“……“ขอให้ท่านอุ่นใจ ท่านไม่ได้เดินลำพัง กทม. และสำนักงานเขตเป็นหน่วยงานหลักในพื้นที่ ส่วนกองทัพพร้อมเป็นกำลังสนับสนุน อะไรที่เรามีและสามารถช่วยได้ ขอให้บอกกันตรง ๆ แล้วเราจะช่วยกันแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด…”
@@@……สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่าน พบกันทุกวันเสาร์กับคอลัมน์ “Military Key” ทางเว็บไซต์ https:// thekey.news ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 3 ต.ค.69 สถานการณ์น้ำท่วมขณะนี้ในบางพื้นที่น้ำลดกลับเข้าสู่สภาวะปกติ แต่ยังมีบางพื้นที่ที่น้ำยังท่วม ทุกหน่วยงานได้เข้าให้การช่วยเหลือกับประชาชนที่ประสบอุทกภัย

@@@……ช่วงที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุม การประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัย ที่ ห้องประชุม 1 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อาคาร 3 ชั้น 5 และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดย พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ ส่ง พล.อ.อ.อนุรักษ์ รมณารักษ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นผู้แทนเข้าร่วมการประชุม โดยมีผู้แทนเหล่าทัพ ผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม ในการติดตามสถานการณ์อุทกภัย ประเมินผล กระทบ ตลอดจนกำหนดแนวทางการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนผู้ประสบภัยให้เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

