุญแจ-ไขแหลก

โดย #ราษฎรเต็มขั้น 

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img