รมต.ประจำสำนักนายกฯ เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบฯ ขอพรการทำงานราบรื่น ท่ามกลางสถานการณ์โลกตึงเครียด พร้อมเผยแผนเร่งจัดทำงบประมาณปี 2570 เน้นแก้ปัญหาเฉพาะหน้า-ช่วยประชาชนเป็นอันดับแรก
เมื่อเวลา 07.59 น. วันที่ 8 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล ประกอบด้วย ศาลพระภูมิเจ้าที่ ศาลตาศาลยาย และองค์นรสิงห์จำลอง เพื่อความเป็นสิริมงคลในการเริ่มปฏิบัติหน้าที่ในรอบที่ 2
นายภราดร เปิดเผยว่า ได้ขอพรในภาพรวมให้การทำงานของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีเป็นไปด้วยความราบรื่น โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศยังมีความเปราะบางจากภาวะความขัดแย้ง ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความเข้มแข็งในการบริหารราชการ เพื่อดูแลประชาชนอย่างเต็มกำลัง
สำหรับการแบ่งงานในตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีนั้น ระบุว่า ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลสำนักงบประมาณ และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ซึ่งสำนักงบประมาณถือเป็นหน่วยงานเดิมที่เคยกำกับดูแล และจะสานงานต่อเนื่อง
นายภราดร กล่าวถึงการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรกในวันที่ 11 เม.ย.นี้ว่า สำนักงบประมาณเตรียมเสนอปฏิทินการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 เพื่อกำหนดกรอบทิศทางและเป้าหมายสำคัญ โดยตั้งเป้าให้สามารถประกาศใช้ได้ทันวันที่ 1 ต.ค.2569
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ทุกหน่วยงานจัดทำงบประมาณให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยโครงการที่ยังไม่จำเป็นสามารถชะลอได้ และให้มุ่งใช้งบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและช่วยเหลือประชาชนเป็นลำดับแรก
ส่วนความคืบหน้าการจัดทำงบประมาณปี 2570 นายภราดร ระบุว่า จะเริ่มต้นกระบวนการอย่างเป็นทางการหลัง ครม. เห็นชอบปฏิทินงบประมาณ โดยคาดว่าจะกำหนดกรอบให้หน่วยงานเสนอคำขอภายในเดือน พ.ค. ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณา ทั้งนี้อาจมีความล่าช้าบ้างราว 15-20 วัน แต่ยืนยันว่าปลายทางต้องแล้วเสร็จทันกำหนด
ในส่วนของโครงการ “คนละครึ่งพลัส” นายภราดร เปิดเผยว่า อยู่ระหว่างหารือกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อจัดหาแหล่งงบประมาณมาดำเนินโครงการ โดยอาจใช้กลไกการโอนงบประมาณรายจ่าย ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการได้ในช่วงเดือน มิ.ย.
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่างบประมาณยังเพียงพอ โดยรัฐบาลมีนโยบายชะลอโครงการที่ไม่เร่งด่วน เพื่อนำงบมาช่วยเหลือประชาชนก่อน ขณะที่รายละเอียดโครงการ รวมถึงจำนวนผู้ได้รับสิทธิ์และวงเงิน ยังอยู่ระหว่างการออกแบบโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เมื่อถูกถามถึงกรณีพรรคประชาชนเตรียมอภิปรายนโยบายรัฐบาล นายภราดร กล่าวว่า การบริหารประเทศในช่วงนี้ต้องเผชิญความท้าทายหลายด้าน ไม่ต่างจากช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมา ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือและการตัดสินใจที่รอบคอบ



