@@@……ในส่วนของกองทัพอากาศ ได้เตรียมความพร้อมและสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดย ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศ ได้ระดมกำลังพล อากาศยาน ยานพาหนะ และเครื่องมือบรรเทาสาธารณภัย เข้าสนับสนุนการปฏิบัติงานในพื้นที่ประสบอุทกภัย ทั้งการช่วยเหลือประชาชน การผลิตอาหารกล่องปรุงสุก การขนส่งสิ่งของจำเป็น การอพยพและรับ-ส่งประชาชนผู้ประสบภัย การส่งกลับผู้ป่วยทางอากาศ การจัดส่งอาหาร น้ำดื่ม ยาและเวชภัณฑ์ รวมถึงการบรรจุและแจกจ่ายกระสอบทราย ตลอดจนสนับสนุนภารกิจอื่น ๆ ตามที่ได้รับการร้องขอ ซึ่งกองทัพอากาศ ได้ใช้ศักยภาพและขีดความสามารถของกองทัพอากาศเพื่อช่วยเหลือประชาชนในยามประสบภัย โดยยึดมั่นในแนวทาง “กำลังใจเพื่อปวงชน กำลังพลเพื่อประชา” พร้อมเป็นกำลังสนับสนุนภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบรรเทาความเดือดร้อนและดูแลความปลอดภัยของประชาชน
@@@……ตรวจการระบายน้ำ….พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมร่วมกับกรุงเทพมหานคร ณ ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร อาคารสำนักการระบายน้ำ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 เขตดินแดง โดยมี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมประชุม เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและหารือแนวทางบูรณาการการช่วยเหลือประชาชนระหว่างกรุงเทพมหานคร กระทรวงกลาโหม เหล่าทัพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การอำนวยการและการปฏิบัติเป็นไปในทิศทางเดียวกัน รวดเร็ว และตรงกับความต้องการของแต่ละพื้นที่
@@@……การประชุมมี พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นางสาวทวิดา กมลเวชช นายพรพรหม ณ.ส.วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ นายไทวุฒิ ขันแก้ว ปลัดกรุงเทพมหานคร พร้อมผู้แทน กอ.รมน. กระทรวงกลาโหม เหล่าทัพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดยเชื่อมต่อผ่านระบบ Video Teleconference (VTC) กับผู้อำนวยการเขตทั้ง 50 เขต ผู้แทนผู้บัญชาการเหล่าทัพ และ พล.อ. ณัฐพงษ์ เพราแก้ว เสนาธิการทหาร เพื่อรับทราบสถานการณ์ ปัญหา และความต้องการสนับสนุนจากแต่ละพื้นที่โดยตรง
@@@……ก่อนการหารือ รมว.กลาโหมได้รับฟังการบรรยายระบบควบคุมและบริหารจัดการน้ำของกรุงเทพมหานคร ทั้งทิศทางน้ำ ระบบคลอง ประตูระบายน้ำ สถานีสูบน้ำ และพื้นที่เฝ้าระวัง เพื่อให้ทุกหน่วยงานเห็นภาพ “น้ำทั้งระบบ” และใช้ข้อมูลสถานการณ์ร่วมกันในการกำหนดพื้นที่เร่งด่วน รวมถึงพิจารณาว่าศักยภาพของกองทัพสามารถเข้าไปสนับสนุนในจุดใดได้อย่างเหมาะสม โดย รมว.กลาโหมเสนอให้มี “ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยระดับเขต” ครอบคลุมทั้ง 50 เขตของกรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นกลไกประสานการปฏิบัติในระดับพื้นที่ เชื่อมโยงสำนักงานเขต กรุงเทพมหานคร กองทัพ และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่การรับข้อมูลสถานการณ์และความต้องการของประชาชน ไปจนถึงการร้องขอและจัดกำลังหรือทรัพยากรเข้าสนับสนุน โดยเน้นเอกภาพในการอำนวยการและการปฏิบัติ ลดความซ้ำซ้อน และทำให้ความช่วยเหลือไปถึงประชาชนได้รวดเร็วและตรงจุด
@@@……พร้อมกันนี้ รมว.กลาโหมได้ขอบคุณกองบัญชาการกองทัพไทยและทุกเหล่าทัพที่ระดมกำลังและทรัพยากรเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยมอบหมายให้ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพไทยจัดฝ่ายเสนาธิการเข้าร่วมทำงานและประสานโดยตรงกับผู้อำนวยการเขตทั้ง 50 เขต เพื่อให้แต่ละพื้นที่มีผู้ประสานงานฝ่ายทหารที่ชัดเจน สามารถแจ้งความต้องการและเชื่อมต่อไปยังเหล่าทัพหรือหน่วยทหารที่มีศักยภาพตรงกับปัญหาได้อย่างรวดเร็ว กระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพพร้อมนำศักยภาพเข้าไป “เติม” ในส่วนที่กรุงเทพมหานครและพื้นที่ต้องการ ทั้งกำลังพล ยานพาหนะ เรือ เครื่องสูบน้ำ เครื่องมือช่าง และยุทโธปกรณ์เฉพาะด้าน โดยกองทัพจะทำหน้าที่เป็นกำลังสนับสนุน ไม่ทำงานซ้ำซ้อนหรือทดแทนหน่วยงานที่มีหน้าที่และความเชี่ยวชาญโดยตรง
@@@……“ขอให้ท่านอุ่นใจ ท่านไม่ได้เดินลำพัง กทม. และสำนักงานเขตเป็นหน่วยงานหลักในพื้นที่ ส่วนกองทัพพร้อมเป็นกำลังสนับสนุน อะไรที่เรามีและสามารถช่วยได้ ขอให้บอกกันตรง ๆ แล้วเราจะช่วยกันแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด” พล.ท.อดุลย์ กล่าว และ กำชับให้กลไกดังกล่าวเริ่มทำงานทันที หากเขตใดยังมีปัญหาหรือข้อติดขัดในการประสานงานกับเหล่าทัพ ให้แจ้งมายัง รมว.กลาโหมได้ทันที เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาและทำให้การประสานงานระหว่างพื้นที่กับหน่วยทหารสามารถเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ รมว.กลาโหมยังเน้นย้ำให้ผู้แทนฝ่ายทหารที่รับผิดชอบการประสานงานในแต่ละพื้นที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่อง ไม่เปลี่ยนผู้ประสานงานโดยไม่จำเป็น เพื่อให้ฝ่ายทหารและผู้อำนวยการเขตสามารถทำงานร่วมกันเป็นทีม รู้จักพื้นที่ เข้าใจปัญหา และลดรอยต่อในการประสานงาน
@@@……ด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวขอบคุณกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพที่เข้ามาสนับสนุนการปฏิบัติงานของกรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่อง พร้อมระบุว่า รู้สึกอุ่นใจที่กองทัพเข้ามาช่วยสนับสนุนในทุกมิติ ซึ่งเป็นการเสริมศักยภาพการทำงานของกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ยังได้รับผลกระทบและต้องการทรัพยากรเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถดูแลประชาชนได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็วยิ่งขึ้น
@@@……ภายหลังการประชุม รมว.กลาโหม พร้อมด้วยปลัดกรุงเทพมหานคร และเจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่เขตลาดกระบัง เพื่อตรวจติดตามการระบายน้ำและการปฏิบัติงานของเรือผลักดันน้ำโดยรับฟังข้อมูลเกี่ยวกับทิศทางการไหลของน้ำ จุดระบายน้ำ และการใช้เรือผลักดันน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำออกจากพื้นที่ พร้อมพิจารณาแนวทางที่กระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพสามารถสนับสนุนกำลัง เครื่องมือ และยุทโธปกรณ์เพิ่มเติมตามความต้องการของกรุงเทพมหานคร โดย พล.ท.อดุลย์ ย้ำว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการนำข้อมูลจากศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมมาดูควบคู่กับสภาพพื้นที่จริง เพื่อให้การสนับสนุนของกองทัพตรงกับปัญหาและความต้องการของหน่วยงานเจ้าภาพ โดยกระทรวงกลาโหมพร้อมสนับสนุนกรุงเทพมหานครและทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง ทั้งในช่วงเร่งระบายน้ำ การดูแลประชาชนที่ยังได้รับผลกระทบ และการฟื้นฟูหลังสถานการณ์คลี่คลาย

