“เปรียญสิบ” เห็น “อดีตเจ้าอาวาสบางคลาน” ไปพบ “บิ๊กตำรวจ” โดยมี “อดีตผู้ว่าฯ สตง.” ร่วมเดินทางไปด้วย บรรยากาศจากสีหน้า เนื้อข่าวที่เสนอ มันทะแม่ง ๆ
“เปรียญสิบ” อ่านจดหมายที่ “นพดล อินดา” สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ตั้งกระทู้ถาม “นายกรัฐมนตรี” และ “พิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส” อดีตผู้ว่าฯ สตง. ทำหนังสือถึง “ผบ.ตร.”
เริ่ม “ไม่ชอบมาพากล” ด้วยความ “อยากรู้” สอบถาม “แหล่งข่าว” หลายสายพูดตรงกันว่า งานนี้ “ไม่จบง่าย”

ตอนนี้มีการทำหนังสือรายงาน “ข้อเท็จจริง” กับ บุคลคลเหนือกว่า “รัฐบาล” แล้ว ยิ่งฟังจาก “เซียนพระคนหนึ่ง” หลังไปพบ “บิ๊กตำรวจ”
ทำให้ “ตาสว่าง” ขึ้นมากมาย เกี่ยวกับระบบ “ยุติธรรม” ในประเทศไทย
“เปรียญสิบ” มองว่า “คณะสงฆ์” ในประเทศไทย เสมือนเป็น “ลูกไก่” ในกำมือ “ชนชั้นอำนาจ” มี “หัวโขน” ผู้ถือกฎหมาย คิดจะทำอะไรก็ได้
ไม่แปลก!! จึงมี “พระหลายรูป” วิ่งเข้าหา “บุคคลพิเศษ” เพื่อเป็น “เกราะกำบัง” ในยามที่ “เภทภัย” เข้ามาถึงตัวทั้งที่ “ตั้งใจ” และ “ไม่ได้ตั้งใจ”
“เปรียญสิบ” จึงเรียกร้องมาตลอดว่า พ.ร.บ.คณะสงฆ์ 2505 หลายมาตรา จำเป็นต้อง..แก้ไข
เดิมเราเชื่อว่า “พระวินัย” จะเป็น “เกราะกำบัง” ที่ดีให้กับคณะสงฆ์ได้

เดิมเราเชื่อว่า “รัฐ” จะเป็น “หน่วยงาน” ในการ “ปกป้อง” และ “คุ้มครอง” คณะสงฆ์เอง
บัดนี้!! ความเชื่อแบบเดิม “คนหัวเก่า” อย่าง “เปรียญสิบ” ใช้ไม่ได้แล้ว
หลายครั้งหลายครา เรามักเห็น “คนของรัฐ” ใช้ “กฎหมาย” มาเล่นงาน “พระภิกษุสงฆ์”
แต่ในยาม “ใจหดหู่”…“เปรียญสิบ” ชื่นใจขึ้นมานิด เมื่อทราบว่ามี “สว.กลุ่มหนึ่ง” ร่วมกับ นักวิชาการด้านพระพุทธศาสนา กำลังเดินหน้าแก้ไข พ.ร.บ.คณะสงฆ์ เท่าที่ทราบสรุปอยู่ 4 เรื่อง ทั้งเรื่องจับสึกพระ ที่สังคมทราบมาตลอดว่า “ง่ายเกินไป”
โดยเฉพาะ มาตรา 29 ที่ระบุว่า พระภิกษุรูปใดถูกจับโดยต้องหาว่ากระทำความผิดอาญา เมื่อ “พนักงานสอบสวน” ไม่เห็นสมควรให้เจ้าอาวาสรับตัวไปควบคุม หรือพระภิกษุรูปนั้น มิได้สังกัดในวัดใดวัดหนึ่ง ให้ตำรวจจับพระภิกษุรูปนั้นให้ “สละสมณเพศ” เสียได้
ตรงนี้คือ “จุดอ่อน” ที่หลายฝ่ายมองว่า เป็นมาตรานี้ “ทำลายล้าง” พระภิกษุชัด ๆ
ประเด็นที่ 2 เกี่ยวกับ “ทรัพย์สิน” ระหว่าง “ของวัด” และ “ของพระภิกษุ” ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของคณะสงฆ์ที่หลายรูปกำลัง “หวั่นไหว” อยู่ขณะนี้
ประเด็นที่ 3 ที่เกี่ยวเนื่องกับ “ทรัพย์สิน” คือ ความเป็น “เจ้าพนักงาน” ของ พระสังฆาธิการ
“เปรียญสิบ” เท่าที่ฟังจากพระภิกษุหลายรูป ต้องการ “ปลดแอก” นิตยภัตไม่ต้องมีก็ได้ แต่ขอไม่เป็น “เจ้าพนักงาน”
ประการสุดท้าย ยุคนี้ “พระภิกษุ” เก่งแม่น “พระวินัย” อย่างเดียวไม่พอ มันต้องรู้เรื่อง “กฎหมาย” เพื่อ “เท่าทัน” ความเปลี่ยนแปลงโลกด้วย เป็นที่ “พึ่ง” ยามทุกข์ให้ “ญาติโยม” ได้ด้วย

นั่นคือตอนนี้มีพระหลายรูปเรียนจบ “นิติศาสตร์” จึงอยาก “ต่อยอด” ขอสอบ “เนติบัณฑิต”
“เปรียญสิบ” ฟังจาก “อธิบดีศาลท่านหนึ่ง” บอกว่า แม้กฎหมาย “ไม่ห้าม” แต่ “เนติบัณฑิตยสภา” ก็ยังไม่กล้า!! ให้พระภิกษุเรียน!!
“เปรียญสิบ” มองว่า การแก้ไขพ.ร.บ.คณะสงฆ์ 2505 ที่ล้วนเกี่ยวข้องกับ “คณะสงฆ์ส่วนใหญ่”
ยากยิ่งกว่า..เข็นครกขึ้นภูเขา แต่ทำวันนี้ ดีกว่าไม่ทำ ไม่อย่างนั้น “พระภิกษุ” ก็ถูกรังแกย่ำยีอยู่ร่ำไป..
…………….
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย…”เปรียญสิบ” / [email protected]



















