“ธนกร วังบุญคงชนะ” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ขอบคุณศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ชี้เป็นเครื่องมือจำเป็นในภาวะวิกฤต พร้อมเรียกร้องฝ่ายค้านยอมรับคำวินิจฉัยและคำนึงถึงประชาชนที่รอความช่วยเหลือ
วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 นายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่า ขอขอบคุณศาลรัฐธรรมนูญที่ทำให้หลายฝ่ายที่เคยมีความกังวลคลายความกังวลลง
นายธนกร กล่าวว่า สถานการณ์ดังกล่าวถือเป็นช่วงวิกฤตที่ต้องการความรวดเร็วในการแก้ไขปัญหาเพื่อประโยชน์ของประชาชน เนื่องจากวิกฤตเศรษฐกิจหรือวิกฤตพลังงาน เป็นเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างรุนแรง
ทั้งนี้ รัฐบาลไม่สามารถใช้กระบวนการจัดทำงบประมาณตามปกติได้ เนื่องจากต้องใช้ระยะเวลานานและอาจมีวงเงินไม่เพียงพอต่อการรับมือสถานการณ์ ดังนั้น การกู้เงินเพื่อพยุงเศรษฐกิจในช่วงวิกฤตจึงถือเป็นความจำเป็นเร่งด่วน
เมื่อถามถึงกรณีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ระบุว่า ผลคำวินิจฉัยไม่ได้เหนือความคาดหมาย และยังเห็นว่ารัฐบาลไม่จำเป็นต้องออก พ.ร.ก.กู้เงินฉบับนี้ เนื่องจากไม่ได้อยู่ในภาวะเร่งด่วน นายธนกร กล่าวว่า เมื่อคำวินิจฉัยไม่เป็นไปตามที่บางฝ่ายต้องการ ก็ออกมาแสดงความไม่พอใจ แทนที่จะน้อมรับคำวินิจฉัยของศาล
นายธนกร ระบุว่า การใช้งบประมาณดังกล่าวยังมีช่องทางตรวจสอบตามกฎหมาย หากพบว่าการดำเนินการไม่ถูกต้องก็สามารถใช้กลไกที่มีอยู่ตรวจสอบได้
“การกู้เงินดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือประชาชน เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวม เพราะเป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน อยากขอให้ฝ่ายค้านเห็นแก่ความเดือดร้อนของประชาชน เลิกเล่นเกมการเมืองบนความเดือดร้อนของประชาชนสักครั้ง เอาประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้งดีกว่า” นายธนกร กล่าว
ส่วนกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แสดงความกังวลว่า คำวินิจฉัยดังกล่าวอาจกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ เปิดทางให้รัฐบาลกู้เงินเพิ่มเติม แม้ไม่ได้อยู่ในภาวะวิกฤต นายธนกร กล่าวว่า เชื่อว่าไม่มีรัฐบาลใดต้องการกู้เงิน หากประเทศหรือประชาชนไม่ได้เผชิญวิกฤตอย่างแท้จริง
นายธนกร กล่าวเพิ่มเติมว่า โดยเฉพาะรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ทุกนโยบายมุ่งช่วยเหลือประชาชนให้เข้าถึงความช่วยเหลืออย่างแท้จริง และต้องไม่สร้างภาระเพิ่มให้กับประชาชน
พร้อมระบุว่า ข้อกังวลของนายอภิสิทธิ์อาจกลายเป็นการเปิดประเด็นเรื่องบรรทัดฐานใหม่ ทั้งที่ในความเป็นจริงไม่ควรมีรัฐบาลใดคิดกู้เงินก่อนคิดถึงนโยบายช่วยเหลือประชาชน หากประเทศไม่ได้อยู่ในภาวะวิกฤตอย่างแท้จริง.




















