นายกฯแถลงทลาย‘สแกมเมอร์ข้ามชาติ’ ยึด-อายัดทรัพย์ทุบสถิติ 2 หมื่นล้านบาท

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img


นายกฯ รุดแถลงผลงานชิ้นโบแดง อายัดทรัพย์เครือข่ายต้มตุ๋นเพิ่มอีก 8 พันล้าน รวมยอดพุ่งกว่า 2 หมื่นล้าน เผยพฤติการณ์แสบฟอกเงินผ่านตลาดหลักทรัพย์-ร้านแลกเงิน ก่อนโอนออกนอกประเทศ ลั่นใช้หลัก “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” ลุยเช็คบิลไม่สนอิทธิพล

เมื่อวันที่ 9 เม.ย. ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. นายกมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการ ปปง. และ ศ.ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ร่วมแถลงข่าวการยึดและอายัดทรัพย์สินเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ

ในคดีนางสาวแตงไทย และพวก ได้แก่ นายยิม เลียก นางวิรินยา ยิม นายเบน สมิธ และนางสาวแคทรียา บีเวอร์ ซึ่งมีพฤติการณ์กระทำความผิดมูลฐานเกี่ยวกับยาเสพติด การค้ามนุษย์ การฉ้อโกงประชาชน การเป็นสมาชิกอั้งยี่ การมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรม และความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ

ทั้งนี้ สำนักงาน ปปง. มีมติให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมเป็นการชั่วคราวไม่เกิน 90 วัน จำนวน 34 รายการ อาทิ รถยนต์ 6 คัน สิทธิเรียกร้องในสัญญากู้เงิน เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมถึงเงินและหลักทรัพย์ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 8,269 ล้านบาท

เมื่อรวมทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดในคดีดังกล่าวทั้งหมด มีจำนวน 102 รายการ คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 20,392 ล้านบาท

นายอนุทิน กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้บูรณาการยึดและอายัดทรัพย์สินในคดีดังกล่าว รวมมูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นจำนวนมหาศาล สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มอาชญากรรมดังกล่าวสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจและประชาชนอย่างรุนแรง โดยเฉพาะเครือข่ายสแกมเมอร์ที่มีความซับซ้อน

พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลไม่เคยมองข้ามอาชญากรรมประเภทนี้ และพร้อมสนับสนุนให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติหน้าที่ในการปราบปรามอย่างเต็มที่

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงาน ปปง. ตระหนักดีว่าประชาชนและนานาชาติต้องการเห็นการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เนื่องจากภัยจากกลุ่มสแกมเมอร์มีความซับซ้อนและส่งผลกระทบในวงกว้าง จึงได้กำชับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายให้ดำเนินการอย่างเข้มงวด

โดยยึดหลัก “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” หากพบการกระทำความผิด จะดำเนินคดีโดยไม่มีข้อยกเว้น แม้ผู้กระทำผิดจะเป็นผู้มีอิทธิพลหรือมีความเชื่อมโยงกับผู้มีอำนาจ

นอกจากนี้ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งดำเนินการตามนโยบายอย่างเต็มที่ รวมถึงการคุ้มครองผู้เสียหาย โดยนำทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิดคืนแก่ผู้เสียหายตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมทั้งประสานความร่วมมือในการสืบสวนขยายผลไปยังทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง

ด้านนายเทพสุ เปิดเผยว่า ปปง. เตรียมประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์คืนภายใน 90 วันนับแต่วันที่ประกาศ โดยสามารถยื่นคำร้องได้ที่สำนักงาน ปปง. สถานีตำรวจทุกแห่ง ช่องทางออนไลน์ และทางไปรษณีย์

สำหรับนางสาวแตงไทย มีบทบาทเป็นบัญชีม้า รับเงินจากผู้เสียหายก่อนนำไปฟอกผ่านบัญชีต่าง ๆ เป็นทอด ๆ แล้วโอนไปยังผู้รับผลประโยชน์ รวมถึงมีการโอนเงินไปต่างประเทศผ่านร้านรับแลกเงิน ก่อนนำกลับเข้ามาในประเทศไทย

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการ 42 ราย จับกุมได้แล้ว 29 ราย และยังหลบหนีอีก 13 ราย โดยหนึ่งในนั้นคือนายเบน สมิธ

ล่าสุดมีรายงานว่านายเบน สมิธ หลบหนีไปอยู่ที่ประเทศเซเชลส์ ซึ่งเป็นประเทศที่ไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน

เมื่อสอบถามถึงความคืบหน้าการประสานตำรวจสากลเพื่อออกหมายแดง พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังมีคดีของนายเบน สมิธ และพวก อีก 1 คดี ที่มีผู้เสียหายจำนวนมากเข้าแจ้งความกับตำรวจสอบสวนกลาง มูลค่าความเสียหายกว่า 5,000 ล้านบาท โดยเจ้าหน้าที่จะดำเนินการออกหมายเรียกและหมายจับตามขั้นตอน และหากพบว่าหลบหนีไปต่างประเทศ จะพิจารณาประสานตำรวจสากลเพื่อออกหมายแดงต่อไป

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img