รอง ผบ.ตร.ประชุมติดตามสถานการณ์ความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง เน้นพื้นที่มีข้อร้องเรียน 17 เขตเลือกตั้ง ใน 15 จังหวัด พร้อมกำชับตำรวจทุกพื้นที่ประสาน กกต.อย่างใกล้ชิด ดูแลความปลอดภัยจนกว่าจะสิ้นสุดกระบวนการ
เมื่อวันที่ 10 ก.พ.69 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มอบหมายให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศลต.ตร.) เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์ความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง โดยมีผู้แทนหน่วยที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศร่วมประชุม ณ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และการประชุมระบบทางไกลผ่านจอภาพ
ทั้งนี้ ปัจจุบันพบว่ามีประเด็นปัญหาข้อร้องเรียน 17 เขตเลือกตั้ง ใน 15 จังหวัด โดยมีปัญหา อาทิ พบใบนับคะแนนอยู่ในถังขยะ, การปิดกั้นผู้สังเกตการณ์, ใช้ถุงดำคลุมกล้อง CCTV, ความไม่โปร่งใสในการนับคะแนน, รายงานผลล่าช้า, บัตรเสียสูงผิดปกติ, บัตรเขย่ง, บัตรเสียหาย เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่มีการยื่นคำร้อง ดำเนินการแก้ไข และดำเนินคดีแล้ว ยังเหลือบางจุดที่กำลังดำเนินการโดยทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

พล.ต.อ.สำราญ กล่าวว่า ผบ.ตร.มีความห่วงใยในผลการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจตามแนวทางของ กกต. จึงกำชับสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วย ทุกพื้นที่ ดำเนินการตามแนวทางปฏิบัติใน 3 ด้านหลัก ดังนี้ 1. ด้านการข่าว ให้ชุดปฏิบัติการข่าวติดตามปฏิกิริยาของกลุ่มต่าง ๆ ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจมีการระดมมวลชนเพื่อสร้างสถานการณ์ความวุ่นวาย พร้อมติดตามและสกัดกั้นข่าวลือ (Fake News) ในสื่อสังคมออนไลน์ที่อาจสร้างความเข้าใจผิด หรือมุ่งเน้นการปลุกระดมให้เกิดความขัดแย้ง พร้อมให้ประสานข้อมูลกับสันติบาลจังหวัดเพื่ออัปเดตบัญชี “กลุ่มเสี่ยง” (Watchlist) และวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์รายวัน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการแข่งขันสูง เน้นการแลกเปลี่ยนข่าวสารเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวกับ กกต. อย่างใกล้ชิด รวมทั้งเฝ้าระวังการเคลื่อนย้ายมวลชนข้ามเขตพื้นที่ หรือการขนส่งอาวุธ/สิ่งผิดกฎหมายเข้ามาในช่วงรอยต่อหลังการเลือกตั้ง

2. การประสานการปฏิบัติกับ กกต. ให้พนักงานสอบสวนประสานกับ กกต. จังหวัด เพื่อติดตามความคืบหน้าของคําร้องคัดค้าน หากมีการร้องขอพยานหลักฐานเพิ่มเติมจากตํารวจ ให้ดําเนินการส่งมอบโดยเร็วที่สุด และจัดชุดปฏิบัติการเข้าคุ้มครองความปลอดภัยพยานทันทีที่ได้รับการร้องขอ พร้อมให้เฝ้าระวังสถานที่เก็บหีบบัตรเลือกตั้งและเอกสารสําคัญ ณ ที่ว่าการอําเภอ หรือสํานักงาน กกต. จังหวัด อย่างเข้มงวด จนกว่าจะสิ้นสุดกระบวนการ
3. การเตรียมความพร้อมกำลังพลควบคุมฝูงชน ให้ผู้บังคับกองร้อยควบคุมฝูงชนให้ตรวจสอบกำลังพลและอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งาน วางกำลัง กำชับยุทธวิธีการปฏิบัติ และจัดชุดเคลื่อนที่เร็วเพื่อระงับเหตุเบื้องต้นในพื้นที่เสี่ยง
นอกจากนี้ พล.ต.อ.สำราญได้กำชับให้ผู้บังคับบัญชาเหตุการณ์ประเมินระดับสถานการณ์ร่วมกับฝ่ายสืบสวนอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับระดับการดำเนินการให้เหมาะสมและเป็นไปตามกรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด




















