“กรวีร์” แจงปมแก้ 4 กฎหมาย เปลี่ยนวิธีจัดสรรเงินภาษีสุรา-ยาสูบ หรือ “ภาษีบาป” ให้ผ่านระบบงบประมาณแผ่นดิน ย้ำไม่ได้ลดเงินที่เอกชนต้องจ่าย แต่ต้องการรวบเป็นกองกลาง ให้หน่วยงานเสนอโครงการขอรับงบ เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้
เมื่อวันที่ 5 ต.ค. ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย และประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงกรณีการรับฟังความคิดเห็นร่างแก้ไขกฎหมายของ 4 องค์กรที่ได้รับเงินสนับสนุนจากบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบริษัทบุหรี่ หรือเงินจาก “ภาษีบาป” ให้เปลี่ยนเป็นการจัดสรรผ่านระบบงบประมาณแผ่นดิน หลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า เรื่องดังกล่าวเป็นร่างกฎหมายที่ สส.เสนอเข้ามา และขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 77
นายกรวีร์กล่าวว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวไม่ได้มุ่งแก้ไขเฉพาะกฎหมายของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับเงินที่จะเข้าสู่กองทุนกีฬา กองทุนผู้สูงอายุ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. โดยเนื่องจากเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเงิน จึงต้องนำเสนอนายกรัฐมนตรีพิจารณาว่าจะเห็นชอบและลงนามก่อนส่งเข้าสู่สภาเพื่อพิจารณาต่อไป ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง
นายกรวีร์ระบุว่า แนวคิดดังกล่าวเป็นร่างที่เสนอโดย สส.พรรคภูมิใจไทย เนื่องจากเห็นว่าเงินที่มาจาก “ภาษีบาป” ควรถูกนำไปใช้อย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่จัดสรรเงินภาษีให้หน่วยงานโดยตรง แล้วหน่วยงานสามารถนำไปดำเนินการโดยไม่ผ่านกระบวนการตรวจสอบที่เพียงพอ
“เจตนาจริงๆ เพื่อต้องการให้เกิดความเป็นธรรม ตรวจสอบได้ และผ่านการพิจารณาจากสภา หรือฝ่ายบริหาร” นายกรวีร์กล่าว
นายกรวีร์อธิบายหลักการว่า แทนที่จะนำเงินจากภาษีดังกล่าวส่งตรงไปยัง สสส. ไทยพีบีเอส กองทุนกีฬา และกองทุนผู้สูงอายุ ก็จะนำเงินมารวมไว้เป็นกองทุนกลาง จากนั้นหน่วยงานที่เคยได้รับงบประมาณสามารถจัดทำโครงการหรือแผนการใช้จ่ายเพื่อยื่นขอรับงบประมาณในแต่ละปี
ทั้งนี้ นายกรวีร์ย้ำว่า ภาคเอกชนยังคงต้องจ่ายภาษีในจำนวนเท่าเดิม และจำนวนเงินที่อยู่ในระบบไม่ได้ลดลง เพียงแต่เปลี่ยนวิธีการบริหารจัดการและจัดสรรเงิน โดยเห็นว่า สสส. หรือไทยพีบีเอส หากมีแผนการใช้งบประมาณประจำปี ก็ควรนำเสนอแผนงานต่อสาธารณะในลักษณะเดียวกับหน่วยงานราชการ เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบการใช้จ่ายเงินได้
“วันนี้เป็นการขอแก้ไขกฎหมายทั้งหมดทั้งก้อน และจะมาดูว่าจากเดิมที่แยกกันอยู่แต่ละฉบับ จะมารวมกันแล้วทำอย่างไรให้การบริหารภาษีบาปมีประสิทธิภาพมากขึ้น โปร่งใส และตรวจสอบได้มากขึ้น” นายกรวีร์กล่าว



