@@@……กองบัญชาการกองทัพไทย….พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พร้อมด้วย พล.อ.ศราวุธ จันทร์พุ่ม ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา และคณะ ลงพื้นที่ติดตามภารกิจช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย พร้อมตรวจเยี่ยมการติดตั้งเรือผลักดันน้ำบริเวณคลองประเวศ เพื่อเร่งระบายน้ำและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออก ในการนี้ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย สำนักงานสนับสนุน หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา จัดกำลังพลพร้อมเรือผลักดันน้ำ จำนวน 5 ลำ เข้าติดตั้งและเดินเครื่องบริเวณคลองประเวศ โดยสามารถเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำได้ประมาณ 342,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน เพื่อเร่งผลักดันมวลน้ำออกจากพื้นที่ให้เร็วขึ้น และสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

@@@……คลองประเวศเป็นหนึ่งในเส้นทางระบายน้ำสำคัญของกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออก เชื่อมโยงการระบายน้ำไปยังแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำบางปะกง การเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำในจุดดังกล่าวจึงช่วยลดปริมาณน้ำสะสมและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่โดยรอบ จากนั้น ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและคณะได้ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของกำลังพลประจำโรงครัวพระราชทาน ซึ่งยังคงเร่งจัดเตรียมอาหารปรุงสุกเพื่อส่งต่อให้ประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง กองทัพไทยยังคงระดมกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และขีดความสามารถที่มี สนับสนุนการแก้ไขสถานการณ์อุทกภัยร่วมกับทุกภาคส่วน ทั้งการเร่งระบายน้ำ การเข้าถึงพื้นที่ประสบภัย และการดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็วที่สุด

@@@……กองทัพบกได้ระดมกำลังพลและยุทโธปกรณ์ ลงพื้นที่บูรณาการร่วมกับส่วนราชการ ภาคพลเรือน และจิตอาสาพระราชทาน เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนในพื้นที่ประสบภัยอย่างต่อเนื่องและครอบคลุมในทุกมิติ โดยกำลังสำคัญส่วนหนึ่งก็คือนักศึกษาวิชาทหารจิตอาสา หรือ “รด.จิตอาสา” กำลังพลสำรองของกองทัพบกจากหน่วยส่วนกลางและศูนย์การฝึกนักศึกษาวิชาทหารในสังกัดมณฑลทหารบกทั่วประเทศ เข้าร่วมสนับสนุนภารกิจรวมกว่า 5,000 นาย
@@@……โดยกำลัง “รด.จิตอาสา” ได้ร่วมกับทหารจิตอาสาและจิตอาสาภาคพลเรือน ปฏิบัติภารกิจหลากหลายด้าน อาทิ การลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลสถานการณ์และระดับน้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยง, การสนับสนุนการปฏิบัติงานของโรงครัวพระราชทาน พร้อมลงพื้นที่ส่งมอบอาหาร น้ำดื่ม และเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่ประชาชน, การช่วยเหลือและอพยพประชาชนกลุ่มเปราะบาง เด็กและผู้สูงอายุไปยังศูนย์พักพิง ตลอดจนการช่วยกรอกและลำเลียงกระสอบทราย เพื่อป้องกันและรับมือมวลน้ำที่อาจไหลเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่ชุมชนสำคัญ รวมถึงการสนับสนุนภารกิจของสำนักงานเขต ส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ตามความเหมาะสม

@@@……การลงพื้นที่ของ “รด.จิตอาสา” ถือเป็นผลผลิตสำคัญของการฝึกศึกษาในหลักสูตรการฝึกนักศึกษาวิชาทหาร ที่กองทัพบกโดยหน่วยบัญชาการรักษาดินแดนได้ปรับพัฒนาให้สอดคล้องกับสถานการณ์และภารกิจในปัจจุบัน ซึ่งนอกจากจะมุ่งเน้นการฝึกวิชาทางทหารแล้ว ยังได้ควบคู่กับการน้อมนำแนวพระราชดำริมาประยุกต์ใช้ผ่านโครงการจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เพื่อเสริมสร้างระเบียบวินัย ความกล้าหาญอดทน ความเสียสละ และความรับผิดชอบต่อหน้าที่ พร้อมปลูกฝังจิตสำนึกในการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม ภารกิจของ “รด.จิตอาสา” จึงเป็นทั้งการสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนและการเตรียมความพร้อมเยาวชนสู่การเป็นกำลังสำรองที่มีคุณภาพ มีศักยภาพ และมีจิตสาธารณะ พร้อมนำความรู้และความสามารถมาร่วมสร้างประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ.
…………..
คอลัมน์ : “Military Key”
โดย.. “รหัสมอร์ส”



















