หน้าแรกCOLUMNISTSผลักดันมาตรการ 1DAAN/1LAB/1DAY สกัดผัก-ผลไม้พิษทะลักเข้าประเทศไทย

ผลักดันมาตรการ 1DAAN/1LAB/1DAY สกัดผัก-ผลไม้พิษทะลักเข้าประเทศไทย

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

มาตรการ 1DAAN/1LAB/1DAY (1 ด่าน 1 แลป 1 วัน) และรายชื่อผักผลไม้ที่ต้องเฝ้าระวังสารพิษปนเปื้อน เป็นมาตรการที่ถูกกำหนดขึ้นมา โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

เมื่อไม่นานมานี้ ทาง คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ได้ประชุมหารือเรื่องดังกล่าว และผลักดันอย่างเข้มข้น เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคชาวไทย จากผักและผลไม้นำเข้าจากจีน ที่ตรวจพบสารเคมีตกค้างสูงจนน่าตกใจ

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ ณ ด่านศุลกากรเชียงของ จังหวัดเชียงราย คณะอนุกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา พบข้อมูลที่น่ากังวลว่า ผักและผลไม้นำเข้ามีแนวโน้มการปนเปื้อนสารเคมีเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะการสุ่มตรวจล่าสุดในช่วงกลางเดือนมกราคม 2569 ที่ผ่านมา พบว่า จากตัวอย่างทั้งหมด 210 รายการ มีสินค้าที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานถึง 54 รายการ หรือคิดเป็นร้อยละ 25 เลยทีเดียว

เพื่อแก้ไขปัญหานี้ ทาง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จึงได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกที่เรียกว่า “1DAAN/1LAB/1DAY” มีสาระสำคัญคือ การบริหารจัดการให้ “1 ด่าน นำส่ง 1 ห้องปฏิบัติการ และทราบผลภายใน 1 วัน (24 ชั่วโมง)”

มาตรการนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญในการทำ Border Rejection หรือการส่งคืนสินค้าทันทีที่หน้าด่าน หากตรวจพบสารพิษในขณะที่สินค้ายังอยู่ในการตรวจสอบของศุลกากร นอกจากนี้ยังช่วยลดภาระทางคดีของผู้นำเข้า และที่สำคัญที่สุดคือ “สกัดกั้นไม่ให้สินค้าอันตรายกระจายไปถึงมือผู้บริโภค”

เนื่องจากการบริโภคผัก ผลไม้ ที่ปนเปื้อนสารพิษเหล่านี้ ส่งผลให้คนไทย ต้องมีความเสี่ยงกับการเป็นโรคร้าย เช่น “มะเร็ง” เพิ่มมากขึ้นทุกปี รวมไปถึงหากมีการขนส่งผัก ผลไม้ที่ปนเปื้อนเหล่านี้ มาทางรถไฟความเร็วสูง การตรวจสอบจำเป็นต้องมีความเข้มข้นมากขึ้นไปอีก

จากการศึกษาความเสี่ยงและผลการตรวจล่าสุด พบกลุ่มเป้าหมายที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด 10 ชนิด ได้แก่

กลุ่มผัก 5 ชนิด ประกอบด้วย ผักกาดหอม, ขึ้นฉ่าย, ผักชี, ผักกาดหวาน และผักกาดฮ่องเต้

กลุ่มผลไม้ 5 ชนิด ประกอบด้วย พุทรา, เลมอน, องุ่น, ส้ม และสตรอเบอร์รี่

โดยเฉพาะส้มแมนดารินและองุ่น ถือเป็นรายการที่พบการตกมาตรฐานบ่อยครั้งที่สุด เนื่องจากมีการตรวจพบ“คลอร์ไพริฟอส” (Chlorpyrifos) ซึ่งเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ที่ประเทศไทยไม่อนุญาตให้ใช้แล้ว รวมถึงสารอื่น ๆ ที่เกินค่ามาตรฐานสากล เช่น โพรฟีโนฟอส และ ไซเพอร์เมทริน

นอกจากมาตรการตรวจเข้มที่หน้าด่านแล้ว ทาง “อย.” ยังแนะนำวิธีการดูแลตัวเองเบื้องต้นสำหรับผู้บริโภค โดยข้อมูลวิจัยระบุว่า การล้างผักผลไม้ด้วยวิธีน้ำไหลผ่าน เป็นวิธีที่ช่วยลดสารพิษตกค้างได้ดีที่สุด

หลังจากนี้ คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา จะยังคงติดตามผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด และเตรียมผลักดันให้ด่านนำเข้าทุกแห่งทั่วประเทศมีห้องปฏิบัติการที่รวดเร็วแบบนี้ เพื่อให้ความปลอดภัยด้านอาหารของคนไทยอย่างยั่งยืน

………………..

คอลัมน์ : The Key Reported by Fah kham-ram

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img