‘เท้ง’ เผย รู้ก่อนแล้วจะมี ‘งูเห่า’ ยัน ไม่เสียสมาธิ พร้อมดําเนินการภายในอย่างเต็มที่ ซัด คนซื้อ ทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบการเมือง บอก ไม่เห็นจำเป็น เชื่อ มุ่งทําลายล้างความเชื่อมั่นของ ‘พรรคส้ม’ ปัดตอบ ปฏิบัติการ ‘งูดูดงู’ สส.เป็นหนี้จากสู้ศึกเลือกตั้ง บอก ‘เลขาติ่ง’ ยื่นลาออกนานแล้ว แต่เบรคไว้ก่อน ขอช่วยอยู่ทำงาน ก่อนปรับทัพใหญ่ ปลายเม.ย.
วันที่19มี.ค. 2669 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่นายสุริยา วงศ์อารีย์ สส.อุดรธานี เขต 7 พรรคประชาชน โหวตสวนมติพรรค ไปสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ ว่า เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า เป็นการลงมติที่สวนกับมติของพรรค ส่วนตัวมองว่าการโหวตสวนในครั้งนี้มีผลประโยชน์อื่น และไม่ใช่การกระทำจากฝ่ายค้านแน่นอน เราต้องตั้งคําถามกับผู้ที่ทำว่า อยากเห็นระบบการเมืองแบบนี้ใช่หรือไม่ ส่วนตัวไม่เห็นความจําเป็นใดๆ ในตอนนี้ ในสถานการณ์การเมืองที่รัฐบาลเองมีเสถียรภาพ นอกเหนือจากเป้าหมายในการพยายามมุ่งทําลายล้างความเชื่อมั่นของพวกเรา
“ยืนยันว่าพรรคประชาชนเราคงไม่ได้เสียสมาธิ และพร้อมดําเนินการเรื่องนี้ภายในอย่างเต็มที่ ในเรื่องการดําเนินการตามวินัยเช่นเดียวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต” นายณัฐพงษ์กล่าว
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนได้ข้อมูลเบื้องต้นก่อนหน้านี้แล้ว แต่หากยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริง อาจจะเป็นการกล่าวหาเพื่อนร่วมพรรค ซึ่งตอนนี้ปรากฏแล้วว่าเป็นความจริง การสืบสวนข้อเท็จจริง การดําเนินการทางวินัย จะมีการดําเนินการภายใน และจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบอีกครั้ง
เมื่อถามว่า เหตุการณ์ดังกล่าวจะกระทบพรรคหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ไม่กระทบในการทํางานของพวกเรา แต่อยากชวนให้สังคมตั้งคําถาม ว่าการซื้อแบบนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ เราอยากเห็นระบบการเมืองในประเทศ ที่สส.สามารถย้ายค่ายกันได้ง่ายๆ ผ่านการซื้อเสียงในสภาแบบนี้หรือไม่ เป็นสิ่งที่พวกเราคงต้องหาทางออกร่วมกัน เช่นการแก้ไขระบบการเมือง โดยการผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ส่วนที่สังคมพุ่งเป้าไปที่นายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชน ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการคัดสรรผู้สมัคร และได้ประกาศลาออกจากตำแหน่ง หากพรรคประชาชนได้ไม่ถึง 250 เสียงนั้น นายณัฐพงษ์กล่าวว่า นายศรายุทธิ์ ได้ยื่นหนังสือลาออกกับตนนานแล้ว แต่ตนปฏิเสธไว้ก่อน เพราะอยากให้ช่วยกันรักษาหน้าที่ให้ดีที่สุดในช่วงนี้ จนกว่าจะมีการประชุมใหญ่พรรคในช่วงปลายเดือน เม.ย.นี้
เมื่อถามว่าเหตุการณ์นี้ ถือเป็นความบกพร่องของกระบวนการสรรหาผู้สมัครหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ต้องตั้งคําถามกับคนที่ซื้องูเห่ามากกว่า โดยเฉพาะเรื่องกลไกกฎกติกาที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ ถ้าระบบการเมืองดี ไม่เปิดช่องให้แบบนี้ การเมืองคงดีขึ้น ประชาชนคงไม่อยากเห็น สส.ที่เลือกมา ถูกซื้อ ถือเป็นการทําลายความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชน
“เพิ่งโหวตนายกรัฐมนตรีเสร็จ รัฐบาลชุดใหม่กำลังเข้ามาทําหน้าที่ แต่กลายเป็นว่ารัฐบาลเองที่กําลังทําสิ่งแบบนี้ ผมขอเรียกร้องให้ทุกคนช่วยกันเรียกร้องระบบการเมืองที่ดีขึ้น” นายณัฐพงษ์กล่าว
ส่วนกระแสปฎิบัติการงูดูดงูนั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ทราบข้อมูลหลังบ้านมาบ้าง แต่ความเป็นจริงจะเป็นอย่างไร ขอเวลาในการสอบสวน
ขณะที่กระแส สส.มีปัญหาการเงินในการหาเสียง จะเป็นปัจจัยให้เขาออกไปหรือไม่ นายณัฐพงษ์ มองว่า กระบวนการสรรหาที่ผ่านมา เราตรวจสอบแบ็กกราวด์ทุกอย่างอย่างรอบด้านแล้ว คงยังตอบตอนนี้ไม่ได้ ว่าเป็นเหตุผลใด ที่ทําให้เขาตัดสินใจแบบนี้
ส่วนกระแสพรรคร่วมฝ่ายค้านที่พรรคประชาชนบอกว่า ไม่จําเป็นต้องมีเอกภาพก็ได้ แต่บางพรรคไปโหวตเห็นชอบให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี ต่อไปการทำงานของฝ่ายค้านจะได้รับเสียงสนับสนุนจากเพื่อนต่างพรรคมากน้อยแค่ไหน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ต้นตอปัญหาคือกฎกติกาตามรัฐธรรมนูญปัจจุบัน วันนี้ผลโหวตนายกรัฐมนตรีเป็นสิ่งยืนยันว่า ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล คือใคร เราอาจเข้าใจมันในอดีต แต่ผลโหวตวันนี้ ช่วยยืนยันมากยิ่งขึ้นว่า ตกลงใครอยู่ฝ่ายไหนกันแน่
อีกสิ่งหนึ่งที่ตนคิดว่าจะทําให้เกิดความชัดเจน คือ ฝ่ายค้านเป็นฝ่ายค้านจริง ตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้น คือภายหลังมี ครม.เข้ามาทํางาน มีการใช้กลไกกรรมาธิการ (กมธ.) รวมถึงการอภิปรายทั่วไปหรือไม่ไว้วางใจ จะเป็นตัวตัดสินว่า ตกลงคุณเป็นฝ่ายค้านจริงหรือไม่ แม้คุณไม่ได้โหวตสวนหรือโหวตสนับสนุน แต่อาจจะรับประโยชน์ในเบื้องหลัง แต่ไม่ได้ตรวจสอบรัฐบาลเลย ตนก็คิดว่าไม่ได้เรียกว่าเป็นฝ่ายค้านที่ทำหน้าที่อย่างถูกต้องเช่นเดียวกัน



















