ครม. มีมติเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาเปิดประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา ตามคำร้องขอของวุฒิสภา เพื่อปฏิบัติหน้าที่พิจารณาบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งสำคัญ ทั้ง กกต. 2 ตำแหน่ง, ผู้ตรวจการแผ่นดิน และกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน รวม 4 ตำแหน่ง ให้เสร็จสิ้นภายใน 2 วัน เตรียมนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ
เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมครม.มีมติเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาปิดประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ. …. ตามที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เสนอ และให้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย พร้อมกับร่างประกาศเรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ. …. ที่วุฒิสภาจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อประกาศใช้บังคับตามลำดับต่อไป
น.ส.อัยรินทร์ กล่าวอีกว่า ร่างพระราชกฤษฎีกาปิดประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ. …. ที่สลค.เสนอ เป็นการดำเนินการให้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยในข้อ 4.1 ซึ่งเป็นกรณีที่วุฒิสภาแจ้งว่ามีความจำเป็นต้องมีการเรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา เพื่อให้วุฒิสภาดำเนินการประชุมเพื่อทำหน้าที่พิจารณาให้บุคคลดำรงตำแหน่งตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 126 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ได้แก่ กรรมการการเลือกตั้ง จำนวน 2 ตำแหน่ง ตามมาตรา 222 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ผู้ตรวจการแผ่นดิน จำนวน 1 ตำแหน่ง ตามมาตรา 228 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน จำนวน 1 ตำแหน่ง ตามมาตรา 238 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
น.ส.อัยรินทร์ กล่าวว่า โดยประธานวุฒิสภาจะได้นำร่างประกาศเรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ. …. (ตั้งแต่วันที่ 26 ก.พ.2569) ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ตามมาตรา 126 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และแจ้งว่าเห็นสมควรให้ปิดประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภาในวันที่ 27 ก.พ.2569 โดยนายกรัฐมนตรีจะได้นำร่างพระราชกฤษฎีกาปิดประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ. …. (ตั้งแต่วันที่ 27 ก.พ.2569) ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ตามมาตรา 122 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เนื่องจากมาตรา 126 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มิได้กำหนดรูปแบบในการดำเนินการปิดประชุมดังกล่าวไว้ จึงสมควรดำเนินการจัดทำเป็นพระราชกฤษฎีกาตามความในมาตรา 122 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ซึ่งเทียบเคียงกรณีการพิจารณาให้ความเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้งและกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ แทนตำแหน่งที่ว่าง ได้มีประกาศเรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ. 2568 และพระราชกฤษฎีกาปิดประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ. 2568)




















