‘ดนุชา’ชี้พ.ร.ก.กู้เงินเดินหน้าต่อตามแผน เร่งรับมือความเสี่ยงพลังงานโลกผันผวน

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

เลขาธิการ สศช. ขานรับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญไฟเขียว พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เชื่อช่วยสร้างความมั่นใจเศรษฐกิจไทย พร้อมเร่งเตรียมแผนรับมือราคาพลังงานผันผวน ชี้งบ 2 แสนล้านช่วงเปลี่ยนผ่านพลังงานต้องเน้นช่วยประชาชนลดต้นทุน

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ที่อาคารรับรองด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ จ.สงขลา นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ว่า เมื่อศาลมีคำวินิจฉัยออกมาแล้วถือเป็นเรื่องที่ดี ทำให้สามารถเดินหน้าดำเนินการตามแผนที่เตรียมไว้ได้

นายดนุชา กล่าวว่า สถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอน แม้สหรัฐอเมริกาและอิหร่านจะมีการลงนามบันทึกข้อตกลงหยุดยิง แต่ยังจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยประเทศไทยต้องเตรียมความพร้อมเพื่อลดความเสี่ยง โดยเฉพาะผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับราคาพลังงาน

เมื่อถามถึงวงเงิน 2 แสนล้านบาทในส่วนของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน จะดำเนินการอย่างไรให้เกิดประโยชน์ตรงเป้าหมาย นายดนุชา กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการหารือแนวทางสนับสนุนให้ประชาชนติดตั้งโซลาร์เซลล์ เพื่อลดภาระค่าไฟฟ้าในแต่ละเดือน ส่วนรูปแบบและรายละเอียดต่าง ๆ ยังอยู่ระหว่างการหารือ

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือการมุ่งเน้นเรื่องการประหยัดพลังงานและลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล ขณะที่โครงการของกระทรวงคมนาคมเกี่ยวกับการสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้า จะต้องหารือรูปแบบให้มีความชัดเจนก่อน โดยยอมรับว่าแนวคิดการแลกรถเก่ากับรถใหม่ยังมีข้อจำกัด เนื่องจากต้องพิจารณาว่ารถเก่าจะนำไปใช้ประโยชน์อย่างไร จึงอาจต้องหาแนวทางอื่นเพิ่มเติม

ส่วนกรณี น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคและ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งข้อสังเกตถึงโครงการของกระทรวงมหาดไทย เช่น การเปลี่ยนรถเก็บขยะ รถพยาบาลเป็นรถไฟฟ้า และระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการเกษตร ว่าเข้าข่ายเป็นการใช้งบฉุกเฉินตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.ก.หรือไม่ นายดนุชา กล่าวว่า โครงการของภาครัฐเป็นอีกส่วนหนึ่ง แต่ควรมุ่งเป้าไปที่ประชาชน เพื่อให้สามารถลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล พร้อมต้องพิจารณาวิธีดำเนินการให้เหมาะสม

สำหรับข้อเสนอให้นำงบประมาณไปพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ หรือสมาร์ทกริด นายดนุชา กล่าวว่า โครงการดังกล่าวมีการเตรียมดำเนินการอยู่แล้ว แต่ไม่สามารถใช้งบจาก พ.ร.ก.กู้เงินฉบับนี้ได้ เนื่องจากเป็นโครงการระยะยาว ต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินงาน และเกี่ยวข้องกับ 3 การไฟฟ้าซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ

นายดนุชา กล่าวว่า หากเป็นงบลงทุนจำเป็นต้องผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ซึ่งอาจใช้เวลานาน และไม่สอดคล้องกับกรอบเวลาการใช้เงินจาก พ.ร.ก.กู้เงิน ที่ต้องดำเนินการภายในเดือนกันยายน ปีงบประมาณ 2570

เมื่อถามว่า การนำเงินกู้ดังกล่าวไปใช้จะช่วยให้เศรษฐกิจไทย หรือจีดีพี ปีนี้เติบโตขึ้นหรือไม่ นายดนุชา กล่าวว่า งบประมาณดังกล่าวจะช่วยสร้างความแน่นอนให้กับสถานการณ์เศรษฐกิจภายในประเทศ และเพิ่มความเชื่อมั่นให้ภาคเอกชน แต่ผลต่อเศรษฐกิจโดยรวมจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการเบิกจ่ายงบประมาณ 2 แสนล้านบาทให้ตรงตามเป้าหมายด้วย.

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img