‘สแกมเมอร์’ทำ‘อนุทิน-ภูมิใจไทย’จุกอก ‘ฝ่ายค้าน’รอ‘เปิดแผล’กลางศึกซักฟอก

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

ในช่วง “รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล” ทั้ง “อนุทิน 1” และ “อนุทิน 2” จะเห็นได้ว่า ปมเรื่อง “สแกมเมอร์” ที่ตกเป็นข่าวหรือฝ่ายค้านออกมาตรวจสอบ ยังไม่มีกรณีใดพุ่งตรงถึง รัฐบาลสีน้ำเงิน-ภูมิใจไทย แบบตรง ๆ ยาว ๆ

จะมีก็แค่พอเริ่มมีข้อกล่าวหาโยงถึงตัว “วรภัค ธันยาวงษ์” อดีตรมช.คลัง ยุครัฐบาลอนุทิน 1 โดยมีข้อกล่าวหาว่า มีส่วนพัวพันกับเครือข่ายสแกมเมอร์ ตัว “วรภัค” ก็ลาออกจากรมช.คลังทันที เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ก่อนที่ต่อมา “อนุทิน” จะออกมาบอกเองว่า “เป็นคนขอให้ วรภัค ลาออกจากตำแหน่ง” ที่ก็คือการ “รีบตัดไฟแต่ต้นลม” ไม่ให้เรื่องลุกลามบานปลายจนส่งผลต่อรัฐบาล

และที่ผ่านมา แม้พรรคฝ่ายค้าน ทั้ง พรรคประชาชน และ พรรคประชาธิปัตย์ จะมีการออกมาตรวจสอบเรื่อง “ทุนเทา-สแกมเมอร์” มาตลอดตั้งแต่รัฐบาล “อนุทิน 1” ยัน “อนุทิน 2” เช่นการโยง “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” สมัยเป็นรองนายกฯและรมว.เกษตรฯ ยุครัฐบาลอนุทิน กับ “เครือข่ายเบน สมิธ” ที่ถูกดำเนินคดีกับ “ภรรยา” (แคทรียา บีเวอร์) ในข้อหา ฉ้อโกงและฟอกเงิน จนมีการตามไปยึดทรัพย์ได้จำนวนมากและขณะนี้หนีอยู่ต่างประเทศ

หรือกรณี “ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว” สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม ที่โดน คดีเว็บพนันออนไลน์และฟอกเงิน จนถูก สำนักงาน ปปง. มีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเพิ่มเติมรวมมูลค่าหลายสิบล้านบาท เป็นต้น

โดยช่วงที่ผ่านมาสมัย “พรรคกล้าธรรม” ยังร่วมรัฐบาลกับ “อนุทิน-ภูมิใจไทย” เรื่องข้อกล่าวหา คนในรัฐบาลเกี่ยวพัน-โยงถึงเครือข่ายสแกมเมอร์ ทำให้ “อนุทิน” เกิดความลำบากใจในการทำงานไม่ใช่น้อยแน่นอน เพราะจะถูกกล่าวหา-วิพากษ์วิจารณ์เสมอว่า รัฐบาลไม่กล้าแตะต้องปราบปรามทุนเทาอย่างจริงจัง ก็เพราะ “เกรงใจคนในรัฐบาล” และเกรงว่า หากสอบสวนตรวจสอบมากแบบลงลึก ผลสุดท้ายจะกลับมาพันถึงคนในรัฐบาล-สส.พรรคร่วมรัฐบาล ที่ทำให้เป็นนายกฯ

จึงไม่น่าแปลกใจ ที่กระแสข่าวหลายกระแสก่อนหน้านี้จะบอกว่า สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ “อนุทิน” ไม่ดึง “พรรคกล้าธรรม” ร่วมรัฐบาล ก็เพราะหาก “ธรรมนัส” มีตำแหน่งในรัฐบาล ฝ่ายค้านจะต้องพยายามโยงเรื่อง “ทุนเทา” มาถึงรัฐบาลอีกครั้ง และอาจมีการยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย กรณีการตั้ง “ธรรมนัส” เป็นรัฐมนตรี ว่าอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมฯ เพราะ “ธรรมนัส” เคยมีประวัติบางอย่างในอดีต ที่ก็อาจเสี่ยงทำให้ “อนุทิน” เจอชะตากรรมเดียวกับ “เศรษฐา ทวีสิน” กรณีการตั้งอดีตทนายถุงขนม “พิชิต ชื่นบาน” เป็นรมต.สำนักนายกรัฐมนตรี

เมื่อ “กล้าธรรม” ไม่ได้ร่วมรัฐบาล “ธรรมนัส” ไม่มีตำแหน่งในรัฐบาล ก็ทำให้ “ฝ่ายค้าน” ไม่สามารถโจมตี “อนุทิน” เรื่องการไม่บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังในการสอบสวนปราบปรามทุนเทา เครือข่ายสแกมเมอร์ได้ และทำให้ “อนุทิน” พูดได้เต็มปาก ว่ารัฐบาลของเขา เอาจริงเอาจังกับเรื่องการปราบปรามทุนเทา สแกมเมอร์ และไม่มีใครในรัฐบาลเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

