‘รุทธพล’ปัดDSIปักธงเล่นงานพรรคปชน. ยืนยันไม่มีคำสั่งดองคดีที่ดิน‘เขากระโดง’

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img


“รุทธพล” รมว.ยุติธรรม แจงปมดีเอสไอเชิญ “สมชาติ” สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ชี้แจงคดีถือครองอสังหาริมทรัพย์แทนต่างชาติ ย้ำไม่ทราบรายละเอียด-ไม่ก้าวก่ายการทำงานของดีเอสไอ ปัดข้อกล่าวหาปักธงเล่นงานพรรคประชาชน พร้อมแจงคดีฮั้ว สว. 229 ราย ให้ถาม กกต.และดีเอสไอโดยตรง ยืนยันไม่มีคำสั่งดองคดีเขากระโดง ลั่นไม่มีการอุ้มพวกพ้อง


เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 20 ส.ค. ที่ห้องประชุม 10-01 ชั้น 10 กระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) อยู่ระหว่างสืบสวนกรณีนายสมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ซึ่งพบข้อมูลว่าเป็นกรรมการและถือหุ้นในบริษัทเอกชน จนถูกตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการถือครองอสังหาริมทรัพย์แทนคนต่างชาติ อาจเข้าข่ายเป็นนอมินีตามประมวลกฎหมายที่ดินหรือไม่ โดยดีเอสไอได้ออกหนังสือเชิญนายสมชาติให้เข้าชี้แจงในฐานะพยาน วันที่ 31 ส.ค. 2569 ว่า ตนไม่ทราบรายละเอียดของเรื่องดังกล่าว เพียงเห็นข่าวปรากฏในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา

ส่วนกรณีที่สังคมตั้งคำถามว่าเหตุใดดีเอสไอจึงมีการสืบสวนคดีที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองพรรคประชาชนหลายกรณี ตั้งแต่คดี Forex ที่มีความเชื่อมโยงกับนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ หรือ สส.ป้อม จนถึงกรณีนายสมชาติ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ตนไม่ทราบรายละเอียดจริงๆ เช่นเดียวกับกรณีที่ดีเอสไอออกหนังสือเชิญนายสมชาติให้เข้าชี้แจง โดยหากดีเอสไอมีหนังสือเชิญ เจ้าตัวก็ต้องเข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงตามกระบวนการ

“ส่วนประเด็นว่าทำไมจะต้องเป็นการสืบสวนเรื่องคดีนอมินีลงไปที่พื้นที่ในจังหวัดภูเก็ตนั้น ผมยืนยันว่าไม่ทราบในรายละเอียดจริงๆ” พล.ต.ท.รุทธพล กล่าว

ย้ำไม่มีคำสั่งดองคดีเขากระโดง

ส่วนกรณีทนายอั๋น บุรีรัมย์ เดินทางมายื่นหนังสือติดตามความคืบหน้า ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมีข้อสั่งการไปยังอธิบดีดีเอสไอ ไม่ให้ค้างหรือยุติสำนวนการสืบสวนกรณีคณะบุคคลบุกรุกที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ทราบว่าทนายอั๋นเคยมายื่นเรื่องดังกล่าวแล้ว และตนได้ส่งเรื่องให้ดีเอสไอดำเนินการ ซึ่งทราบว่าดีเอสไอได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องแล้ว

“ถ้าจะติดตามผล ท่านควรไปติดตามที่ดีเอสไอจะดีกว่า เพราะว่าผมในฐานะผู้บริหารก็ได้มีข้อสั่งการลงไปแล้ว” รมว.ยุติธรรม กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีทนายอั๋นระบุว่าพยายามติดตามเรื่องดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่มีความคืบหน้า ทั้งในส่วนของการรับเป็นเรื่องสืบสวนหรือรับเป็นคดีพิเศษ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า คงต้องเร่งรัดไปยังดีเอสไอให้ดำเนินการ ส่วนที่มีการกล่าวอ้างว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมีคำสั่งให้ดีเอสไอดองคดีนั้น ยืนยันว่าไม่มีทาง

“ทางดีเอสไอก็ได้มีการดำเนินการไปแล้ว มีการสอบปากคำไปก่อนที่ผมจะมาดำรงตำแหน่งที่นี่ ผมกล้ายืนยันได้เลยว่าไม่มีการอุ้มพวกพ้องตามที่เขากล่าวอ้าง เพราะเราคงไปลงรายละเอียดขนาดนั้นไม่ได้” พล.ต.ท.รุทธพล กล่าว

ทั้งนี้ หากต้องการทราบรายละเอียดความคืบหน้าของคดี ขอให้สอบถามจากดีเอสไอโดยตรง เนื่องจากบางส่วนอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล และบางส่วนเริ่มมีการตรวจสอบแล้ว

