“พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์” โฆษกวิปวุฒิสภา แถลงโต้พรรคประชาชน ปมให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนเรื่อง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ยันไม่มีการแก้ไขบัญชีท้ายเอื้อประโยชน์ “คดีฮั้ว สว.” แจงชัดเหตุผลไม่นิรโทษกรรม ม.112 ทุกกรณี หวั่นเยาวชนถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง เผยกระบวนการยุติธรรมปกติมีช่องทางให้โอกาสคนทำผิดคิดกลับใจอยู่แล้ว
วันที่ 10 ก.ค. 2569 เวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะโฆษคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) และเลขานุการคณะกรรมาธิการร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข หรือที่รู้จักกันในนาม “กฎหมายนิรโทษกรรม” ได้แถลงข่าวตอบโต้แกนนำพรรคประชาชน จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อในลักษณะที่คลาดเคลื่อนและสร้างความสับสนให้แก่สังคม ตนในฐานะ สว. ที่ถูกพาดพิงโดยตรง จำเป็นต้องออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง โดยขอสื่อสารกลับไปยังพรรคประชาชนใน 3 ประเด็นหลัก ดังนี้1. ฉะพรรคอันดับ 2 ทำตัวเป็นเพจ IO ยันบัญชีท้ายร่างไม่เกี่ยว “คดีฮั้ว สว.” ตนไม่เข้าใจว่าเหตุใดพรรคประชาชนถึงพยายามสร้างความเข้าใจผิดอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับบัญชีท้ายร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ โดยกล่าวหาว่าเชื่อมโยงไปถึง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยที่มาของสมาชิกวุฒิสภา และคดีฮั้วเลือกตั้ง สว.
”ขอยืนยันกับพี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนว่า บัญชีท้ายร่างทั้งหมดเราแทบไม่ได้แก้ไขอะไรเลยจากร่างที่สภาผู้แทนราษฎรส่งมา สิ่งที่เราเพิ่มเติมเข้าไปมีเพียง 2 เรื่องเท่านั้น คือ ความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ. 2521 และ พ.ศ. 2558 ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งหรือคดีฮั้ว สว. เลยแม้แต่น้อย พรรคประชาชนบอกว่าไม่ใช่เฟกนิวส์ แต่พฤติกรรมที่ทำอยู่คือเฟกนิวส์ ปากบอกยึดมั่นในระบบรัฐสภา แต่กลับไม่ยอมรับมติเสียงส่วนใหญ่”เลขานุการกมธ.นิรโทษฯ กล่าว
นายพิสิษฐ์ กล่าวต่อว่า ตนเคยศรัทธาพรรคประชาชน แต่อยากขอร้องในฐานะพรรคอันดับ 2 ของประเทศว่า อย่าลดทอนความเชื่อมั่นของประชาชนด้วยการโพสต์ข้อมูลบิดเบือน พอทัวร์ลงก็ลบโพสต์ แล้วออกมาแก้ตัว ผิดก็ต้องยอมรับผิด อย่าทำให้เพจพรรคกลายเป็นเพจไอโอ (IO) 2. กางกฎหมายเยาวชนฯ ตอกกลับ ‘ณัฐพงษ์’ กฎหมายเดิมมีทางออก แต่ต้องยอมรับผิด และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ที่มักใช้คำว่า “เยาวชน” บังหน้าเพื่อผลักดันการนิรโทษกรรมคดีตามมาตรา 112 โดย สว. ได้มีการเพิ่มข้อความในมาตรา 11 วรรคสอง ว่า “กฎหมายนี้จะไม่นิรโทษกรรมแก่องค์ความผิดในมาตรา 112 ทุกกรณี”
นายพิสิษฐ์ อธิบายว่า ฝ่ายนิติบัญญัติควรรู้กฎหมายว่า ใน พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มีมาตรการฟื้นฟูและช่วยเหลือเยาวชนที่กระทำความผิดอาญาอยู่แล้วใน 2 ช่องทางหลัก คือในชั้นสอบสวนหรืออัยการ (มาตรา 90/1): หากเยาวชนยอมรับผิด คณะกรรมการจะทำแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟูและคุมประพฤติ โดยไม่ต้องส่งฟ้องหรือผ่านกระบวนการพิจารณาคดีอาญา ในชั้นศาล (มาตรา 132) หากคดีถึงศาลแล้ว ศาลยังมีอำนาจสั่งให้สถานพินิจฯ จัดทำแผนฟื้นฟูแทนการกำหนดโทษจำคุก และหากทำตามแผนครบถ้วน ศาลจะสั่งจำหน่ายคดี ทำให้เยาวชนไม่มีประวัติอาชญากรรมติดตัว
”วุฒิสภาเพียงแค่ไม่ต้องการสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้ลัทธิบางลัทธิไปหลอกเด็กว่าทำผิดมาตรา 112 แล้วจะไม่ต้องรับโทษ กฎหมายปกติมีช่องทางให้คนที่กลับตัวกลับใจอยู่แล้ว แต่นายณัฐพงษ์กลับบอกว่าไม่มีทางออก พยายามเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ใหม่แต่เนื้อในเหมือนเดิม อ้างปกป้องเยาวชนแต่กลับปล่อยให้เด็กหนีคดีและลอยแพความรับผิดชอบ”
สำหรับกรณีที่นายณัฐพงษ์กล่าวหาว่า สว. กำลังตัดอนาคตเยาวชน โดยเฉพาะกลุ่มที่โพสต์ข้อความโดยไม่มีเจตนานั้น นายพิสิษฐ์ ย้อนถามว่า การศึกษาไทยสอนให้รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ แต่กลับมีลัทธิและผู้ใหญ่บางคนไปปลุกปั่นเยาวชนให้เชื่อข้อมูลเฟกนิวส์ในโลกออนไลน์จนต้องคดี




