อย่างไรก็ตาม มาถึงตอนนี้ ปมเรื่อง “สแกมเมอร์” กำลังทำให้ “รัฐบาลอนุทิน” อาจจุกอก พูดได้ไม่เต็มปาก ก็ได้ หลังเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา “รังสิมันต์ โรม” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ออกมาระบุกลางสภาฯ…ว่า “หากรัฐบาลจะตรวจสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์ ก็ควรตรวจสอบให้ครอบคลุมถึง สส.หญิง จ.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ที่สามีอาจเชื่อมโยงกับเครือข่ายสแกมเมอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ”

ทำให้ “สุชาดา ซาง แทนทรัพย์” สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ออกมาท้าทาย สวนกลับทันทีว่า “หากมีหลักฐานจริง ก็เปิดกลางสภาฯเลย” และต่อมา “รังสิมันต์ โรม” ให้สัมภาษณ์สื่อเพิ่มเติมถึงเรื่องนี้ ตั้งข้อสังเกตทรัพย์สินของ “ซาง ไทหยาง” สามีชาวจีนสัญชาติออสเตรเลีย ของ “สุชาดา” ทำนองว่า มีข้อสงสัยบางอย่าง ดังนั้น กมธ.กฎหมายฯ จะออกหนังสือเชิญสุชาดาและ “ซาง ไทหยาง” และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง

“ขณะนี้ข้อมูลที่ปรากฏเกี่ยวข้องกับคริปโตเคอร์เรนซี และเกี่ยวข้องกับการลงทุน น่ากังวลว่า จะมีการฉ้อโกงกันครั้งใหญ่ แต่ผมยังไม่ขอสรุปฟันธง เพราะต้องถือหลักว่าจะต้องสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ก่อน แต่จะต้องตรวจสอบและไล่เส้นเงินทั้งหมด รวมถึงแหล่งที่มารายได้ทั้งหมด และดำเนินการต่อ เอาผิดทางกฎหมาย และทางการเมือง

ขอตั้งข้อสังเกตทรัพย์สินของนายไทหยางที่มีราว 1.9 พันล้าน และปล่อยกู้ให้กับบริษัทหรือกองทุนแห่งหนึ่งถึง 80% ต่อมา บริษัทหรือกองทุนดังกล่าวล้มละลาย จนนำไปสู่แรงสั่นสะเทือนในโลกคริปโตเคอร์เรนซี บุคคลที่เกี่ยวข้องหลายคนถูกจับ และถูกดำเนินคดี ทั้งที่สิงคโปร์และสหรัฐอเมริกา  ซึ่งหลายคนให้การเชื่อมโยงมาถึงนายไทหยาง” รังสิมันต์ โรม ระบุเมื่อวันที่ 2 ต.ค.69

สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ นำทีม สส.หญิงพรรคภูมิใจไทย ออกมาแถลงตอบโต้

ดูแล้ว เรื่องนี้คงไม่จบง่าย ๆ เพราะประเมินได้ว่า ฝ่ายค้านคงมีการเข้าไปเจาะข้อมูล-หาพยานหลักฐานบางอย่างอยู่ เกี่ยวกับประวัติของ “ไทหยาง” สามีของ “สุชาดา” เพื่อจะนำไปใช้อภิปรายไม่ไว้วางใจ โยงไปถึง “อนุทิน” นายกฯได้ ในประเด็นว่า ไม่มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังในการปราบปรามทุนเทา-สแกมเมอร์ เพราะมีคนในเครือข่ายพรรคภูมิใจไทย อาจมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ใช่หรือไม่?

แต่ก่อนจะไปถึงศึกซักฟอก ตอนนี้ก็ทำให้เกิดคู่กรณีระหว่าง สส.พรรคประชาชน กับ สส.พรรคภูมิใจไทย แล้ว เพราะ “สส.สุชาดา” ก็ไม่ยอมตกเป็นเป้านิ่ง ให้ฝ่ายค้านรุกไล่เพียงฝ่ายเดียว เห็นได้จากเมื่อ 2 ต.ค. ก็บุกไปแจ้งความกับตำรวจ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ให้ดำเนินคดีกับ “รังสิมันต์ โรม” ข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และย้ำว่า ทรัพย์สินที่มีการยื่นกับสำนักงานป.ป.ช.ร่วม 1,974,908,877 บาทเป็นยอดที่ยื่นเอกสารชี้แจงเอง ไม่ใช่ข้อมูลที่มีผู้ไปขุดพบตามเส้นทางการเงิน พร้อมยืนยันว่า มีเอกสารเกี่ยวกับการให้กู้ยืม การคืนเงิน และเอกสารที่ชี้แจงต่อ ป.ป.ช.ทั้งหมด

“สามีไม่ได้เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ หากมีข้อสงสัยก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ สำหรับสามี ทำงานหลายด้าน มีบริษัทหลายแห่งที่ลงทุน เป็นนักธุรกิจและนักลงทุน รวมถึงทำธุรกิจสตาร์ทอัพ โดยบริษัทต่างๆ มีการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย และมีการชี้แจงรายละเอียดต่อ ป.ป.ช.”

เรื่องนี้ จะลุกลามบานปลายไปไกลกว่านี้หรือไม่ ฝ่ายค้าน จะมีข้อมูลอะไรโยงถึงสส.พรรคภูมิใจไทย แล้วลากโยงไปอภิปราย “อนุทิน” กลางสภาฯ ได้อย่างหนักหน่วงหรือไม่ รอติดตาม!!!

……………………………………..

คอลัมน์ : ส่องป้อมค่ายการเมือง

โดย “พระจันทร์เสี้ยว”    

                                                         

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img