หัวหน้าพรรคเพื่อไทยยืนยันยังไม่มีข้อสรุปสัดส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีของพรรค แม้คาดว่าจะได้รับการจัดสรรตามฐานะพรรคร่วมรัฐบาลอันดับสอง พร้อมปฏิเสธข่าวความไม่พอใจภายในพรรค ระบุเป็นเพียงกระแสคาดการณ์ล่วงหน้า เตรียมนัดประชุม สส. 14 มี.ค. เพื่อรับฟังความเห็นก่อนเข้าสู่กระบวนการจัดสรรตำแหน่ง
เมื่อวันที่ 9 มี.ค. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนเกี่ยวกับสัดส่วนโควตารัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย หลังมีกระแสข่าวว่าพรรคจะได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ 5 ตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการ 3 ตำแหน่ง และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร 1 ตำแหน่ง ว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการ
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า แม้พรรคเพื่อไทยจะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลลำดับที่สอง ซึ่งตามธรรมเนียมทางการเมืองย่อมมีการจัดสรรตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีตามความเหมาะสม แต่รายละเอียดว่าจะเป็นกระทรวงใดหรือมีสัดส่วนเท่าใด ยังต้องมีการหารือกันอีกครั้งในระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวที่ระบุว่า สส.บางส่วนภายในพรรคเพื่อไทยไม่พอใจการวางตัวบุคคลที่คาดว่าจะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี นายจุลพันธ์ ยืนยันว่า หลังจากได้ตรวจสอบและพูดคุยกับ สส.หลายคน ไม่พบว่ามีความไม่พอใจหรือความขัดแย้งภายในพรรคแต่อย่างใด โดยระบุว่าข่าวที่เผยแพร่ผ่านสื่อจำนวนมากอ้างเพียง “แหล่งข่าว” ซึ่งไม่สามารถระบุตัวตนหรือยืนยันข้อเท็จจริงได้
“ผมขอยืนยันอีกครั้งว่า กระแสข่าวเรื่องความไม่พอใจนั้นไม่เป็นความจริง กระบวนการจัดสรรตำแหน่งต่างๆ เป็นไปตามข้อบังคับพรรค และอยู่ในอำนาจของคณะกรรมการบริหารพรรค ซึ่งสมาชิกพรรคทุกคนเข้าใจกลไกนี้ดี และเชื่อว่าคณะกรรมการบริหารพรรคจะไม่ตัดสินใจโดยพลการ แต่จะรับฟังความคิดเห็นจาก สส.และสมาชิกพรรคอย่างรอบด้าน” นายจุลพันธ์ กล่าว
หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวต่อว่า ขณะนี้ขั้นตอนการจัดสรรตำแหน่งยังไม่เริ่มต้นอย่างเป็นทางการ เนื่องจากต้องรอรัฐพิธีเปิดรัฐสภา และกระบวนการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรเสียก่อน จากนั้นจึงจะมีการประชุมเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนการหารือเรื่องการจัดสรรตำแหน่งคณะรัฐมนตรี
ทั้งนี้ ภายในพรรคเพื่อไทยจะมีการหารือกันเป็นการภายใน เพื่อพิจารณาว่ากระทรวงที่พรรคได้รับมอบหมายมีความเหมาะสมกับบุคลากรคนใด โดยจะพิจารณาจากคุณสมบัติ ความถนัด และประสบการณ์ของบุคคลในแต่ละด้าน พร้อมย้ำว่าข่าวที่ปรากฏในขณะนี้เป็นเพียงการคาดการณ์ล่วงหน้าเท่านั้น
นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า ในวันที่ 14 มี.ค. พรรคเพื่อไทยจะมีการเรียกประชุม สส.ของพรรค เพื่อรับฟังความคิดเห็นและทำความเข้าใจก่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 15 มี.ค. เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยในที่ประชุมอาจเปิดโอกาสให้ สส.แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับตำแหน่งรัฐมนตรี ก่อนที่คณะกรรมการบริหารพรรคจะเป็นผู้ตัดสินใจตามกลไกของพรรค
สำหรับหลักเกณฑ์การคัดเลือกบุคคลดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี นายจุลพันธ์ ระบุว่า พรรคเพื่อไทยไม่มีการแบ่งกลุ่มหรือมุ้งการเมือง การพิจารณาจะยึดหลักความเหมาะสมของบุคคล ความสามารถในการขับเคลื่อนนโยบายของพรรค และศักยภาพในการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนเป็นสำคัญ
ส่วนกรณีที่มีรายงานข่าวว่า นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย อาจมีปัญหาเกี่ยวกับคดีความ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ต้องให้ความเป็นธรรมกับนายประเสริฐ เนื่องจากกระบวนการที่ปรากฏในข่าวเป็นเพียงขั้นตอนการดำเนินงานตามระบบราชการ และยังไม่มีการดำเนินคดีหรือข้อบ่งชี้ว่าเป็นผู้กระทำความผิด จึงยังไม่มีเหตุให้ถือว่าขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม พรรคจะมีการตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมอย่างรอบคอบอีกครั้ง
ขณะที่กรณีมีกระแสข่าวว่า นายประเสริฐ และ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งมีพื้นที่ทางการเมืองในจังหวัดนครราชสีมาเดียวกัน อาจได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีทั้งสองคน จนทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ว่าในจังหวัดเดียวกันมีรัฐมนตรีถึงสองคน นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ไม่มีข้อจำกัดว่าจังหวัดเดียวจะมีรัฐมนตรีได้เพียงหนึ่งคน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปว่าใครจะได้รับตำแหน่งใด แม้ทั้งสองคนจะเป็นบุคคลที่เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีและมีผลงานมาแล้วก็ตาม
เมื่อถามถึงตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีชื่อของ นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม ปรากฏในกระแสข่าว นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุป และจะต้องมีการหารือกันอีกครั้งในการประชุม สส.ของพรรคในวันที่ 14 มี.ค.
พร้อมกันนี้ นายจุลพันธ์ ยังกล่าวถึงกระแสข่าวที่ระบุว่า พรรคเพื่อไทยจะส่งรายชื่อรองประธานสภาฯ ให้กับพรรคภูมิใจไทยในวันที่ 12 มี.ค. ว่า ยังไม่เป็นความจริง เนื่องจากพรรคเพื่อไทยจะต้องมีมติจากคณะกรรมการบริหารพรรคเสียก่อน ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการตัดสินใจใดๆ และภายในพรรคยังมีบุคลากรที่มีคุณสมบัติและความเหมาะสมสำหรับตำแหน่งดังกล่าวอีกหลายคน.



