ปัดตอบคดีฮั้ว สว. ย้ำ กกต.เป็นหน่วยงานหลัก

สำหรับคดีฮั้ว สว. ซึ่งมีบางส่วนเคยอยู่ในการพิจารณาของดีเอสไอ และเดือน ส.ค. 2569 ถือเป็นช่วงสำคัญที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมสรุปสำนวน โดยมีผู้ถูกกล่าวหา 229 ราย ซึ่งประกอบด้วยนักการเมืองและสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบัน ว่าจะให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ถูกกล่าวหาอย่างไร พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ในส่วนของดีเอสไอได้ดำเนินการสอบสวนแล้ว และเมื่อสรุปสำนวนส่งให้พนักงานอัยการคดีพิเศษ ก็มีการส่งสำนวนกลับมา

อย่างไรก็ตาม กกต.ถือเป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบการพิจารณาคดี จึงควรสอบถามรายละเอียดจาก กกต.โดยตรง ส่วนกรณีคณะวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ระบุว่าไม่เคยได้รับพยานหลักฐานเรื่องเส้นทางการเงินเข้าสู่ชั้นการตรวจสอบนั้น ตนไม่ทราบรายละเอียด และขอให้สอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ส่วน กกต.จะให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ถูกกล่าวหาได้หรือไม่นั้น พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ตนไม่มีความคิดเห็นในเรื่องนี้ โดยเชื่อว่าทุกหน่วยงานมีการแบ่งหน้าที่ตามกรอบอำนาจ และพิจารณาจากพยานหลักฐาน

เมื่อถามถึงสำนวนคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ที่ดีเอสไอเคยมีความเห็นสั่งฟ้อง 8 ราย แต่พนักงานอัยการคดีพิเศษส่งสำนวนกลับมา และล่าสุดมีรายงานว่าดีเอสไออาจพิจารณาสั่งฟ้องเพิ่มเติมจาก 8 รายเดิม จนเกิดคำถามว่าจะมีจำนวนผู้ถูกกล่าวหาใกล้เคียงกับ 229 รายในสำนวน กกต.หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า รายละเอียดต้องสอบถามดีเอสไอ เพราะตนเป็นรัฐมนตรีและไม่สามารถลงลึกถึงจำนวนผู้ต้องหาได้

ทั้งนี้ หนังสือของอัยการคดีพิเศษที่ส่งกลับมายังดีเอสไอ จะต้องนำผลการพิจารณาของบอร์ด กกต. ซึ่งจะมีการวินิจฉัยชี้ขาดว่าจะดำเนินคดีกับบุคคลใดบ้าง มาประกอบการพิจารณาสำนวนของดีเอสไอด้วย ส่วนกรอบเวลาที่ดีเอสไอต้องสรุปสำนวนคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ว่าจะใกล้เคียงกับกรอบเวลาของ กกต.หรือไม่ ขอให้สอบถามดีเอสไอ เพราะตนไม่สามารถลงรายละเอียดหรือเข้าไปก้าวก่ายการทำงานได้

ย้ำคดีการเมืองไม่ได้คุยกับนายกฯ

ส่วนกรณีนายพริษฐ์ วัชสินธุ์ หรือ “ไอติม” รองหัวหน้าพรรคประชาชน และเพจ iLaw เดินหน้าเปิดเผยหลักฐานเส้นทางการเงินและพยานปากสำคัญในคดีฮั้ว สว. ซึ่งสังคมเชื่อว่าอาจอยู่ในสำนวนของดีเอสไอด้วยนั้น พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า รายละเอียดภายในสำนวนตนไม่สามารถเข้าไปก้าวก่ายได้ และในเรื่องคดีทางการเมือง ตนไม่ได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรี เนื่องจากคดีฮั้ว สว.ไม่ได้เกี่ยวข้องกับนายกรัฐมนตรี

พล.ต.ท.รุทธพล ยืนยันว่า คดีต่างๆ ที่ดีเอสไอดำเนินการอยู่ในขณะนี้ ไม่ได้หมายความว่าจะต้องปักธงว่าพรรคประชาชนมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ทุกอย่างต้องพิจารณาจากพยานหลักฐาน

“ในเรื่องนี้ ตามข่าวจริงๆ จะพบว่าเขามีสื่อท้องถิ่นที่ร้องมานานแล้ว” พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวถึงกรณีการสืบสวนเรื่องการถือครองอสังหาริมทรัพย์แทนคนต่างชาติใน จ.ภูเก็ต

ขอให้ถามดีเอสไอปมเส้นทางเงิน 33 ล้านคดี Forex

ส่วนกรณีที่ก่อนหน้านี้เคยให้สัมภาษณ์ว่าพบเส้นทางการเงินเพิ่มเติมจำนวน 33 ล้านบาทของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ หรือ สส.ป้อม ในคดี Forex และมีการตั้งคำถามว่าเส้นทางเงินดังกล่าวเชื่อมโยงกับบริษัทใด รวมถึงบริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด ซึ่งเกี่ยวข้องกับเส้นทางเงิน 28 ล้านบาทก่อนหน้านี้หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ขอให้สอบถามรายละเอียดจากดีเอสไอ เนื่องจากตนไม่ทราบว่าเส้นทางการเงินจำนวนดังกล่าวเชื่อมโยงกับบริษัทใด โดยข้อมูลที่ออกมาเป็นเพียงการรายงานเบื้องต้นเท่านั้น

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img