ครม.เห็นชอบมาตรการเร่งด่วน ให้หน่วยงานราชการทำงานจากบ้านทันทีในส่วนงานที่ไม่กระทบบริการประชาชน พร้อมงดเดินทางดูงานต่างประเทศและคุมเข้มมาตรการประหยัดพลังงานในหน่วยงานรัฐ
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 10 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีว่า จากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อวิกฤติด้านพลังงาน นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ เริ่มดำเนินมาตรการปฏิบัติงานจากที่บ้าน (Work from Home) ทันที ในส่วนของงานที่ไม่กระทบต่อการให้บริการประชาชน พร้อมทั้งให้งดการเดินทางไปศึกษาดูงานและการอบรมในต่างประเทศ โดยให้ปรับเปลี่ยนมาดำเนินการภายในประเทศแทน
เมื่อถามว่า มาตรการดังกล่าวครอบคลุมภาคเอกชนด้วยหรือไม่ น.ส.ลลิดา กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดให้ภาคเอกชนดำเนินการ โดยจะเริ่มนำร่องในหน่วยงานภาครัฐก่อน และยังไม่ได้กำหนดกรอบระยะเวลาของมาตรการดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการเร่งด่วน เพื่อรับมือผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง โดยเน้นการประหยัดพลังงานและการบริหารจัดการบุคลากรภาครัฐ ได้แก่ ให้หน่วยงานราชการทุกแห่งเริ่มปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง (Work from Home) เต็มรูปแบบทันที จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่มีภารกิจให้บริการประชาชนโดยตรง ยังคงต้องปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนผู้รับบริการ
ขณะเดียวกัน ได้กำหนดมาตรการประหยัดพลังงานในสถานที่ทำงาน โดยรณรงค์ให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐถอดสูทในการเข้าประชุมหรือปฏิบัติงาน และให้ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศภายในหน่วยงานไว้ที่ 26 องศาเซลเซียส เพื่อลดการใช้พลังงานไฟฟ้าโดยรวม
นอกจากนี้ ยังสั่งระงับการเดินทางไปศึกษาดูงานในต่างประเทศของเจ้าหน้าที่รัฐทุกระดับในช่วงนี้ เว้นแต่เป็นภารกิจการประชุมที่มีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งสามารถเดินทางได้ตามความเหมาะสม โดยต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ



















