‘วีระยุทธ’จี้รัฐถ้ากู้เงินต้องผ่านกลไกสภาฯ ชี้อย่าใช้เงินรักษาอดีต-ต้องลงทุนอนาคต

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img


“รองหัวหน้าพรรคประชาชน” ออกโรงตั้งคำถามรัฐบาลปมแนวทางออกกฎหมายกู้เงิน–โอนงบ ชี้ควรใช้กลไกสภาเพื่อความโปร่งใส ไม่ควรเร่งออก พ.ร.ก. พร้อมเตือนมาตรการเยียวยายังไม่ชัดเจน ประชาชนเดือดร้อนรายวัน โดยเฉพาะกลุ่มประมง–เกษตรกร


เมื่อเวลา 08.10 น. วันที่ 10 เม.ย. ที่อาคารรัฐสภา นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลอาจพิจารณาออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หรือพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน ซึ่งอาจเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่า พรรคฝ่ายค้านต้องการให้การดำเนินนโยบายด้านงบประมาณมีความโปร่งใส และผ่านกระบวนการรัฐสภาอย่างชัดเจน

นายวีระยุทธกล่าวว่า ก่อนหน้านี้รัฐบาลโดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ชี้แจงประเด็นการโอนงบประมาณ และแนวทางช่วยเหลือเศรษฐกิจ รวมถึงนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในเรื่องสินค้าเกษตรและพาณิชย์ แต่ยังเห็นว่าควรใช้ “พ.ร.บ.โอนงบประมาณ” ผ่านสภาเพื่อความโปร่งใส เหมือนที่เคยดำเนินการในปี 2563 ซึ่งใช้เวลาเพียง 1 สัปดาห์ และไม่ทำให้เกิดความล่าช้า

พร้อมระบุว่า หากรัฐบาลเลือกใช้ พ.ร.ก.กู้เงิน ควรชี้แจงให้ชัดเจน เพราะการโอนงบสามารถทำได้ราว 5 หมื่นล้านบาทเท่านั้น และอาจส่งผลต่อความล่าช้าในการเบิกจ่ายงบประมาณ เนื่องจากข้าราชการเกิดความไม่มั่นใจ จึงอยากให้รัฐบาลกำหนดทิศทางให้ชัดเจนว่าจะใช้แนวทางใด

เมื่อถูกถามถึงมาตรการรับมือวิกฤตเศรษฐกิจและราคาพลังงาน นายวีระยุทธกล่าวว่า รู้สึกผิดหวังต่อการชี้แจงของรัฐบาล เพราะยังไม่มีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม มาตรการเยียวยายังไม่ชัดเจน ทั้งที่ความเดือดร้อนของประชาชนเกิดขึ้นรายวัน โดยเฉพาะชาวประมงที่ไม่สามารถออกเรือได้ ส่งผลต่อห่วงโซ่อาหารทะเลที่เริ่มขาดตลาด พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการทันที

กรณีการช่วยเหลือ “กลุ่มเปราะบาง” นายวีระยุทธเห็นด้วยในหลักการ แต่ตั้งคำถามว่ารัฐบาลยังไม่ชัดเจนว่ากลุ่มใดคือเป้าหมาย และจะช่วยเหลือในระดับใด ทั้งที่ปัจจุบันประชาชนทุกกลุ่มได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

สำหรับประเด็นการกู้เงิน หากมีการดำเนินการจริงในวงเงินราว 5 แสนล้านบาท นายวีระยุทธระบุว่า ต้องมีความชัดเจนว่าใช้เพื่ออะไร และต้องไม่ซ้ำรอยช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่แม้จะกู้เงินจำนวนมาก แต่ผลลัพธ์ยังไม่ทำให้ประเทศฟื้นตัวอย่างแข็งแรง พร้อมย้ำว่าไม่ควรใช้เงินเพื่อ “รักษาอดีต” แต่ต้องใช้เพื่อสร้างอนาคต ทั้งการพัฒนาทักษะและการพยุงการจ้างงาน

นายวีระยุทธยังตั้งข้อสังเกตข้อมูลราคาสินค้าเกษตร เช่น มะพร้าว ที่ตัวเลขของภาครัฐไม่สอดคล้องกับข้อมูลหน้างาน พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบข้อมูลให้ตรงกับความเป็นจริงมากขึ้น รวมถึงปัญหาปุ๋ยที่เริ่มขาดตลาด และราคายังไม่โปร่งใส

ในประเด็นฝุ่น PM 2.5 นายวีระยุทธกล่าวว่า ไม่ควรมองเพียงมุมการท่องเที่ยว แต่ต้องคำนึงถึงประชาชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่จริง โดยเฉพาะภาคเหนือที่ได้รับผลกระทบต่อเนื่อง

ส่วนกรณีบทบาทของนายกรัฐมนตรีในการรับมือวิกฤติ นายวีระยุทธเห็นว่ารัฐบาลยัง “เดินตามหลังประชาชน” มากเกินไป ทั้งที่ควรเป็นฝ่ายนำหน้าวางแผนรับมือสถานการณ์ล่วงหน้า

ท้ายที่สุด เมื่อถูกถามถึงการติดตามงานรัฐบาลในลักษณะ “วอร์รูมเงา” นายวีระยุทธระบุว่า พรรคประชาชนมีการติดตามการทำงานเป็นรายประเด็นอย่างใกล้ชิด เพื่อสะท้อนและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลในภาวะวิกฤติอย่างต่อเนื่อง.

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisment -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img